บทที่ 3 EP 1/3 บ่วงพิศวาส

เจ๊หวานอบรม ขณะเดินถือถาดใส่จานไก่ทอดพร้อมชาเย็นในแก้วใสมาเสิร์ฟสาวๆ รวีกานต์ชูนิ้วโป้งเห็นด้วยในขณะที่เวนิสาเบะปากอย่างระอาเหลือ

“สงวนมาสามสิบปี ไข่แดงยังอยู่ไม่โดนจิ้มสักที คนสวยเครียดค่ะเจ๊” 

เวนิสาคร่ำครวญ ความสมบูรณ์แบบเกินไปก็ทำให้ผู้ชายขยาด คงคิดกระมังว่าสวยๆ อย่างนี้คงมีแฟนแล้วเลยไม่มีใครกล้าจีบ พอออกจากมหาวิทยาลัยก็ไม่มีผู้ชายมาขายขนมจีบเลย ให้ตายสิ!

“ว่าไปนั่น ฉันว่าอีกไม่นานแกคงเสร็จคุณนายแม่ โดนจับแต่งงานกับอีตาเจ้าของสเปิร์มชัวร์!” รวีกานต์เอ่ยอย่างมั่นอกมั่นใจ

“แหม...ถ้าเขายอมแต่งฉันก็แต่งนะแก คนนี้น่ะข้อยกเว้น อั๊ยยะ! คนอะไร หล่อ รวย ตัวสูงด้วย ปากน่าจูบอีกต่างหาก โอ๊ย...อยากจะพลีร่างให้เดี๋ยวนี้เลย” 

เวนิสาทำหน้าเคลิ้มฝัน สองเพื่อนรักส่ายหน้าทำท่าแขยง ก่อนจะหยิบน่องไก่ชิ้นหนึ่งยัดเข้าไปในปากชะนีสายหื่น 

“พูดซะอยากจะเห็นหน้าเลย บอกมาซิ เขาเป็นใคร” 

กะเทยร่างหมีถามออกมา แต่เวนิสาส่ายหน้าพรืด

“บอกไม่ได้ เดี๋ยวโดนฟ้อง แม่บอกว่าเขาไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ที่เอาเรื่องบ้าๆ นี่ไปขอให้เขาช่วย ฉันต้องปิดเป็นความลับ ห้ามเปิดเผยว่าเขาเป็นใคร แต่ว่า...ถ้าเอ่ยชื่อออกไปใครๆ ก็คงรู้จัก เพราะเขาฮอทมาก!”

“เฮ้อ...เกิดเป็นคนรวยนี่ดีจริงๆ ทำอะไรเพี้ยนๆ ได้หน้าตาเฉย เอานี่...ค่าบ้านงวดสุดท้าย ฉันเป็นไทแล้วโว้ย!” 

รวีกานต์โยนเงินปึกเล็กๆ ให้เพื่อนสาว ตอนสร้างบ้านหลังนี้เธอไม่มีเงินสักบาท เวนิสาช่วยออกให้ในส่วนของเธอ พอเรียนจบเธอก็ผ่อนคืนเจ้าหล่อน จนในที่สุดก็ครบจำนวนแล้ว

“นี่...ฉันบอกว่าไม่ต้องคืนก็ได้ ฉันให้แกอยู่นี่ไปจนตายยังได้เลย”

“ไม่ได้หรอก เพื่อนกันต้องหารสิ ฉันไม่ใช่เพื่อนกินนะ ที่เห็นเพื่อนรวยแล้วต้องเกาะ”

“ฉันยอมให้แกกับเจ๊หวานเกาะอย่างยินยอมพร้อมใจเลย” 

แม่สาวสวยแต่โทรมยังไม่หยุดเอ่ยเย้า หยิบเอาเงินปึกนั้นใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะเริ่มแทะน่องไก่ที่ถืออยู่ในมืออีกข้าง อาการปวดตุบๆ ยังคงมีอยู่ที่ท้องน้อย ได้แต่อดทนกับมันให้ถึงที่สุด

“นี่...วันนี้ฉันเจอบอสใหญ่ด้วยนะ เขาคุยกับฉันแถมยังเอาร่มให้ยืมด้วย โอ๊ย...ใจนี่เต้นตุบๆ เลย” 

น่องไก่ในมือเวนิสาถูกวางลงเบาๆ คำว่า ‘บอสใหญ่’ ที่รวีกานต์เอ่ยอ้างทำเอาความอร่อยหมดจากไก่ชิ้นนี้ แม่แสงตะวันยามเช้า ในที่สุดก็ทำตามฝันได้สำเร็จสินะ 

“เล่ามาเดี๋ยวนี้ตะวัน นั่นผู้ชายของฉันนะยะ!” 

