บทที่ 4 ช่วย
บทที่4
ช่วย
หลังจากเปลื่ยนคนขับก็เห็นได้ชัดว่าทั้งคู่จะถึงที่หมายได้ทันก่อนเวลานัด ไม่นานนักรถหรูก็เคลื่อนเข้าสู้ร้านอาหารที่เป็นจุดหมาย
อัคคีภัสร์เดินลงจากรถพร้อมกับเลขาสาวก่อนที่ทั้งคู่จะเดินตรงเข้าไปยังร้านอาหารที่ถูกจองไว้ พนักงานต้อนรับพาทั้งคู่เดินตรงไปยังโต๊ะที่จองไว้ทันที เมื่อทั้งคู่เดินถึงโต๊ะก็พบว่าฝ่ายที่นัดไว้ก็มาถึงแล้วเช่นเดียวกัน
”สวัสดีครับคุณปิติ” อัคคีภัสร์เอ่ยออกมาอย่างนอบน้อม
”สวัสดีครับคุณเพลิง นั่งก่อนสิครับ” ปิติคุณเอ่ยพลางผายมือให้อีกฝ่าย
”คุณปิติครับนี่คุณลิตาเลขาของผมครับ” อัคคีภัสร์เอ่ยแนะนำหญิงสาวข้างกายให้กับลูกค้าคนสำคัญ
”สวัสดีครับคุณลิตา” ปิติคุณมองลลิตาด้วยสายตาหวาน
“เรามาคุยงานกันดีกว่าครับ” เมื่อเห็นว่าปิติคุณจ้องเลขาของเขาเหมือนจะกลืนกินอัคคีภัสร์จึงรีบพูดแทรกทันที
“โอเคครับวันนี้ผมมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณแล้วก็มีคนอยากแนะนำให้คุณเพลิงรู้จัก”
”ใครหรือครับ”
”มานู่นไง” พูดจบปิติคุณก็มองไปทางหญิงสาวผู้เข้ามาใหม่คือคุณฟาง พิชญาดาราสาวชื่อดัง
”สวัสดีค่ะคุณพ่อ” พิชญาเอ่ยทักทายผู้เป็นพ่อพลางทอดสายตามองมาทางชายหนุ่มตรงหน้า
”นั่งก่อนสิฟาง พ่อจะแนะนำให้รู้จัก นี่คุณเพลิงประธานบริษัทกิติวรนันท์”
”สวัสดีค่ะคุณเพลิง”
”สวัสดีครับคุณฟาง”
”ผมว่าเรามาคุยเรื่องสัญญากันเลยดีกว่ามั้ยครับจะได้ไม่เสียเวลา” อัคคีภัสร์รู้ได้ทันทีว่าปิติคุณคิดจะให้ตนได้รู้จักกับลูกสาวเพียงคนเดียวของเขาจึงรีบเปลื่ยนเรื่อง
”งั้นคุณพ่อคุยงานกับคุณเพลิงก่อนเถอะค่ะ ตอนนี้ฉันขอรบกวนเลขาคุณเพลิงไปถ่ายรูปให้ฉันได้มั้ยคะ” พิชญายิ้มออกมาอย่างเป็นมิตร
”เอ่อ”
”ได้ครับ” อัคคีภัสร์ตอบออกมาเมื่อเห็นว่าลลิตาอ้ำอึ้งอยู่
”เราไปกันเถอะค่ะ” พูดจบพิชญาก็จับมือลลิตาออกไปทันที
”งั้นเรามาเริ่มคุยงานกันเลยดีกว่านะครับ”
”ยินดีครับ”
ตอนนี้ลลิตาถูกดาราสาวลากออกมาโซนเอาท์ดอร์ก่อนที่พิชญาจะหยุดกะทันหัน
”มาค่ะเดี๋ยวฉันจะถ่ายรูปให้” ลลิตาพูดออกมาพลางยิ้มให้อีกฝ่าย ทว่าอีกฝ่ายกลับมองเธอด้วยสายตาเหยียด
”นี่ ฉันถามอะไรหน่อยสิคุณเพลิงเขาเป็นคนยังไง”
”ฉันไม่รู้ค่ะ”
”ไม่รู้ได้ยังไงเธอเป็นเลขาของเขานะ”
”ฉันพึ่งมาทำงานวันแรกค่ะเลยไม่ค่อยรู้เรื่องสักเท่าไหร่ เท่าที่รู้ก็จะมีแค่เรื่องทั่วไปที่ใครๆก็รู้ แต่ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวของคุณเพลิงฉันไม่รู้หรอกค่ะ”
”แล้วคุณเพลิงเขามีแฟนหรือคนคุยบ้างหรือยัง”
”เรื่องนี้ฉันไม่รู้เหมือนกันค่ะ”
”นี่เธอไม่รู้อะไรบ้างเลยหรือ”
”ไม่รู้ค่ะ”
”ไม่รู้ ไม่รู้ ตอบเป็นคำเดียวหรือยังไง” พิชญาเอ่ยออกมาด้วยความโมโหเพราะลลิตาเล่นตอบแค่ไม่รู้ท่าเดียว
”ก็ฉันไม่รู้จริงๆนิคะ คุณจะให้ฉันตอบว่ารู้ในสิ่งที่ฉันไม่รู้ได้ยังไง”
”เธอกำลังด่าว่าฉันโง่หรือ”
”ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นนะคะ” ลลิตารีบปฏิเสททันทีเมื่ออีกฝ่ายดูท่าจะคิดไปไกล
”อ่อ ฉันรู้แล้วเธอคงไม่ได้อยากเป็นแค่เลขาสินะ เห็นหน้าจืดๆแต่ก็คงจะอยากได้ผู้ชายจนตัวสั่น เอาแบบนี้มั้ยเธอน่ะลาออกจากการเป็นเลขาแล้วมานอนกับพ่อของฉันสักคืนฉันจะให้เงินไปใช้สักสามล้าน เงินแค่นี้ก็น่าจะซื้อผู้หญิงแบบเธอได้แล้วมั้ง”
”นี่คุณ ฉันจะบอกให้นะเงินของคุณมันซื้อฉันไม่ได้ แล้วก็ไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนที่จะมีนิสัยเหมือนคุณ อย่าเอานิสัยต่ำๆตัวเองมาตัดสินคนอื่น” เมื่อถูกดูถูกจากคนที่ไม่ได้รู้จักก็ทำเอาลลิตาควบคุมตัวเองไม่อยู่
”นี่แกว่าฉันหรือ ปากดีนักนะ” พิชญาง้างมือขึ้นมาตบลงบนใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้าเต็มแรง
เพียะ!!
ความเจ็บแปลบปนกลิ่นคาวเลือดที่มุมปากทำเอาลลิตาที่ไม่ทันตั้งตัวเกือบล้มเพราะความแรง ทว่าในจังหวะนั้นอัคคีภัสร์ที่เห็นเหตุการณ์ก็รีบเข้ามาประคองร่างของลลิตาไว้ได้ทัน
”นี่มันเกิดอะไรขึ้น” ปิติคุณเอ่ยถามลูกสาวของตนทันที
”พ่อคะ เลขาของคุณเพลิงเขาบอกว่าฟางจะเข้ามาจับบอสของเขาค่ะ เธอบอกว่าฟางเป็นผู้หญิงหน้าเงินแถมยังตบฟางด้วยค่ะ” ดาราสาวตีหน้าเศร้าบีบน้ำตาหวังให้ผู้เป็นพ่อช่วย
”ฉันไม่ได้ทำนะคะ คุณฟางนั่นแหละที่เข้ามาหาเรื่องก่อน” ลลิตาหันไปมองอัคคีภัสร์ด้วยใบหน้าที่แดงก่ำเพราะฝ่ามือของอีกฝ่าย
”คุณเพลิง ผมต้องการคำอธิบายไม่งั้นวันนี้ผมจะไม่จบเรื่องนี้แน่”
”ใจเย็นๆก่อนนะครับคุณปิติ หากเลขาของผมผิดผมยินดีรับผิดชอบครับคุณฟางต้องการอะไรผมยินดีทำให้ครับ”
”เห็นแก่ที่คุณเพลิงขอฟางก็จะยอมให้สักครั้ง แต่คุณต้องไล่เลขาคนนี้ออกซะ ฟางต้องการแค่นี้ถ้าคุณไม่ไล่เธอออกฟางจะให้พ่อยกเลิกสัญญากับคุณ” พิชญายื่นคำขาดทำเอาอัคคีภัสร์หนักใจ
”ได้ครับ ถ้าเลขาของผมเธอทำผิดจริงผมยินดีรับผิดชอบ”
”คุณเพลิงฉันไม่ได้ทำ…” ยังไม่ทันได้พูดจบพนักงานสาวของร้านอาหารก็เดินเข้ามาทันที
”คุณเพลิงคะ นี่คือคลิปจากกล้องวงจรปิดค่ะ” พนักงานสาวยื่นโทรศัพท์ให้อัคคีภัสร์
”ผมให้พนักงานไปรีกล้องวงจรปิดแล้วดูให้ชัดๆนะครับ” อัคคีภัสร์ยิ้มมุมปากออกมาเพราะในคลิปเห็นได้ชัดว่าพิชญาเห็นฝ่ายเข้ามาหาเรื่องลลิตาก่อน
“จากคลิปเลขาของผมไม่ผิดคุณมีอะไรจะอธิบายมั้ยครับคุณฟาง”
“คือ” พิชญาอ้ำอึ้งอยู่สักพัก เมื่อเห็นท่าไม่ดีผู้เป็นพ่อจึงรีบเข้ามาช่วยลูกสาว
”เอ่อ น่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันน่ะครับ เอาเป็นว่าคุณไม่ต้องไล่เลขาคนนี้ออกแล้วเรื่องนี้ก็คือว่าจบกันเท่านี้โอเคมั้ยครับ” ปิติคุณเอ่ยออกมาพลางมองลูกสาวของตน
”เรื่องนี้ผมปล่อยผ่านก็ได้ครับ แต่ว่าเรื่องโปรเจคของเราผมขอยกเลิกครับ”
”คุณเพลิงไม่ได้นะคะ” ลลิตามองอีกฝ่ายพลางส่ายหน้าเบาๆ
”ผมตัดสินใจแล้ว ผมขอยุติความร่วมมือของเราครับ” อัคคีภัสร์ตอบเสียงหนักแน่น
”นี่มันโปรเจคพันล้านเลยนะครับ คุณจะยอมยกเลิกเพราะเลขาคนเดียวเนี่ยนะคุณอย่ามาเล่นตลกแถวนี้น่ะคุณเพลิง”
”ผมพูดจริงทำจริง คุณคิดว่าการที่ลูกสาวของคุณมาใส่ร้ายคนของผมแล้วโยนความผิดให้เธอแบบนี้มันสมควรแล้วหรือครับ แถมลูกสาวของคุณยังจะให้เลขาของผมไปนอนกับคุณเพื่อแลกกับเงินแค่ไม่กี่บาท ให้เลขาผมเอาศักดิ์ศรีของตัวเองไปแลกกับเงิน นี่น่ะหรือความคิดของพวกคุณ” อัคคีภัสร์พูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง ถึงเขาจะไม่ชอบลลิตาแต่ด้วยหน้าที่บอสเขาก็ต้องปกป้องเลขาที่ถูกเอาเปรียบให้ถึงที่สุด
“เรื่องนี้ลูกสาวของผมผิดผมยอมรับ แต่คุณจะมายกเลิกสัญญาที่เราคุยแบบนี้ผมว่ามันไม่ดีมั้งครับ เอางี้มั้ยครับผมว่าเราปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปก็จบอย่าทำให้มันเป็นเรื่องยากเลย” ปิติคุณยิ้มออกมาพลางมองลลิตาด้วยสายตาผู้ชนะ
“แสดงว่าคุณคงยังไม่สำนึกสินะครับ คุณคิดว่าผมเป็นคนแบบพวกคุณหรือยังไง คุณเป็นพ่อแทนที่จะสั่งสอนเธอกลับให้ท้ายแล้วปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านๆไป หากวันนี้ผมยอมให้พวกคุณก็เท่ากับว่าเลขาของผมไม่ได้รับความเป็นธรรมเพราะฉะนั้นผมไม่ขอร่วมงานกับคนที่ไม่มีมนุษย์ธรรมแบบพวกคุณ ขอตัวนะครับ” พูดจบอัคคีภัสร์ก็จับมือลลิตาเดินออกจากตรงนั้นทันที
