บทที่ 6 ลูกค้ารายใหม่
บทที่6
ลูกค้ารายใหม่
“ฉันว่าจะถามคุณหลายรอบแล้ว ทำไมพนักงานที่นี่ถึงมองฉันแปลกๆ หน้าฉันมีอะไรติดหรือเปล่าคะ”
“ไม่มีหรอก ที่เขามองเธอก็เพราะว่าฉันไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนมากินข้าว นี่เป็นครั้งแรกที่มีผู้หญิงมาด้วยพวกเขาคงสงสัยว่าเธอเป็นใคร”
“คุณไม่เคยพาผู้หญิงมากินข้าวเลยหรือคะ”
“อือ มันแปลกมากเลยหรือ”
“แปลกสิคะ คุณเป็นถึงประธานบริษัทใหญ่ก็น่าจะมีข่าวพาผู้หญิงมากินข้าวไม่ซ้ำหน้าอะไรประมาณนี้”
“ฉันไม่ใช่คนแบบนั้นซะหน่อย อีกอย่างนะฉันหน่ะโฟกัสแค่เรื่องงานเท่านั้นชีวิตของฉันมีแค่งานกับบริษัท กินข้าวได้แล้วเรายังมีงานที่ต้องทำต่อนะ”
“ค่ะบอส” ลลิตาส่ายหน้าเบาๆ พลางตักอาหารใส่จานของตน หากจะให้มองอีกฝ่ายเป็นประธานที่ดูน่าเชื่อถือสุขุมและตั้งใจทำงานก็น่าจะมองได้ไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ อาจเป็นเพราะว่าเธอเคยเห็นอีกด้านที่หลายๆ คนไม่เคยเห็นแต่ด้วยการกระทำที่เขามีต่อเธอก็ทำให้เธอรู้ได้เลยว่านายคนนี้ไม่ได้เปลื่ยนไปจากสมัยก่อน เพียงแต่ว่าตอนนี้จากคนขี้แพ้ในตอนนั้นกลับกลายมาเป็นคนที่พาให้บริษัทเดินต่อไปสู่จุดสูงสุดเหมือนที่เจ้าตัวเคยพูดไว้
หลังจากที่ทั้งคู่กินข้าวเสร็จอัคคีภัสร์ก็พาลลิตากลับมายังบริษัททันที ทว่าขณะที่อัคคีภัสร์และลลิตาเดินเข้าบริษัทเสียงซุบซิบของพนักงานก็เริ่มดังขึ้น เจตรินที่รออยู่ก่อนหน้ารีบเดินตรงเข้ามาหาอัคคีภัสร์ด้วยสีหน้าเคร่งเคลียด
“บอสครับ มีเรื่องด่วนครับ”
“ว่ามา”
“ตอนนี้มีข่าวเรื่องที่บอสฉีกสัญญากับบริษัทของคุณปิติคุณ เรื่องนี้ทำให้คนที่บอร์ดบริหารไม่พอใจและต้องการคำอธิบายจากบอสครับ”
“เดี๋ยวนายช่วยไปจัดห้องประชุม ฉันต้องจัดการเรื่องนี้ส่วนคุณไปทำงานของคุณต่อได้เลยถ้าต้องการอะไรเพิ่มก็บอกเจต”
“ค่ะ” สิ้นเสียงของหญิงสาวอัคคีภัสร์ก็เดินออกไปด้วยความเร็ว ตามที่เธอคาดเดาเอาไว้อีกฝ่ายเป็นคนมีชื่อเสียงการที่โดนฉีกสัญญาถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มากไม่ว่าจะในวงการธุรกิจหรือวงการบันเทิง เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังนั้นตอนนี้สิ่งที่เธอทำได้ก็คือหาข้อมูลของคุณยุพินเพื่อดิลโปรเจคใหม่
ลลิตาเดินเข้าไปในลิฟต์ก่อนจะกดเลขชั้น28 ไม่นานนักลิฟต์ก็มาถึงชั้นบนสุด ลลิตารีบเดินเข้าไปยังห้องทำงานทันทีมือเรียวเปิดคอมตั้งโต๊ะก่อนจะเปิดหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทเครื่องสำอางรายใหญ่ซึ่งมีคุณยุพินเป็นประธานบริษัท
“คุณยุพินชอบอัญมณีมาก ถ้าเราหาของฝากเป็นอัญมณีไปให้ก็น่าจะเป็นเฟิร์สอิมเพชั่นที่ดี” ลลิตาเปิดหาข้อมูลและอ่านบทสัมภาษณ์ของคุณยุพินจนรู้ว่าคุณยุพินชอบและสนใจเรื่องอะไรเป็นพิเศษ
เมื่อรู้แล้วว่าอีกฝ่ายมีความสนใจเรื่องอะไรลลิตาจึงเขียนสัญญาและโครงสร้างโปรเจคขึ้นมาใหม่โดยใช้ชื่อโปรเจคว่าไดม่อนบลู โดยโปรเจคนี้สร้างขึ้นมาเพื่อดึงฐานลูกค้าให้เข้าโรงแรมในเคลือของบริษัทซึ่งเรื่องนี้ลลิตาก็ได้หาข้อมูลมาเรียบร้อยแล้ว
“เดี๋ยวเพิ่มข้อมูลตรงนี้อีกหน่อย แค่นี้ก็น่าจะพอแล้ว” ลลิตาบิดตัวไปมาพลางมองไปยังโครงสร้างเอกสารของตน เมื่อเช็คแน่ชัดแล้วว่าเอกสารออกมาดีลลิตาจึงเริ่มเขียนสัญญาทันที
ภายในห้องประชุมตอนนี้มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่หลายคนมารวมตัวกันด้วยสีหน้าที่เคร่งเคลียดเนื่องจากข่าวที่ออกไปทำให้หุ้นของบริษัทลดลงถึงสิบเปอร์เซ็นต์ซึ่งถือเป็นจำนวนที่มากพอสมควร
“เอาละครับ ตอนนี้ทุกท่านคงจะต้องการคำตอบเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ผมอัคคีภัสร์ประธานบริษัทกิตติวรนันท์ขอยอมรับว่าเรื่องการฉีกสัญญาเป็นเรื่องจริง”
“นั้นมันโปรเจคพันล้านเลยนะครับ ทำไมคุณถึงปล่อยไปง่ายๆ แบบนี้ คุณรู้มั้ยว่าเรื่องนี้มันส่งผลกระทบอะไรให้กับบริษัทบ้าง”
“ผมรู้ครับ แต่ผมคงไม่อาจปล่อยให้บริษัทของเราร่วมมือกับบริษัทนั้นได้จริงๆ เท่าที่ท่านทุกคนทราบว่าบริษัทของคุณปิติคุณเป็นบริษัทใหญ่ที่มีนักลงทุนหลายรายจับตามองและถ้าเราได้ร่วมมือกับบริษัทนี้ก็อาจทำให้บริษัทของเราเติบโต แต่หลังจากที่ผมได้คุยและอ่านข้อตกลงที่ทางคุณปิติคุณเสนอมาแล้วเราเสียเปรียบเป็นอย่างมาก”
“แล้วแบบนี้คุณจะเอายังไงต่อ ถ้าเราไม่มีบริษัทของคุณปิติโคงการหน้าผมเกรงว่ามันจะไปต่อไม่ได้”
“เรื่องนั้นผมได้เตรียมการไว้แล้วครับ เราจะดึงเอาบริษัทเครื่องสำอางของคุณยุพินเข้าร่วมโปรเจค”
“เดี๋ยวนะ คุณจะเอาบริษัทเครื่องสำอางมาทำโปรเจคเนี่ยนะคุณบ้าหรือเปล่านั้นมันคนละสายงานเลยนะ”
“เพราะว่าเป็นคนละสายงานดังนั้นจึงมีโอกาสที่เราจะได้ลูกค้ารายใหม่ และเพื่อเป็นการโปรโมทโรงแรมของเรา เรายังใช้โอกาสจากงานเปิดตัวสินค้าของคุณยุพินในการสร้างความประทับใจให้ลูกค้ากลุ่มอื่น”
“ความคิดนี้ผมเห็นด้วยนะครับ เรื่องลูกค้าจากผลงานที่ผ่านมาบริษัทของคุณปิติที่ทำธุรกิจอสังหาดูเหมือนว่าผลประโยชน์ส่วนใหญ่จะทับซ้อนกัน”
“อีกอย่างนะครับ ตอนนี้บริษัทของคุณปิติคุณมีรายงานว่ากำลังจะถูกสอบสวนเนื่องจากมีการเลี่ยงภาษีซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มากตอนนี้ถ้าเราลงทุนไปอาจจะเกิดผลกระทบในภายหลังได้”
“ถ้าเป็นแบบนี้เราก็โล่งใจแล้วล่ะ”
“ทุกท่านไม่ต้องกังวลนะครับ บริษัทของเราจะต้องก้าวหน้าไปยังจุดสูงสุด ผมอยากให้ทุกท่านวางใจส่วนเรื่องข่าวที่หลุดออกไปก็ปล่อยให้มันเป็นไปแบบนี้ก่อนเพราะถ้าเราทำอะไรตอนนี้มันจะกระทบกับเรา”
“ผมเชื่อใจคุณครับ”
“ผมก็เชื่อใจคุณ ยังไงก็ทำให้ได้อย่างที่พูดนะครับ”
“ผมจะไม่ทำให้ทุกท่านผิดหวังครับ วันนี้ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอจบการประชุมเพียงเท่านี้ครับ” อัคคีภัสร์ถอนหายใจเบาๆ เมื่อผู้ร่วมประชุมออกไปจากห้องจนหมด ตอนนี้หุ้นของบริษัทเริ่มตกเพราะฉะนั้นตอนนี้เขาต้องหาวิธีแก้ปัญหาตรงนี้ให้เร็วก่อนที่ทุกอย่างจะแย่กว่าเดิม อัคคีภัสร์เดินตรงไปที่ห้องทำงานของตนก่อนจะพบว่าภายในห้องว่างเปล่า
“เจต ลิตาไปไหน” อัคคีภัสร์หันไปถามผู้ช่วยของตนทันที
“คุณลิตาออกไปข้างนอกครับ เห็นว่าจะไปร้านอัญมญีแล้วให้บอกบอสว่าเธอจะกลับมาอีกทีเย็นๆ ครับ”
“โอเค นายไปทำงานของนายเถอะ”
“ครับ”
อัคคีภัสร์เดินตรงไปนั่งที่โต๊ะทำงานของตน ตอนนี้ในหัวของเขาได้แต่สงสัยว่าเลขาคนใหม่คิดจะทำอะไรกันแน่ งานนี้ถ้าลลิตาทำไม่สำเร็จเธอต้องลาออกจากบริษัทนั้นคือสิ่งที่อัคคีภัสร์ต้องการในตอนแรก แต่ทำไมตอนนี้เขาถึงรู้สึกอยากจะช่วยให้งานนี้ผ่านไปได้ด้วยดี หรือที่จริงแล้วเขาไม่ได้ต้องการให้ลลิตาลาออกแต่แค่ต้องการเอาชนะเธอเพียงเท่านั้น
