บทที่ 10 เปิดตัว

บทที่10

เปิดตัว

เมื่อมาถึงบริษัทสโรชาและเพื่อนๆก็เดินเข้าบริษัทไปทันทีโดยครั้งนี้มีวายุพัฒน์เดินติดตามสโรชาไปติดๆ

“บอสคะ หัวหน้าทุกฝ่ายรอพร้อมแล้วค่ะ ตอนนี้คุณภูมิก็มาแล้วค่ะ” กานดาเลขาของสโรชาเอ่ย

“โอเค แล้วหนังสือพ้นสภาพพนักงานที่ฉันให้ไปเตรียมล่ะ” 

“กรีนทำให้เรียบร้อยแล้วค่ะ เหลือแค่ประกาศอย่างเดียว” เลขาสาวยื่นเอกสารให้สโรชา

“โอเค เราไปทำเรื่องสนุกกัน” สโรชายิ้มร้ายก่อนเดินตรงไปยังห้องประชุมใหญ่ของบริษัท

ตอนนี้ภายในห้องประชุมกำลังซุบซิบเรื่องที่ภาคภูมิจะได้มีสิทธิเข้ามาบริหาร ทว่างานแต่งเกิดล้มเสียก่อนจึงทำให้ตอนนี้ทุกคนต่างเดาไม่ได้เลยว่าประธานบริษัทของพวกเขาจะเอายังไงกับเรื่องนี้ต่อ

แกร๊ก

เสียงเปิดประตูดังขึ้น ร่างของประธานสาวลุคสง่าเดินตรงไปนั่งที่นั่งผู้บริหาร ทว่าขณะที่เธอกำลังเดินเข้าไปอดีตว่าที่สามีก็รีบเดินเข้ามาทันที

“น้องโรสมาแล้วหรือคะ” ภาคภูมิเดินเข้ามาหาราวกับว่าไม่เคยมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นระหว่างเขาและเธอ

“ใครอนุญาตให้คุณเข้ามาในบริษัทของฉัน” สโรชาเอ่ยน้ำเสียงนิ่ง

“โถ่ น้องโรสไม่เอาสิคะ ใครๆก็รู้ว่าเรากำลังจะแต่งงานกัน อีกอย่างน้องโรสก็รับปากเองว่าจะยกหุ้นบริษัทให้พี่ วันนี้พี่ก็ต้องมารับตำแหน่งสิคะ” ภาคภูมิพยายามเข้าไปกอดสโรชา ทว่าวายุพัฒน์ที่อยู่ข้างหลังก็เข้ามาห้าม

“กรุณาสำรวมด้วยครับ นี่ห้องประชุมอีกอย่างตอนนี้คุณกับบอสไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว กรุณาให้เกียรติด้วยครับ” วายุพัฒน์ยืนขวาระหว่างสโรชาและภาคภูมิ การกระทำของเด็กเลี้ยงคนนี้ทำเอาสโรชาถึงกับยิ้มออกมา เพราะนี่คือครั้งแรกที่มีคนออกตัวปกป้องเธอ

“แกเป็นใครว่ะ มายุ่งเรื่องชาวบ้านทำไม” ภาคภูมิเอ่ยก่อนจะจับคอเสื้อของวายุพัฒน์

“นี่คุณภูมิ หยุดทำตัวแบบนี้ได้แล้ว เรื่องของคุณกับฉันมันจบกันตั้งแต่วันที่คุณทำนักร้องของคุณท้องแล้ว ส่วนเรื่องหุ้นบริษัทคุณก็อย่าหวังว่าจะได้เพราะฉันยังไม่ได้เซ็นให้คุณ อีกอย่างตอนนี้คุณถูกไล่ออกแล้ว” สโรชาโยนกระดาษแจ้งพ้นสภาพพนักงานให้ภาคภูมิ

“โรสนอกใจพี่หรือ” ภาคภูมิพูดออกมาทันทีเมื่อเห็นว่าฝ่ายหญิงออกตัวปกป้องอีกฝ่าย

“เพื่อนฉันไม่ได้มีนิสัยต่ำๆแบบคุณ” สมชายที่เห็นท่าไม่ดีจึงรีบพูดแทรก

“ตุ๊ดอย่างแกจะไปรู้อะไร ดีไม่ดีไอ้นี่ก็คงจะเป็นผัวเด็กที่แกเลี้ยงไว้สินะ” 

“ฉันขอให้คุณหยุดการกระทำซะ อย่าหาว่าฉันไม่เตือน ถ้าคุณยังพูดจาไม่ให้เกียรติเพื่อนและแขกของฉันอีก ฉันจะแจ้งความจับคุณ” สโรชาเอ่ยน้ำเสียงหนักแน่น

“โรสจะเลิกกับพี่เพราะไอ้เด็กนี่หรือ มันมีอะไรดีโรสถึงเลือกมัน” ภาคภูมิโวยวายต่อหน้าพนักงานที่เข้าร่วมการประชุม

“ฉันขอประกาศตรงนี้นะคะ บริษัทนิรันดร์กรุ๊ปของเราจะไม่มีผู้จัดการชื่อภาคภูมิ และขอประกาศว่าหุ้นของบริษัทยังคงเป็นของฉันร้อยเปอร์เซนแต่เพียงผู้เดียว”

“ไม่ได้นะโรส หุ้นต้องเป็นของพี่ พี่ขอโทษพี่เลิกกับเขาแล้ว ไอ้เด็กนั้นมันไม่ใช่ลูกพี่” เมื่อได้ยินแบบนั้นภาคภูมิก็พยายามเข้ามาหาสโรชาทันที

“รปภ.มาลากคนไม่เกี่ยวข้องออกจากบริษัทที” รุ่งทิว่าเอ่ยเสียงดัง 

“ครับ” พนักงานรักษาความปลอดภัยที่รุ่งทิวาให้มายืนรอหน้าห้องรีบเข้ามาจับภาคภูมิไว้

“ปล่อยนะเว้ย มึงรู้มั้ยกูเป็นใคร ปล่อยกู” ภาคภูมิพยายามดิ้นแต่ก็ไม่เป็นผล

“เชิญครับ” พนักงานรักษาความปลอดภัยสองคนรีบพาภาคภูมิออกไปจากห้องประชุมทันที 

“ต้องขออภัยทุกท่านที่ทำให้เสียเวลา วันนี้ที่ฉันเรียกมาประชุมก็เพราะจะประกาศเรื่องการพ้นสภาพการเป็นพนักงานของคุณภาคภูมิ และขอแต่งตั้งคุณวินขึ้นมาเป็นผู้จัดการชั่วคราวค่ะ” สโรชาเอ่ยแนะนำชายหนุ่มข้างกายให้พนักงานที่เข้าประชุมได้รู้จัก

“สวัสดีครับผมวินนะครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ ยังไงก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ”

เมื่อวายุพัฒน์พูดจบ เสียงปรบมือในห้องก็ดังขึ้นทันที รอยยิ้มของผู้เข้าประชุมเริ่มส่งต่อมาทางเขาราวกับว่ายอมรับให้เขารักษาการในตำแหน่งนี้แทน

“เอาละ ตอนนี้เราก็มาเริ่มประชุมกันได้แล้วล่ะ” สมชายเอ่ยออกมาก่อนที่จะเดินไปนั่งยังที่ของตน

หลังจากทุกคนนั่งที่ของตนเป็นที่เรียบร้อย การประชุมก็เริ่มขึ้น โดยที่วายุพัฒน์มีหน้าที่จดรายละเอียดและอธิบายงานคร่าวๆให้แก่ผู้เข้าประชุม ซึ่งงานนี้เขาก็ทำออกมาดีจนสโรชาเริ่มแปลกใจว่าเขาเป็นเพียงเด็กที่เรียบจบและหางานไม่ตรงสายทำจริงหรือเปล่า เพราะทั้งน้ำเสียงการพูดและท่าทางการยืนของเขามันดูสง่าราวกับว่าเขาพูดแบบนี้มาแล้วเป็นร้อยครั้งซะอีก

“มีใครสงสัยหรือมีคำถามตรงไหนมั้ยครับ” วายุพัฒน์เอ่ยพลางหันไปมองผู้เข้าประชุม 

“ถ้าไม่มีใครสงสัยงั้นวันนี้ฉันขอจบการประชุมเพียงเท่านี้ค่ะ” สโรชามองพนักงานที่ยิ้มอย่างพอใจก่อนจะลุกขึ้นประกาศปิดการประชุม

หลังจากที่พนักงานออกจากห้องประชุมไปจนหมด สมชายและรุ่งทิวาก็รีบเดินตรงมาหาวายุพัฒน์ทันที

“วิน วันนี้เก่งมากเลยนะ ถ้าไม่บอกว่าเป็นเด็กเอ็นมาก่อน พี่คงคิดว่าวินเป็นเจ้าของบริษัทตัวจริงแล้วนะ เก่งมาก” รุ่งทิวาเอ่ยชมจนสโรชาเริ่มแปลกใจ ปกติรุ่งทิวาเป็นคนระวังตัวมาก เธอไม่เคยไว้ใจใครง่ายๆ ทว่าตอนนี้รุ่งทิวากลับชมอีกฝ่ายไม่ขาดปาก

“จริง ตอนแรกพี่ก็คิดว่าจะไปรอดมั้ย เห็นแบบนี้ค่อยโล่งอก” สมชายเอ่ยเสริม

“ขอบคุณครับ”

“ประชุมเสร็จแล้วพวกแกจะให้ไปส่งที่คอนโดก่อนมั้ย หรือว่าจะไปไหนต่อ” สโรชาเอ่ยถามเพื่อนทั้งสอง

“ฉันนัดผู้ไว้แล้ว เดี๋ยวอีกสักครู่เขาก็มารับแล้ว” สมชายเอ่ยออกมา

“ส่วนฉันจะกลับเลย แต่ไม่ต้องไปส่งฉันหรอกรถฉันจอดอยู่ข้างล่าง”

“โอเค งั้นแยกกันตรงนี้ ส่วนนายไปกับฉัน ฉันจะพาไปดูเสื้อผ้าแล้วก็คอนโด” 

“คอนโดเลยหรือครับ” วายุพัฒน์เอ่ยออกมาด้วยความตกใจ

“ก็ใช่น่ะสิ เป็นเด็กเลี้ยงของฉัน ฉันไม่ให้นายขายหน้าหรอก อยากได้อะไรอยากกินอะไรก็บอกฉันเข้าใจมั้ย” สโรชาออกคำสั่ง

“เข้าใจครับ”

“งั้นพวกฉันไปก่อนนะ” สโรชาหันไปบอกเพื่อนๆของตนก่อนจะลากวายุพัฒน์ออกไปจากห้องประชุม

“ฉันว่าน้องวินก็ดูดีนะ หวังว่าจะเป็นคนดีแบบที่ยัยโรสพูด” รุ่งทิวาเอ่ยออกมา

“เอาเถอะน่ะ อย่างน้อยๆเด็กคนนี้ก็เป็นงาน ตอนที่เข้ามาบังยัยโรสไว้เมื่อกี้โคตรหล่อเลย” สมชายเอ่ยชมวายุพัฒน์ในตอนที่เขาเข้ามาบังสโรชาให้ออกห่างจากภาคภูมิ

“ก็จริง แต่ยังไงซะเราก็ต้องเป็นหูเป็นตาให้ยัยโรสนะ ฉันไม่อยากให้ยัยโรสฉันเสียใจอีกแล้ว”

“อือ ฉันก็เหมือนกัน” สมชายเอ่ยเสริม ตอนแรกเขาคิดว่าสโรชาจะได้แต่งงานและมีงานแต่งที่สมบูรณ์ แต่ความจริงแล้วกลับไม่เป็นอย่างที่คิด เขาจึงเป็นห่วงสโรชาเป็นพิเศษ ทว่าในตอนนี้เขาก็เริ่มผ่อนคลายความกังวลลงมาเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าสโรชายังยิ้มเพราะเด็กหนุ่มที่เธอเลี้ยงไว้ได้อยู่

บทก่อนหน้า
บทถัดไป