“คิดว่าตัวเองใหญ่มาจากไหน บริษัทของแกถ้าไม่มีโปรเจคนี้มันก็ไปไม่รอดหรอก” ปิติคุณตะโกนลั่นพลางหันไปหาลูกสาวของตนด้วยความหัวเสีย
เมื่อมาถึงรถอัคคีภัสร์ก็ยื่นผ้าเช็ดหน้าของตนให้แก่หญิงสาวข้างการที่ยืนก้มหน้าอยู่
”เจ็บมั้ย อย่าไปคิดมากนะเรื่องนั้นน่ะพวกเขาก็แค่ใช้เงินซื้อศักดิ์ศรีคนจนเคยตัว” นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกเป็นห่วงหญิงสาวตรงหน้า ที่จริงเขารู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเธอไม่ได้ทำเพราะขณะที่ทั้งคู่มีปากเสียเป็นจังหวะที่เขาออกมาเข้าห้องน้ำ เขาจึงขอให้พนักงานรีกล้องวงจรปิดเพื่อให้อีกฝ่ายดิ้นไม่หลุด
”ขอบคุณค่ะ ฉันโอเค” ลลิตาชะงักเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ ภาพในวันนั้นผุดขึ้นมาในหัววันที่เธอยื่นผ้าเช็ดหน้าให้กลับเขาทว่าวันนี้กลับเป็นเธอที่ได้รับมัน
”ถือว่าหายกันกับวันนั้นละกัน” อัคคีภัสร์ยิ้ม
”ค่ะ แต่ว่าคุณยกเลิกโปรเจคแบบนี้บริษัทจะเสียหายนะคะ กลับไปขอโทษคุณปิติเถอะค่ะ ฉันจะยอมลาออกเอง” ลลิตาพูดออกมาเบาๆ
”นี่ไม่สมกับเป็นเธอเลยนะลิตา ไหนว่าจะไม่ยอมแพ้ไง ลิตาที่ฉันเกลียดไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้อะไรง่ายๆนะ”
”ย้ำจังเลยนะคำว่าเกลียดเนี่ย ก็นั้นมันโปรเจคพันล้านความเสียหายตั้งเท่าไหร่ ฉันชดใช้ไม่ไหวหรอกนะ จะให้ฉันเป็นเลขาของคุณไปทั้งชาติก็ใช้ไม่หมด”
”ก็ช่างมันสิ ลูกค้าเดี๋ยวก็หาใหม่ก็ได้เธอไม่เห็นต้องไปสนใจเลย ถึงฉันจะไม่ชอบเธอแต่เธอก็ยังเป็นเลขาของฉัน จำไว้นะลิตาศักดิ์ศรีของเธอมันซื้อด้วยเงินไม่ได้ ส่วนลูกค้าแบบนั้นไม่ตายฉันก็หาใหม่ได้ ถึงไม่มีพวกเขาฉันก็ไม่ล้มละลายหรอก” อัคคีภัสร์พูดออกมาด้วยความโมโห
”คุณเป็นห่วงฉันหรือคะ” ลลิตาเอ่ยถามออกมาเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายออกโรงปกป้องเธอ
”ป…เปล่า ใครเป็นห่วงเธอฉันแค่ไม่ชอบพวกที่ชอบรังแกคนอื่นเฉยๆ ส่วนโปรเจคเดี๋ยวฉันค่อยหาใหม่แล้วเธอก็ต้องเป็นคนดิลด้วยเข้าใจมั้ย ขึ้นรถได้แล้วฉันหิว” เมื่อถูกถามแบบนั้นอัคคีภัสร์จึงรีบเปลื่ยนเรื่องทันที เขาไม่ได้สนใจเธอสักหน่อยที่เขาทำแบบนั้นก็เพราะเขาไม่อยากให้เธอโดนเอาเปรียบเพียงเท่านั้นนี่คือสิ่งที่อัคคีภัสร์คิดในหัว ทว่าความรู้สึกจริงๆเขาก็ยังตอบตัวเองไม่ได้เลย
