บทที่ 6 1/5

น้องเขยตัวดีมันดันใช้มายั่วโมโหเขา

“พูดไม่เพราะเลยค่ะลุงบี๋”

“เออเซ่ะ ฉันไม่ใช่ยายบุ้งจะได้มาเคลิ้มกับคะขาของแก”

มีเพียงเสียงหัวเราะพออกพอใจดังมาให้ได้ยิน จีรัณกระดกแก้วเบียร์ขึ้นดื่ม พลางปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตลงอีกเม็ดก่อนมองตามสายตาน้องเขยที่มองกลับเข้าไปยังสวน พี่เมียถอนหายใจอดพูดไม่ได้

“นั่นยังใจแข็งนะ ถึงจะไม่โยนแหวนที่แกส่งมาให้ทิ้งแต่ก็ไม่ยอมใส่ แถมยังประสาทจะกินเหมือนจะพยายามหาพ่อใหม่ให้ลูกหมูหนักข้อขึ้น”

“อ่าฮะ ก็พอรู้” รับคำแต่ธารณ์ก็ยังยิ้มได้

“ไม่หึงเหรอ รายล่าสุดนี่รุ่นน้องเราไง จำได้ไหมที่เคยเรียนมัธยมปลายที่เดียวกัน ไอ้คุณรัช หมอสรัชไง”

“อ้อ จำได้สิ แล้วยังไงคุณรัชว่าไงบ้าง แต่จำไม่ผิดนั่นมีสาวอยู่แล้วนี่ จองกันมาตั้งแต่เด็ก”

จีรัณขมวดคิ้ว “ไปรู้ได้ไงวะนั่น”

“อ๋อ คุณรัชโทร.มาบอก”

“โถไอ้หมอคนดี นี่อีกคนหลงเมียหัวปักหัวปำ! เดี๋ยวนี้โทร.ชวนไปเที่ยวไหนบอกไม่ได้ ห่วงเมีย!!”

“เหมือนหมั่นไส้”

ฟังแล้วจีรัณมองค้อนอย่างกับสาวสาว

“แล้วคุณรัชมันว่าไงบ้าง ก็คงตามสไตล์คุณชายหมอล่ะนะ แล้วแกรู้ไหมธาร มันแสบ พาเมียไปนั่งเฝ้าประกาศไปในตัวว่ามีเจ้าของแล้ว ไอ้คนของเราที่หาเรื่องไปอ่อยเขาก็เลยหน้าแหก นี่กลายเป็นเรื่องโจ๊กให้หัวเราะมาเป็นเดือนๆ ละ ที่สำคัญไม่รู้ยายบุ้งมันกลัวได้สถานะเมียแกคืนหรือยังไง ถึงไม่เห็นว่าหมอรัชมันสวมแหวนแต่งงานก่อนจะได้มีเมียเสียอีก!”

คนฟังหัวเราะร่วน ยังมองจับสาวเจ้า แววตาละมุนลงเมื่อเห็นจรรย์ธรที่พยายามทำตัวให้เป็นอดีตเมีย วี้ดว้ายที่ลูกสาวของเราทำท่าพิลึก ในขณะที่ครูสอนพิเศษกับปู่ย่าตายายหัวเราะกันร่วน

“นั่นแหละบุ้ง ว่าแต่ครูอี่นี่ใครน่ะบี๋ ทำไมบุ้งถึงยอมให้ดูแลลูกหมูมาได้เป็นปี”

“เพื่อนที่ทำงานเมียชิน แล้วก็นะไม่ใช่ปี แต่เป็นปีๆ แล้วต่างหาก แต่แกกลับมาไม่เคยเจอหรอก เพราะเมื่อก่อนจะมาทำเฉพาะเวลาที่แพรวไม่ว่าง มาดูแลลูกหมูช่วยแม่ฉันไม่ได้”

“ดูเรียบร้อย เป็นคนใจเย็นดีนะ”

“สนใจ?”

ธารณ์หัวเราะเฉยเสีย ครั้นรู้ว่าแหย่ไปก็เท่านั้นจีรัณเลยยักไหล่หันไปมองตาม

“ชื่อจริงอิษยา มาทำตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ ไม่รู้สิตอนนั้นแพรวแนะนำมาให้เพราะหาพี่เลี้ยงมาแก้ขัดไม่ทัน ตัวแพรวก็ได้งานสอนที่โรงเรียนจะให้ลาออกมาดูแลแต่ลูกหมูก็เกรงใจ ส่วนคนอื่นยายบุ้งมันเล่นไล่ออกเป็นว่าเล่น ทำเรื่องมากเหมือนเป็นลูกท่านหลานเธอใครเตือนก็ไม่ฟัง ระหว่างรอพี่เลี้ยงคนใหม่เลยได้คนนี้มา แล้วแรกๆ ก็ติโน่นนี่นั่นนะ แต่ไหงไปๆ มาๆ จ้างขาด พอลูกหมูเริ่มเข้าเรียนก็จ้างสอนพิเศษไปด้วยเลย คนนี้ได้ภาษาจีนนิดหน่อย ญี่ปุ่นนิดหนึ่ง ภาษาอังกฤษก็พอไหว แถมลูกหมูติดแจ แม่เอ็นดู พ่อฉันเมตตา พ่อแม่แกปรานี ยายบุ้งไม่อาละวาดก็เลยอยู่กันยาว”

“รู้ละเอียดดี เด็กในสังกัดเหรอ ถามนิดเดียวถึงได้พูดเสียยาว”

จีรัณแทบสำลัก แต่ไม่ทันได้ตอบก็มีคนสอดขึ้นแทน

“เคยจีบครับคุณธาร แล้วก็แห้ว อายเด็กมัน”

ชินพัทธ์มาพร้อมกับแก้วโค้กในมือ เลขานุการหนุ่มของจีรัณหยุดยืนอยู่ข้างๆ ธารณ์ มือข้างหนึ่งสอดกระเป๋ากางเกงดูสบายๆ สายตายิ้มๆ นั่นมองสบกับเจ้านายหนุ่มที่ตาเหลือกมองมา

“หอก!” คำหยาบนั่นอย่าหวังคนในครอบครัวจะได้ยิน ยกเว้นเพื่อนสนิทและคนสนิท “แค่หยอกเว้ยไม่ได้คิดจะเอาจริง ที่สำคัญเด็กนั่นอายุเท่าไหร่ไอ้ธาร แล้วดูฉันด้วย ไม่นิยมเลี้ยงต้อย อีกอย่างไม่ยุ่งกับเด็กในบ้านเว้ย ซื่อๆ เฉยๆ แบบนั้น ขืนยุ่งด้วยได้เข้าตัว”

“อ้อ คนเจ้าชู้กลัวผู้หญิงดีๆ แบบนี้สินะ”

พี่เมียเหล่มองอย่างเคืองๆ รวดเดียวสองคนเพราะชินพัทธ์พยักหน้าเห็นด้วย ก่อนคนถูกรุมจะยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด วางสายตาข้ามไปอีกฝั่งของสระว่ายน้ำและไม่ยอมมองเหลียวหลังกลับไปมองยังคนที่ถูกนินทา เพราะภาพในอดีตมันวนเวียนกลับมาให้จี๊ดใจ

เกิดมาแต่ท้องพ่อท้องแม่ สาบานไม่เคยจีบผู้หญิงทึ่มแบบนี้มาก่อนเลย ให้ตาย!

แต่ในสนามหญ้าหน้าตึกทุกอย่างอยู่ในสายตาของจรรย์ธรโดยตลอด หญิงสาวเขม่นมองสามหนุ่มแล้วให้รู้สึกตงิดๆ พวกผู้ชายรวมกลุ่มกันทีไร ลางสังหรณ์บอกตลอดว่าไม่ดีแน่ๆ!

“ครูอี่คะ ครูอี่”

คุณแม่ยังสาวเดินเร่เข้าไปหาครูสอนพิเศษของลูกสาวที่ตอนนี้เกาะแข้งเกาะขาคุณปู่คุณย่า ฉอเลาะน่าเอ็นดูไม่สนใจแม่ และครูสาวที่อายุน้อยกว่านิดหน่อยก็หันมามอง พอมองหน้าใสๆ ตัวเล็กๆ ของผู้หญิงอีกคนแล้วจรรย์ธรก็อดถอนหายใจไม่ได้ คนอะไร้น่าทะนุถนอม ถ้าเธอเป็นผู้ชายนะจะจีบแล้วเนี่ย!

“ดูสิคะ โน่นแน่ะรวมกลุ่มกันขนาดนั้นเนี่ยน่าสงสัยนะคะ”

อิษยาที่กำลังย่างหอยหวานของโปรดลูกศิษย์เงยหน้ามองและยิ้มแห้งๆ ก่อนเหลียวไปยังแพรวพิลาศที่กำลังคีบกุ้งใส่จาน เหมือนจะขอให้ช่วย

“แล้วยังไงคะคุณบุ้ง”

“โถพี่แพรว” คุณแม่ยังสาวทำท่าขัดใจ “สุม เอ่อ” เพราะครูอี่อยู่เลยหยาบไม่ได้ “รวมกลุ่มกันอย่างนั้นเอาเราไปนินทาแน่ๆ เลยค่ะ โดยเฉพาะอิผีบี๋ บุ้งยังไม่ได้ชำระแค้นเรื่องวันนี้เลย”

“โถ คุณบุ้ง”

“อย่าว่าบุ้งคิดมากเลย อิผีบี๋น่ะตัวแสบ ครูอี่ก็คงรู้ ตอนมาช่วยดูลูกหมูใหม่ๆ ยังแอบเล็มๆ ตอดๆ ครูอี่อยู่เลย”

ครูอี่ถึงกับสะดุ้ง ยิ้มแห้งส่งให้พี่แพรวที่มองมายิ้มๆ

“คุณแม่น้องลูกหมูพูดเหมือนอี่เป็นอุนจิลอยน้ำมา แล้วมีปลาแขยงค่อยตอดกินเลยค่ะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป