บทที่ 9 ข้าวไข่เจียว

กันติชาใช้เวลาไม่นานในการจัดการตัวเอง แต่เมื่อเสื้อผ้าที่ใส่มาใช้การไม่ได้แล้ว เธอก็จำต้องหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำของโรงแรมมาสวมแทนก่อน

การได้อาบน้ำช่วยให้เธอรู้สึกสดชื่นขึ้น ราวกับสติเหล่านั้นที่เคยปลิวหายไปตอนเกิดเรื่อง ค่อย ๆ กลับคืนมา และเมื่อความคิดเริ่มชัดเจน หญิงสาวก็เริ่มตระหนักได้ทีละนิดว่า...เธอเพิ่งทำอะไรลงไป

เธอเพิ่งมีเรื่องกับดาวิกา ภรรยาของผู้บริหารระดับสูงของสายการบิน และที่แย่กว่านั้น บิดาของดาวิกาก็คือผู้ถือหุ้นอันดับสองของบริษัท รองจากครอบครัวของกวิน

แน่นอน...ดาวิกาจะไม่มีทางปล่อยให้เธอลอยนวลแน่

เรื่องแจ้งความข้อหาทำร้ายร่างกาย เธอยังไม่กังวลเท่าไหร่ เพราะอย่างแย่ก็แค่เสียค่าปรับ อีกอย่าง คลิปวิดีโอที่หลายคนถ่ายไว้ก็ชัดเจนพอจะแสดงว่าใครเริ่มก่อน เธอยังพออ้างได้ว่าเป็นการป้องกันตัว

แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้น คือ ‘งาน’

เธอมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าดาวิกาจะต้องใช้เส้นสายและอิทธิพลที่มี บีบให้เธอต้องหลุดจากตำแหน่งพนักงานต้อนรับของสายการบินนี้อย่างแน่นอน

นี่แหละ...คือสิ่งที่กันติชากลัวยิ่งกว่าสิ่งใด

เธอมีภาระค่าใช้จ่ายไม่น้อยในแต่ละเดือน ไหนจะหนี้สินที่สะสมจากอดีตอีก หากต้องออกจากงานนี้จริงๆ ชีวิตเธอคงลำบากแน่ และอย่าได้หวังว่าจะไปสมัครกับสายการบินอื่น เพราะทันทีที่คลิปเหตุการณ์ระหว่างเธอกับดาวิกาถูกแชร์ว่อนอินเทอร์เน็ต วงการนี้ก็จะปิดประตูใส่หน้าเธอทันที

ใครจะอยากรับแอร์โฮสเตสที่ถูกมองว่าไร้ความอดทน ไม่สามารถควบคุมอารมณ์หรือรับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ แถมยังกล้าทำร้ายภรรยาของผู้บริหารอีก แบบนั้นต่อให้มีประสบการณ์มากแค่ไหน ก็หมดสิทธิ์กลับเข้าสู่อาชีพนี้ไปตลอดชีวิต

พระเจ้า...เธอจะทำยังไงดี หรือว่า...เธอควรจะไปคุกเข่าขอโทษดาวิกา

แค่คิดก็รู้สึกเสียศักดิ์ศรีอย่างที่สุด เพราะในความเป็นจริง เธอไม่ได้ผิดอะไรเลย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า...ตอนนี้ เงินคือสิ่งจำเป็นที่สุด และเธอจำเป็นต้องมีมัน

“คุณหิวหรือยัง”

เสียงนั้นดังขึ้นกะทันหัน ทำให้กันติชาสะดุ้งเฮือก

“เฮ้ย!”

เธออุทานออกมาอย่างตกใจ เพราะเข้าใจมาตลอดว่าเธออยู่ในห้องลำพัง ที่ไหนได้...กวินกลับยืนพิงกรอบประตูอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ มือหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกงอย่างสบายๆ อีกมือเท้ากรอบประตู ส่วนสายตาก็จับจ้องมาที่เธอไม่วางตา

เขามองเธอมานานแค่ไหนแล้ว?

ใบหน้าของกันติชาเริ่มร้อนวูบวาบ เธอรีบกระชับเสื้อคลุมอาบน้ำแน่นขึ้น และผูกสายคาดเอวให้มั่น ทั้งที่รู้ว่าถ้าเขาคิดจะทำอะไร เสื้อผ้าแค่นี้ก็คงไม่ช่วยอะไรนัก

“ตกใจเหรอ ขอโทษที ผมไม่คิดว่าคุณจะขวัญอ่อนขนาดนี้”

“เป็นใครก็ต้องตกใจทั้งนั้นแหละ!” เธอแย้งกลับเสียงเขียว ก็เขาเล่นโผล่มาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ดีนะที่เธอไม่เป็นโรคหัวใจ ไม่งั้นคงช็อกตายไปแล้ว “แล้วคุณกลับมาทำอะไรอีกล่ะคะ”

“ผมหิวน่ะ เลยกะจะชวนคุณไปกินข้าวด้วยกัน”