เจ๊หวานมีทวง ใครก็รู้ว่าบอสของรวีกานต์เนื้อหอมขนาดไหน แม้ว่าไม่มีใครได้มีโอกาสคบหาดูใจกับเขาอย่างจริงจังก็เถอะ

“คือว่า...” แล้วรวีกานต์ก็เริ่มเล่าเรื่องตอนหัวค่ำให้เพื่อนๆ ฟัง เจ๊หวานฟังไปก็อายม้วน เขินแทนรวีกานต์ในสถานการณ์นั้น ในขณะที่เวนิสาต้องซ่อนความไม่สบายใจไว้ใต้ใบหน้าเปื้อนยิ้ม 

“ฉันว่าบอสต้องปิ๊งหล่อนแน่เลย” 

“จริงหรือคะเจ๊ เขาจะชอบฉันจริงเหรอ”

“จริงสิ แม่ดวงตะวันของเราสวยน้อยซะเมื่อไหร่ จริงไหมยัยวี”

เวนิสาได้แต่พยักหน้ายิ้มๆ หากสวรรค์จะบันดาลให้ทั้งสองรักกันใครจะไปห้ามได้เล่า ความเจ็บปวดน่ะ คงไม่มากเกินกว่าจะแบกรับกระมัง เธอมั่นใจว่าไม่เคยคิดอยากแต่งงานหรือรักผู้ชายคนไหน แน่นอน นั่นเพราะเธอมีคนที่รักและอยากแต่งงานกับเขาแล้ว แม้ว่ามันจะเป็นเพียงความฝันลมๆ แล้งๆ ก็ตาม

“เขาน่ะ ยังหล่อเหมือนสมัยก่อนเลยนะคะ ดูคมเข้มขึ้นด้วย เมื่อก่อนตอนที่อยู่มหา’ลัย ฉันกับยัยวีกรี๊ดเขามากเลย เขาเป็นเดือนมหาลัยที่ฮอทมากๆ เนอะวีเนอะ”

“อือ...ฉันยังเคยเอาจดหมายรักของแกไปให้เขาด้วย น่าอายชะมัด เขาคงคิดว่าจดหมายนั่นเป็นของฉัน” เวนิสาเบะปากใส่

“ใช่ และนั่นทำให้เขาไม่เปิดอ่านแถมยังโยนทิ้งถังขยะให้ฉันต้องปวดใจเล่น” 

รวีกานต์เท้าความ เธอปลื้มศศินมากนะ ถึงขนาดที่ว่าพอเรียนจบก็สมัครไปทำงานที่บริษัทเขา และน่าดีใจนักที่เธอได้เข้าทำงานที่นั่นจริงๆ 

“แกเอาจริงหรือตะวัน ถ้าเขาชอบแกจริงๆ แกจะ...”

“เซย์เยสไปเลยเถอะ คนที่สมบูรณ์เพียบพร้อมขนาดนั้นน่ะ”

ยิ่งได้ยินเพื่อนรักเอ่ยเช่นนั้น เวนิสายิ่งสะเทือนใจ เอาเถอะ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดละ

“อ้อ...แกมีมาการ็องเหลือๆ บ้างไหม แบ่งใส่กล่องให้ฉันหน่อยสิ ผูกโบสวยๆ ให้ด้วยนะ ฉันจะเอาไปขอบคุณเขาเรื่องร่มน่ะ”

“หาทางอ่อยเขาละสิไม่ว่า”

“โอ๊ยเจ๊! อย่าพูดเหมือนรู้ทันสิ เขาใจดี ฉันก็อยากตอบแทนเขาบ้าง”

“ทำไมหล่อนไม่ทำเองละยะ มาการ็องน่ะ”

“แหม...เจ๊ก็พูดไป เจียวไข่ยังไหม้นี่ยังจะหวังให้ฉันทำมาการ็องเหรอ แล้วฉันน่ะ มีเพื่อนรักอย่างยัยวีอยู่ทั้งคน ไม่ต้องสนอะไรอยู่แล้ว เนอะวีเนอะ” 

เวนิสาได้แต่ยิ้มแห้งๆ ให้เพื่อนรัก ความอึดอัดในอกเริ่มต้นเท่าเมล็ดงา ทว่าหนึ่งปีที่ผ่านมามันได้เติบโตจนเกือบเท่าแตงโมลูกใหญ่ๆ คงทำได้แค่เก็บกลืนความอึดอัดไว้ ไม่สามารถบอกใครได้เลย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป