บทที่ 1 บทนำ
ผู้ชายสายเปย์น่ะ... เคยได้ยินไหม!?
“เรื่องเปย์พี่น่ะพร้อม แต่เรื่องแต่งกับน้องพี่ยังไม่พร้อมจ้ะ” คนพูดยิ้มหวาน นัยน์ตายาวใหญ่ใต้แพขนตาบางแต่ยาวงอนก็ยังแฝงรอยยิ้ม ยามเลื่อนเช็คลงจำนวนเงินหนึ่งแสนบาทให้กับผู้หญิงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม จากนั้นเขาก็ ‘เขี่ย’ แท่งสีขาวยาวๆ ที่ปรากฏขีดแดงสองขีดกลับไปให้สาวเจ้าในชุดเดรสสีแดงเกาะอกที่ขมวดคิ้วแน่นตึ๊บ
เจ้าหล่อนไม่พอใจ แหงล่ะ ต่อให้มองห่างๆ สักสิบเมตรก็รู้ เพราะหน้าใต้เครื่องสำอางหนาๆ กลบรูขุมขนนั่นตอนนี้ถมึงทึงเหมือนกับนางยักษ์ในพระอภัยมณี
“พี่บี๋พูดแบบนี้แปลว่าจะไม่รับผิดชอบงั้นสิ!”
ชายหนุ่มกลอกตาแสดงว่าระอา เขาชื่อจีรัณ หนุ่มหล่อนักธุรกิจตระกูลดังถอนหายใจและขยับสูทที่สวมก่อนยืดตัวนั่งตรงไม่เอนพิงพนักเก้าอี้ในห้องทำงานของตัวเองอีกต่อไป
“นิสัย!” เป็นคำด่าซอฟต์ที่สุดแล้วในชีวิตนี้ “อย่าคิดนะว่าคนอยากนิ้งเงินจะซื้อได้”
“ถ้าไม่มากพอ” จีรัณต่อให้ และเจ้าหล่อนก็หน้าดำหน้าแดง “คือ แบบว่าพี่เป็นคนพูดตรงจ้ะน้องนิ้ง”
“ถึงยังไงก็เถอะ!” เจ้าหล่อนฟึดฟัดดูกำลังข่มอารมณ์เต็มที่ “นิ้งท้องและเด็กในท้องก็ลูกของพี่บี๋ นิ้งมีศักดิ์ศรีพอ” ตามสไตล์นางเอกละครไทย หนูนิ้งของพี่บี๋ฉีกเช็คเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยและปาใส่หน้าพระเอกอย่างพี่บี๋ ที่ตอนแรกต้องเลวเต็มขั้นก่อนจะเป็นคนดี๊คนดีตามง้อนางเอกในภายหลัง “ถ้าพี่บี๋ไม่รับผิดชอบก็เชิญ แต่เรื่องนี้พ่อแม่นิ้งไม่ยอมแน่” หญิงสาวยิ้มมุมปากและลุกขึ้นยืน หรี่ตามองชายตรงหน้าที่เคยทำกิจกรรมเข้าจังหวะแบบเมามันกันมาเป็นเดือน “ถึงตอนนั้นนิ้งก็ไม่รู้นะคะว่าพ่อกับแม่จะว่ายังไง มันอาจจะเป็นเรื่องขึ้นมาก็ได้”
จีรัณจ้องคนขู่นิ่ง
โสภิดา เจ้าหล่อนคือคู่ควงคนล่าสุดของเขา พูดตรงๆ ตามนิสัยก็คือเป็นเพื่อนนอนกันมาได้เดือนกว่าแล้ว จีรัณไม่ได้มั่วและไม่ได้ทั่วถึงขนาดจะนอนกับใครก็ได้ไม่เลือก เพราะเขาก็กลัวโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เหมือนกัน ดังนั้นผู้หญิงที่เข้ามาในชีวิตเลยต้องสกรีนกันหน่อย น้องนิ้งคนนี้เจอกันในเล้านจ์โรงแรมหรูหกดาวที่ต่างประเทศ มองกันไป มองกันมา สปาร์กกันติดก็เลยมีซัมติงกันที่ปารีส แล้วเกิดติดใจลามมาถึงเมืองไทย
ถามว่าจริงจังไหม จะว่าไงดีล่ะ... ไม่
ชายหนุ่มใช้นิ้วชี้เขี่ยๆ หลังใบหูท่าทางเหนื่อยหน่ายกับท่าทีผู้ชนะของสาวเจ้า
“นิ้งแน่ใจนะจ๊ะ”
หญิงสาวยักไหล่เก๋ๆ ก่อนทรุดลงนั่งอีกรอบ ท่าทางนั่นราวกับเขาได้ขอร้องเธอแล้ว... ซึ่งมันไม่ใช่!
เด็กหนอเด็ก คงคิดว่ามามุขนี้จะเอาเขาอยู่หมัด อย่าหวังซะละ บ่นยืดยาวในใจท่านประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ก็ขมวดคิ้วถอนหายใจอีกรอบ
เนี่ย! เบื่อก็งี้ ตอนแรกคบกันบอกไม่หวังอะไร พอคบกันเท่านั้นแหละ โคตรหวัง!
“พี่ยังกินข้าวอยู่ค่ะนิ้ง” คำพูดคำจาเปลี่ยน แต่สาวน้อยหน้าใสอายุยี่สิบต้นๆ ยังไม่รู้สึก
“ก็ใช่สิคะ ถ้าไม่กินข้าวแล้วพี่บี๋จะกินอะไร”
“หญ้าที่นิ้งพยายามจะป้อนพี่นี่แหละค่ะ” พูดจบ โทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะก็ถูกหยิบขึ้นมากด คลิปเสียงไม่สั้นไม่ยาวถูกเปิดและเสียงก็ไม่ได้เบาจนจะไม่ได้ยิน
‘ไหนเล่าเงินฉันน่ะ เห็นคุยนักคุยหนาว่าแกจะให้เงินค่าฉี่ฉันห้าหมื่นไง’
น้องนิ้งชะงักหน้าเผือดทันควัน
‘ก็บอกว่าจะให้แต่รอก่อนสิยะ เนี่ยหมอนั่นยังลีลาอยู่จะให้ฉันเร่งไปอีกก็เสียแผน อยากได้ปลาใหญ่ก็ต้องใจเย็นๆ สิ ใจร้อนเข้าเดี๋ยวก็พลาด ทีนี้แหละอดกันพอดี!’
พี่บี๋ยิ้มมุมปากเมื่อหน้าน้องนิ้งไร้สีเลือดโดยสิ้นเชิง
“จริงๆ สมัยนี้น่ะน้องนิ้งคะจะทำอะไรอย่าให้มีหลักฐานหลงเหลือ นี่พี่เตือนด้วยความเป็นห่วงเลยนะคะ” เขาถอนหายใจ ก่อนวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ “คุยโทรศัพท์ก็ต้องระวัง นัดเจอกันก็ต้องดูกล้องวงจรปิด ไหนจะคนอีก ไหนจะพยานหลักฐานที่อยู่ เฮ้อ-อ-อ-อ มันลำบากจริงๆ นะเรื่องแบบนี้”
น้องนิ้งกลืนน้ำลายลงคอฝืดๆ ขณะพี่บี๋ยังยิ้มเรื่อยๆ ยิ้มที่ดูใจดีเหมือนตอนเจอกันครั้งแรก
“จริงๆ พี่ก็ไม่อยากทำอะไรรุนแรงถ้าหากว่าน้องนิ้งจะเดินออกไปจากห้องนี้ดีๆ และจากนี้ไปน้องนิ้งจะทำตัวดีกว่านี้ อ้อ จริงสิพี่ลืมค่ะ” เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ “แสนหนึ่งที่ฉีกทิ้งไปเป็นอะไรๆ ที่พี่จะให้นิ้งเป็นสิ่งสุดท้ายนะ ส่วนก่อนหน้านี้ที่พี่ซื้อให้พี่ไม่เอาคืนค่ะ พี่ถือว่าเป็นค่าตอบแทนที่น้องนิ้งควรได้ อีกอย่างแผนตื้นไปหน่อยถึงจะใช้เวลานานแต่ก็ยังไม่เนียน ลองไปฝึกมาใหม่นะคะ”
คราวนี้คนเอนหลังพิงพนักยิ้มเหี้ยมมุมปาก
“แล้วก็หวังว่าจะไม่มีเรื่องซุบซิบให้พี่บี๋เสียหายนะคะ เข้าใจตรงกันนะ”
พูดจบก็ยกมือขึ้นโบก น้องนิ้งที่เหมือนหุ่นขี้ผึ้งลุกขึ้นยืนเร็วทันควันก่อนก้าวฉับๆ ออกจากห้องไป คงเหลือของที่ทิ้งไว้ต่างหน้าคืออุปกรณ์ตรวจการตั้งครรภ์ จีรัณกำลังจะหาทิชชู่เพื่อหยิบมันทิ้งลงถังขยะ ทว่าประตูห้องทำงานบนชั้นสามสิบห้าก็เปิดออกเสียก่อน เลขานุการหนุ่มคู่ใจเขาเอง
“จบดีไหมครับคุณบี๋”
ผู้ที่เข้ามาใหม่นั้นตัวสูงกว่าจีรัณไม่มาก ดูล่ำสันมากกว่าและเป็นหนุ่มใหญ่พอสมควร เขาสวมเชิ้ตสีฟ้าอ่อนพับแขนเสื้อขึ้นไปถึงข้อศอก ผมสีน้ำตาลออกดำจัดทรงมาอย่างดี ชายหนุ่มผู้นี้สวมแว่นสายตาและในมือข้างซ้ายก็หอบแฟ้มเอกสารสามสี่แฟ้มมาด้วย
