บทที่ 7 สู่อุ้งมือมาร
นี่เธอกำลังฝันอยู่ใช่ไหม...
กันติชาถามตัวเองในใจ ขณะที่ยังคงอยู่ในอ้อมแขนของกวิน เรื่องทั้งหมดเมื่อครู่ รวมถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ อาจเป็นแค่ฝันร้าย ที่เมื่อลืมตาตื่น ทุกอย่างก็จะหายไป
แต่พอเขาพาเธอเข้ามาในลิฟต์ของโรงแรม ภาพตรงหน้ากลับยังคงชัดเจน โดยเฉพาะใบหน้าของคนที่กำลังอุ้มเธออยู่ แม้จะเห็นได้จากมุมล่าง เธอก็ยังมองเห็นปลายคางครึ้มจากไรหนวด จมูกโด่งเป็นสัน ปากได้รูป และแพขนตาเรียงหนา ที่กระพริบขึ้นลงอย่างเป็นจังหวะ ทุกอย่างดูมีชีวิตชีวาเกินกว่าจะเป็นภาพในฝันจืดชืดขาวดำ
ของแบบนี้...ต้องพิสูจน์
กันติชาคิด แล้วก็ตัดสินใจทำตามทันที เธอหยิกแขนตัวเองอย่างแรง
“โอ๊ย!”
“เป็นอะไร” เขาถามขึ้น แต่เป็นการถามที่ฟังไม่ออกว่าเป็นความห่วงใยหรือแค่สงสัย
ก็ชัดแล้ว...นี่ไม่ใช่ความฝัน
เพราะตอนนี้เธอกำลังถูกประธานบลูสกายแอร์ไลน์อุ้มอยู่จริงๆ และเขาก็เพิ่งช่วยเธอจากน้องสะใภ้ของเขาเอง
เท่านั้นยังไม่พอ คำถามมากมายก็หลั่งไหลเข้ามาในหัว...
เขาช่วยเธอทำไม?
เขาจะพาเธอไปไหน?
เขาต้องการอะไรจากการกระทำครั้งนี้?
และอีกสารพัดคำถามที่เธอคิดว่าต่อให้ถามถึงเช้า ก็คงยังไม่หมด
แต่จะมัวสงสัยอะไรตอนนี้ก็คงไม่มีประโยชน์ เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือ...เธอไม่ควรอยู่ตามลำพังกับเขาสองต่อสอง โดยเฉพาะเมื่อเขาเป็นพวกเดียวกันกับคนที่เพิ่งรังแกเธอบนเวที และแน่นอนว่าจะต้องเข้าข้างกัน
“ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้”
ไม่ใช่แค่พูด เธอยังดิ้นขลุกขลักในอ้อมแขนแข็งแรงที่โอบรัดเธอไว้แน่น ทว่าเธอก็ไม่กล้าขัดขืนแรงนัก เพราะกลัวว่าเสื้อสูทที่เขาใช้คลุมท่อนขาให้จะหล่นลง ซึ่งนั่นอาจกลายเป็นภาพไม่น่าดูไปมากกว่านี้อีก
“แน่ใจนะ ว่าอยากลง”
“แน่สิ”
“ก็ได้...ลงก็ลง”
เขาปล่อยเธอลงโดยไม่ต่อรองแม้แต่นิด แต่ทันทีที่เท้าแตะพื้น ความปวดแปลบก็แล่นวาบขึ้นตรงข้อเท้าจนกันติชาแทบร้องออกมา เธอเสียหลักทันที และกำลังจะล้มอยู่รอมร่อ ถ้าไม่ใช่เพราะกวินคว้าตัวไว้ได้ทัน
เธอไม่เจ็บซ้ำ...แต่ก็กลับมาอยู่ในอ้อมแขนเขาอีกครั้งจนได้
ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น แต่กันติชาก็สัมผัสได้ว่าหัวใจของตัวเองกำลังเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมานอกอก ซึ่งเธอไม่เคยเป็นอย่างนี้เลย ในขณะที่เธอได้ยินเสียงหัวใจของเขาเต้นปกติ
อะไรนะ เธอได้ยินเสียงหัวใจของเขา งั้นก็แสดงว่าเธออยู่ใกล้เขามากๆ นะสิ
ใบหน้าของกันติชาร้อนผ่าว เธอรีบดันตัวออกจากเขา แต่เขากลับรั้งเธอเอาไว้ไม่ให้ขยับ
กันติชาเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างไม่พอใจ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือแววตาที่แสดงถึงความเป็นห่วงเป็นใย
“ดูเหมือนคุณจะได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าขวานะ”
เธอไม่ควรรับความเห็นใจจากเขา คนอย่างกวิน...ก็คงไม่ต่างจากพวกคนรวยทั่วไป เดี๋ยวก็เอาเงินฟาดหัวเธอ เชื่อสิ
“ฉันไม่เป็นไร” กันติชาเชิดหน้าขึ้น พยายามบังคับน้ำเสียงและท่าทางให้ดูปกติที่สุด ทั้งที่ความจริงแล้ว ร่างกายของเธอกำลังประท้วงสุดกำลัง ตอนที่ล้มลง ไม่ใช่แค่ข้อเท้าที่ได้รับบาดเจ็บ สะโพกก็น่าจะกระแทกเข้าเต็ม ๆ เพราะแค่ยืนตรงก็ยังเจ็บจนแทบทรุด แต่เธอก็กัดฟันไว้ ไม่ยอมให้เขาเห็นความอ่อนแอ
“อวดเก่ง”
เขาพูดขึ้นลอย ๆ แต่กันติชารู้ดีว่าเขาหมายถึงเธอ แน่นอน เธอเลือกที่จะไม่ตอบโต้ การต่อปากต่อคำกับเขาไม่ใช่เรื่องฉลาด เพราะหากเธอยั่วโมโหมากไป...เขาอาจทำอะไรเกินเลย และในสถานการณ์นี้ เธอเสียเปรียบทุกทาง
“ช่วยกรุณากดลิฟต์ลงชั้นหนึ่งให้ด้วยค่ะ”
กันติชาตั้งใจจะกลับบ้านทันที เธอไม่ได้เอารถมา จึงคิดจะลงไปชั้นล่างสุดของโรงแรมแล้วให้พนักงานช่วยเรียกแท็กซี่ให้
“แล้วถ้าผมไม่กดให้ล่ะ”
คำถามนั้นทำให้เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างหงุดหงิด ตกลงเขาต้องการอะไรกันแน่
ก็ได้ ในเมื่อพูดกันดี ๆ ไม่รู้เรื่อง เธอก็ผลักเขาออกไปเสียเลย ไหน ๆ ก็จะโดนไล่ออกอยู่แล้ว ไม่เห็นต้องกลัวอะไรอีก
...แต่เขาแข็งราวกับกำแพงหิน ไม่ว่าจะผลักแรงแค่ไหน เขาก็ยังยืนนิ่ง ไม่เขยื้อนแม้แต่น้อย
เธอเลยดูเหมือนตัวตลกอยู่คนเดียว
“ตกลงคุณจะเอายังไงกับฉันกันแน่” กันติชากล่าวอย่างเหลืออด เมื่อเขาไม่ยอมปล่อยเธอไปสักที
“ก็ไม่เอาไง แค่อยากคุยกับคุณนิดหน่อย”
“แต่ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ”
“คุณขัดใจผมไม่ได้หรอก กันติชา”
กล่าวจบ เขาก็ก้มตัวลง ช้อนร่างเธอขึ้นมาในอ้อมแขนอีกครั้ง และในจังหวะเดียวกันนั้นเอง ประตูลิฟต์ก็เปิดออกพอดี แสดงว่ามันมาถึงจุดหมายของเขาแล้ว
กันติชาตกใจจนเผลอดิ้น แต่เขาแข็งแรงเหลือเกิน ราวกับผนังอิฐที่ไม่มีวันขยับ เขาล็อกร่างเธอไว้แน่นจนไม่มีช่องให้หลุดรอด
“ปล่อยฉัน! คุณจะพาฉันไปไหน?” เธอร้องถามเสียงสั่น ความหวาดหวั่นเริ่มก่อตัวขึ้นโดยไร้เหตุผล
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาทำแบบนี้ เมื่อสัปดาห์ก่อน เขาเคยให้ลูกน้องฉุดเธอขึ้นรถตู้ แล้วข่มขู่ให้เลิกยุ่งกับน้องชายของเขา แต่เธอไม่ยอม... และวันนี้เขาอาจตัดสินใจ ‘จัดการ’ กับเธอให้จบ ๆ ไป
ใบหน้าของกันติชาซีดเผือด เธอยังไม่อยากตาย... ยังมีภาระต้องดูแล ที่สำคัญเธอยังไม่ได้แต่งงานด้วยซ้ำ
“เลิกคิดไร้สาระเถอะ ผมไม่โง่พอจะฆ่าคุณที่นี่หรอก”
เธออ้าปากค้าง เขารู้ได้ยังไงว่าเธอคิดแบบนั้น หรือว่า...เขามีคาถาอ่านใจคน
กันติชาเคยได้ยินมาว่ากวินไม่ได้เก่งแค่เรื่องธุรกิจ แต่ยังมีพรสวรรค์ด้านจิตวิทยา รู้จักจับทางคนจากสีหน้าแววตา เธอเคยคิดว่าเป็นแค่คำอวยจากพวกประจบสอพลอ แต่ตอนนี้...เธอเริ่มไม่แน่ใจแล้ว
แต่จะคิดมากไปก็เท่านั้น เพราะตอนนี้มีเรื่องสำคัญกว่าที่ต้องถามให้ได้
“ถ้าคุณไม่คิดจะฆ่าฉัน แล้วจะพาฉันไปไหน?”
“เดี๋ยวก็รู้”
เขาตอบสั้นๆ และไม่มีทีท่าจะอธิบายอะไรเพิ่มเติม กันติชารู้ว่า ถามไปก็คงไร้ประโยชน์ และถ้าจะหนีก็คงหนีไม่พ้น
บางที...เธอควรเก็บแรงไว้ก่อน เผื่อเอาไว้ใช้ตอนต้องเอาตัวรอดจริง ๆ สุดท้ายเธอจึงหยุดดิ้น แล้วปล่อยให้เขาพาไป เพื่อดูว่าเขาจะพาเธอไปพบจุดจบแบบไหนกันแน่