กันติชามองเขาราวกับว่าเขาสติไม่ดี เขากำลังชวนเธอไปกินข้าว...ทั้งที่เธอยังอยู่ในสภาพแบบนี้

“นี่มันใช่เวลาจะมากินข้าวไหมคุณ” เธอเหวี่ยงกลับไปเบาๆ รู้สึกว่าเขาอาจจะกำลังเล่นสงครามประสาทกับเธออยู่

“ทำไมจะไม่ใช่ล่ะ ตอนนี้สองทุ่มแล้วนะ และผมก็รู้นะว่าคุณหิว”

เขาพูดถูก...ตอนนี้เธอหิวมาก มากจนท้องร้องลั่น เพราะตั้งแต่เช้ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย

เช้าวันนี้แม่ล้มป่วยกะทันหัน ทำให้เธอต้องรีบพาท่านส่งโรงพยาบาล จากนั้นก็กลับมาแต่งตัวเพื่อมางานเลี้ยง ไม่มีเวลาแม้แต่จะแวะซื้อขนมรองท้องด้วยซ้ำ

แต่ถึงอย่างนั้น ตอนนี้เธอก็ยังรู้สึกว่ากินอะไรไม่ลงอยู่ดี...

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันยังไม่หิว ถ้าคุณหิวก็ทานเถอะ ไม่ต้องรอ”

“อย่าฝืนตัวเองเลย ผมได้ยินเสียงท้องคุณร้องแล้ว”

กันติชาถลึงตาใส่เขา...ผู้ชายคนนี้เป็นคนหรืออะไร หูดีเกินไปแล้ว!

“ว่ายังไง ตกลงจะกินอะไรดี ผมจะสั่งให้โรงแรมจัดให้ แล้วเราก็กินกันที่ห้องนี่แหละ คุณจะได้ไม่ต้องลำบากแต่งตัวแบบนี้ออกไปห้องอาหาร”

ในเมื่อเขาคะยั้นคะยอขนาดนี้ เธอก็หมดแรงจะต่อล้อต่อเถียง ตัดรำคาญตอบไป

“งั้น...ขอข้าวไข่เจียวจานหนึ่งก็แล้วกันค่ะ”

“ข้าวไข่เจียว?” กวินขมวดคิ้วเล็กน้อย “ผมลืมบอกไปว่าผมเป็นเจ้ามือ คุณจะสั่งอะไรก็ได้เลยนะ ที่โรงแรมนี้มีอาหารชื่อดังจากต่างประเทศเพียบ อยากกินอะไรเต็มที่เลย ผม...”

“ฉันอยากกินข้าวไข่เจียวจริงๆ ค่ะ” กันติชาขัดขึ้นก่อนที่เขาจะพูดจบ แต่ก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงติดขำ “แต่ถ้าคุณจะใส่ท็อปปิ้งมาเป็นเนื้อวากิว ไข่ปลาคาเวียร์ หรือกุ้งล็อบสเตอร์ ฉันก็ไม่ว่าอะไรนะ”

เธอเข้าใจดีว่าคนอย่างเขาคงคิดว่าเธอจะตาลุกวาวเมื่อมีคนเสนอจะเลี้ยง และคงคาดว่าเธอจะเลือกเมนูหรูๆ สมฐานะเจ้ามือกระเป๋าหนัก แต่ความจริงคือเธอเหนื่อยเกินไป

และเมื่อก่อน...ทุกครั้งที่รู้สึกเหนื่อย พี่สาวของเธอมักจะทำไข่เจียวให้กินเสมอ

ไม่น่าเชื่อว่าแค่อาหารง่าย ๆ แบบนั้นจะช่วยปลอบใจและเติมพลังได้มากขนาดนี้ จนกลายเป็นเมนูโปรดของเธอโดยไม่รู้ตัว กินกี่ครั้งก็ไม่เคยเบื่อเลย

“โอเค ข้าวไข่เจียวก็ข้าวไข่เจียว”

ในที่สุดชายหนุ่มก็ไม่เซ้าซี้ต่อ เขาเดินไปหยิบโทรศัพท์ กดเบอร์ห้องอาหาร แล้วสั่งเมนูสำหรับทั้งตัวเขาและเธอ โดยระบุให้พนักงานนำมาเสิร์ฟถึงห้อง

หลังจากวางสาย เขาก็เดินตรงมาทางเธอ

“คุณ...คุณจะเดินเข้ามาทำไม อย่าเข้ามานะ” กันติชาถอยหนีอย่างระแวดระวัง เพราะเธอยังอยู่ในสภาพไม่เรียบร้อยนัก ซึ่งท่าทีแบบนั้นก็ทำให้กวินถอนหายใจแล้วส่ายหน้า

“นี่คุณ...เลิกทำเหมือนผมเป็นโจรห้าร้อยสักทีเถอะ ถ้าผมคิดจะทำอะไรคุณจริง ๆ ป่านนี้คงไม่ต้องมาพิรี้พิไรอยู่แบบนี้หรอก”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป