บทที่ 6 EP 1/6 บ่วงพิศวาส

ศศินกระแอมเบาๆ ใบหน้านิ่งเฉยไร้รอยยิ้มใดๆ

“ทำไมไม่โทรมาบอกก่อนล่ะ พี่มีนัดแล้ว” 

เขาปฏิเสธแล้วหันมาหารวีกานต์ แอบส่งซิกให้เจ้าหล่อนทางดวงตาคมปลาบ

“นัดใครคะ”

“ก็...” เหล่มองรวีกานต์อีกรอบหนึ่ง

“ฉันเองค่ะ พอดีเรามีเรื่องงานต้องคุยกันนิดหน่อย ขอตัวบอสสักวันนะคะคุณนางเอก” รวีกานต์รับสมอ้าง รีบคล้องแขนตัวเองเข้ากับแขนบิ๊กบอส 

ศศินเหวอเล็กน้อย แต่ก็ยอมให้สาวเจ้าควงแขนแต่โดยดี 

“อะไรกันคะ รพีอุตส่าห์มา งั้นรพีไปด้วย” 

ศศินส่ายหน้า เริ่มอึดอัดกับความเยอะของคนที่เอ็นดูเหมือนน้องสาว ปานรพีคงเด็กเกินกว่าจะรู้จักคำว่ามารยาท

“พี่มีงานต้องคุย เธอไปด้วยก็รำคาญเปล่าๆ เอาอย่างนี้สิ ไปที่ร้านประจำของพี่ สั่งอะไรมากินแล้วลงบัญชีไว้ เดี๋ยวพี่จัดการเอง”

ปานรพีดึงมือออกจากแขนศศินอย่างงอนๆ หน้าตาบูดบึ้ง

“รพีงอนพี่แล้ว อุตส่าห์มาหานะคะ”

“โตแล้วรพี” ศศินปรามเสียงต่ำ นางเอกสาวหน้าเง้าหน้างอ สุดท้ายก็สะบัดบ๊อบสั้นของหล่อนหนีใบหน้าพี่ศศินคนดี

“รพีจะสั่งล็อปสเตอร์ ปูอลาสก้าแล้วก็ไวน์แพงๆ”

“โอเค...แล้วแต่เธอเลย พี่ไปละนะ” 

เขาเอ่ยอย่างเพลียๆ ปานรพียิ่งงอนหนัก แต่ศศินไม่สน เขาควงรวีกานต์ไปยังลิฟต์ ได้ยินเสียงโวยวายอย่างขุ่นเคืองของปานรพีดังไล่หลังมา

เมื่ออยู่ในลิฟต์ รวีกานต์รีบดึงแขนออกจากแขนบิ๊กบอสอย่างเคอะเขิน ศศินมองหล่อน ไม่ได้โกรธหรืออะไร

“ขอโทษที่ทำเกินไปนะคะ กลัวว่าคุณนางเอกจะไม่เชื่อน่ะ”

“ไม่เป็นไร ผมไม่ถือ ว่าแต่...อยากกินอะไรครับ”

“คะ?”

“ก็มื้อเที่ยง”

“หือ? จะเลี้ยงจริงๆ หรือคะ นึกว่าเป็นแค่ข้ออ้าง”

“ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ไปกินด้วยกันก็ได้ มีเรื่องอยากจะคุยกับคุณเหมือนกัน”

“คะ?”

รวีกานต์รู้สึกเหมือนถูกลอตเตอรี่ หญิงสาวอ้าปากน้อยๆ เฝ้ามองใบหน้าด้านข้างของบิ๊กบอสอย่างลุ่มหลง เขาจะพูดอะไรกับเธอนะ คงไม่ได้บอกว่าชอบเธอใช่ไหม กรี๊ด...เจ๊หวานขาช่วยตะวันด้วย!

----------

ณ ร้านอาหารอิตาเลี่ยนแห่งหนึ่ง ภายในโรงแรมที่ตั้งอยู่ไม่ห่างจากบริษัทศิวเศขรมากนัก รวีกานต์นั่งใจเต้นตึกๆ อยู่ต่อหน้าบิ๊กบอสผู้หล่อเหลา มีสาวๆ มากกว่าห้าโต๊ะจ้องมองมาทางนี้ แน่ล่ะ ทุกสายตามองมาที่เธอราวอยากจะฆ่า แต่รวีกานต์ไม่สนหรอกนะ เชิญอิจฉาให้อกแตกตาย วันนี้ศศินเป็นของเธอคนเดียวเท่านั้น!

“ไม่หิวหรือครับ” บุรุษผู้สมบูรณ์แบบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เอ่ยถามหญิงสาวที่นั่งอยู่ต่อหน้า เจ้าหล่อนยังไม่ยอมจับมีดขึ้นมาหั่นสเต๊กสักคำ

“เอ่อ...ค่ะ หิวค่ะ ฉันแค่ไม่ชินกับความหรูน่ะ” เธอตอบตามจริง มองศศินแล้วหยิบมีดและส้อมตามเขา ค่อยๆ หั่นเนื้อคำเล็กๆ เขาปาก รสชาติของมันแทบจะละลายในปากเลยดีเทียว “โอ...อร่อย”

ศศินมีรอยยิ้มบางๆ ไม่เคยเห็นกิริยาอันเปิดเผยของเหล่าสตรีมากนัก เพราะหากเจ้าหล่อนทั้งหลายได้มานั่งตรงหน้าเขาแล้วละก็ ส่วนมากจะสงวนท่าที จะทำทุกวิถีทางให้ดูสมบูรณ์แบบเพื่อคู่ควรกับเขา

รวีกานต์เริ่มอร่อยกับอาหารในจานของตัวเอง เธอหั่นเนื้อชิ้นโตเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆ ไม่ห่วงสวย

“คงถูกปากนะครับ” เขาถามแล้วหยิบแก้วน้ำขึ้นจิบอย่างมีมาด 

รวีกานต์เริ่มรู้ตัว ได้แต่ยิ้มแหยๆ ส่งให้

“ตายจริง นี่ฉันควรกินคำเล็กๆ แค่สองสามคำแล้วบอกว่าอิ่มใช่ไหมคะ ขอโทษนะคะบอส แต่ว่าสเต๊กมันอร่อยจริงๆ” ว่าแล้วหั่นสเต๊กเข้าปากอีกคำ ยังยิ้มได้ต่อหน้าบิ๊กบอสพ่อยอดดวงใจ

“อาหารที่บริษัทจัดไว้ให้ ถูกปากแบบนี้ไหมครับ”

“ค่ะ...ก็โอเค แต่ว่า...กินบ่อยๆ ก็เบื่อ เหมือนชินกับรสชาติแล้ว”

เจ้าของบริษัทพยักหน้ารับฟัง เขารับประทานอาหารในจานตัวเองไปเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน ค่อยๆ ละเลียดทุกคำด้วยท่วงท่าอันน่ามอง

“ถ้าเลือกได้อยากกินอะไรครับ”

“อืม...อะไรก็ได้ค่ะ แค่อย่าทำซ้ำกันภายในหนึ่งอาทิตย์ก็พอ ฉันว่าถ้าร้านข้างนอกสัมปทานเข้ามาขายน่าจะดีนะคะ เราจะได้กินอะไรที่หลากหลายบ้าง ทุกวันนี้เป็นแม่ครัวของบริษัททำให้เลยจำเจไปหน่อย เหมือนทำๆ ให้มันผ่านวันนี้ไป” 

รวีกานต์อธิบาย จิ้มเนื้อคำสุดท้ายเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ 

ศศินมองเพลิน เหมือนกำลังมองเด็กน้อยยามได้กินของอร่อยถูกใจ

“แล้วสวัสดิการด้านอื่นๆ ดีไหมครับ”

“ดีค่า ปีที่แล้วฉันได้โบนัสสมกับความเหนื่อยเลย มิเสียแรงที่อยู่ที่นี่มาตั้งเจ็ดแปดปี”

ศศินประหลาดใจเมื่อได้รู้ รวีกานต์ทำงานที่บริษัทเขามาถึงแปดปีแล้วหรือ แสดงว่ายังมีอยู่สินะพนักงานที่รักองค์กร

“ทำที่ฝ่ายบุคคลเป็นยังไงบ้างครับ”

“ก็ดีค่ะ ยุ่งๆ หน่อยตอนเปิดรับพนักงานประจำปี ฉันสนุกกับงานนะคะ ทำตั้งแต่เป็นแค่พนักงานธรรมดา จนตอนนี้เป็นรองผู้จัดการแล้วค่ะ” คนสวยบอกแล้วยิ้ม เริ่มอิ่มขึ้นมา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป