บทที่ 9 อดีต
บทที่9
อดีต
วายุพัฒน์นั่งไถโทรศัพท์มือถือของตนไปเรื่อยๆ จนพบรูปภาพของสโรชาในวัยเรียนที่เขาแอบบถ่ายไว้ในมือถือ จึงทำให้เขานึกถึงเรื่องราวในอดีต
8ปีที่แล้ว
ในงานรับน้องของมหาลัยชื่อดัง วายุพัฒน์ในชุดนักศึกษาปี1 แว่นหนานั่งอยู่ในแถวที่สองด้วยใบหน้าที่ถูกขีดเขียนด้วยแป้งและลิปสติกจากกิจกรรมค่ายรับน้อง
“เอาละ วันนี้สนุกมากพอแล้วเดี๋ยวเราจะพักกันสักครู่ แล้วเราจะได้มาคุยกับพี่ๆในคณะ บอกเลยว่าพี่ๆของเราทั้งใจดีทั้งหน้าตาดีเลย” รุ่นพี่ปีสองเอ่ยผ่านไมค์ตัวเล็ก
“เพื่อไม่ให้เป็นการเสียนาฬิกา เอ้ย! เสียเวลาเดี๋ยวเรามาเริ่มแนะนำรุ่นพี่ประธานค่ายตั้งแต่พี่ปีสองจนถึงปีสี่เลยดีกว่า” พูดจบประธานฝ่ายก็ยื่นไมค์ให้กับรุ่งพี่คนอื่นๆได้พูดคุยกับน้องปีหนึ่ง จนกระทั่งมาถึงคิวของสาวสวยดาวมหาลัยปีสี่ สโรชาในชุดนักศึกษากระโปรงทรงเอยาว16นิ้วยืนถือไมค์ท่าทางสง่าจนวายุพัฒน์ถึงกลับตะลึงในความสวย
“สวัสดีค่ะ พี่ชื่อโรสนะคะเป็นดาวมหาลัยปีสี่และเป็นประธานค่ายปีสี่ค่ะ ยังไงก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ เข้ามาคณะบริหารแล้วก็ตั้งใจเรียนกันด้วยละอย่าให้เสียชื่อรุ่นพี่” สโรชายิ้มออกมาก่อนจะยื่นไมค์ส่งให้กับเพื่อนคนต่อไป ทว่าตอนนี้วายุพัฒน์ที่มองสโรชากลับไม่ได้ยินเสียงรอบข้างอีกแล้ว เขาเหมือนถูกดูดเข้าไปในภวังค์ของความรักที่ไม่อาจลุกขึ้นมาได้
หลังจากวันนั้นวายุพัฒน์ก็ไปมักจะเอาขนมไปให้ตามกระเป๋าของสโรชาและเขายังเขียนจดหมายรักไปฝากไว้ในใต้โต๊ะประจำของเธอโดยที่ไม่ให้ฝ่ายหญิงรู้ตัว
“โรส มีคนเอาของมาให้อีกแล้วน่าจะคนเดิม แกคิดว่ายังไง” รุ่งทิวาเอ่ยถามทันทีเมื่อเห็นขนมที่ถูกว่างไว้
“ก็น่ารักดีนะ แต่ฉันกำลังคิดอยู่ว่าคนนั้นเป็นใคร ถ้าเขาเข้ามาบอกฉันตรงๆฉันก็จะได้รู้ แต่นี่มาเป็นของทุกวันเลย” สโรชาทำหน้าเสียดาย ทว่าในขณะนั้นวายุพัฒน์ที่แอบนั่งอยู่โต๊ะข้างหลังก็รู้สึกดีใจที่อีกฝ่ายชอบของที่เขาให้
“เอ่อ น้องโรสครับ” ภาคภูมิเดินเข้ามาพร้อมดอกไม้ช่อใหญ่
“คะพี่ภูมิ” สโรชาเอ่ยตอบรุ่นพี่ที่จบไปแล้ว
“พี่ชอบน้องโรสมานานแล้ว เป็นแฟนกับพี่นะคะ”
ชายหนุ่มนั่งลงกลางโรงอาหารของมหาลัยจนทำให้ทุกสายตาจ้องมองไปทางเขา
“พี่ภูมิทำอะไรคะ นี่มันในโรงอาหารนะ” สโรชาพูดออกมาทันทีเมื่อเห็นว่าตอนนี้ทุกสายตาจับจ้องมาที่เธอ
“น้องโรสก็ตอบก่อนสิคะ ว่าจะรับรักพี่มั้ย”
“รับเลย รับเลย รับเลย” เสียงของนักศึกษาในโรงอาหารเอ่ยเชียร์อดีตเดือนมหาลัยสุดหล่อที่กำลังคุกเขาขอดาวมหาลัยเป็นแฟน
เมื่อสถานการณ์ไม่ค่อยดีและคิดว่าอีกฝ่ายคือคนที่คอยส่งดอกไม้และขนมให้เธอสโรชาจึงตอบตกลงเพื่อให้ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ
“ก็ได้ค่ะ”
“เย้” ภาคภูมิดีใจก่อนจะลุกขึ้นมาทันทีท่ามกลางเสียงปรบมือของคนในโรงอาหาร ทว่าท่ามกลางความยินดีของคนในโรงอาหารกลับทำให้วายุพัฒน์ที่นั่งอยู่ข้างหลังถึงกลับต้องเดินออกไปทันที
“วิน รอกูด้วย” เมื่อเห็นแบบนั้นธนาธรและศิวกรก็รีบเดินตามเพื่อนของตนออกไปทันที
หลังจากวันนั้นวายุพัฒน์ก็ได้แต่แอบมองสโรชาอยู่ไกลๆ เพราะเขาคิดว่าการที่สโรชาได้เจอกับรักดีๆเขาก็คงจะต้องยินดีกับเธอ เขาไม่กล้าแม้แต่จะบอกความจริงว่าที่จริงแล้วเขาคือคนที่แอบชอบเธอมาโดยตลอด
ปัจจุบัน
ผ่านไปราวๆสองชั่วโมง ตอนนี้สโรชาและเพื่อนๆก็ได้เดินลงมาจากคอนโดและตรงมายังรถหรูที่จอดติดเครื่องยนต์อยู่
“รอนานมั้ยวิน” สมชายเอ่ยถามทันทีเมื่อขึ้นมาบนรถ
“ไม่นานครับ” วายุพัฒน์ยิ้มเบาๆให้อีกฝ่าย
“เดี๋ยวนายขับรถไปบริษัทฉันเลยนะ แล้วก็เตรียมตัวด้วยล่ะเพราะนายบต้องเป็นคนดูแลฉัน” สโรชาเอ่ยออกมาก่อนจะหยิบนาฬิกาหรูกล่องใหม่ยื่นให้วายุพัฒน์
“ครับ”
“เอาไปใส่ซะ ฉันสั่งทำมากะว่าจะให้อดีตสามี ตอนนี้มันไม่มีค่าแล้ว นายก็เอาไปใส่เถอะฉันทำมาแพง”
“ครับ” วายุพัฒน์ยิ้มรับ ถึงแม้ว่าสิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่หญิงสาวตั้งใจซื้อให้อดีตว่าที่สามีแต่การที่เธอเลือกที่จะให้มันกลับเขาก็คงเพราะว่าเขาเป็นเด็กของเธอ
วายุพัฒน์หยิบนาฬิกาหรูขึ้นมาใส่ เขาไม่ได้รู้สึกน้อยใจหรือเสียใจเลยแม้แต่น้อย ความรู้สึกของเขาคือไม่ว่าสโรชาจะให้อะไรเขาก็ยินดีรับ
หลังจากใส่นาฬิกาเสร็จวายุพัฒน์ก็ขับรถออกไปจากคอนโดทันที รถหรูมุ่งหน้าเข้าสู้ถนนเส้นหลักก่อนจะตรงไปยังบริษัทใหญ่ที่มีหญิงสาวชื่อสโรชาเป็นประธาน
ระหว่างทางสโรชาได้บอกข้อมูลที่เขาต้องจำและข้อมูลของบริษัทบางส่วนให้วายุพัฒน์ได้ฟัง โดยที่มีเพื่อนๆของหญิงสาวคอยช่วยเสริมข้อมูล
“ที่ฟังมาพอเข้าใจหรือยัง” สโรชาเอ่ยถามขณะที่อีกฝ่ายกำลังขับรถ
“เข้าใจครับ ว่าแต่พี่โรสจะให้ผมเข้าไปทำงานในตำแหน่งอะไรครับ” วายุพัฒน์เอ่ยถาม
“นายเข้าไปทำงานแค่ช่วงนี้พอ เดี๋ยวหลังจากนี้ฉันจะหาคนเข้ามาทำงานเอง ถ้าฉันหาคนมาทำงานได้แล้วนายก็กลับมาอยู่เป็นเด็กเลี้ยงของฉัน สถานะเดิม”
“ครับ” วายุพัฒน์ตอบออกไปเพียงสั้นๆ คำว่าสถานะเดิมเป็นการตอบย้ำว่าเขาเป็นได้แค่เด็กเลี้ยงของเธอและเขาไม่อาจก้าวข้ามเส้นบางๆตรงนั้นไปได้
เมื่อคุยรายละเอียดงานเสร็จ รถทั้งคันก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง วายุพัฒน์เร่งเครื่องเร็วขึ้นเพื่อที่จะได้ไปถึงบริษัทได้อย่างรวดเร็ว
รุ่งทิวาและสมชายก็กำลังยุ่งกับการแต่งหน้าบนรถที่ทำให้สายไปมา ทว่าโชคดีที่วายุพัฒน์เป็นคนขับรถนิ่งจึงทำให้ทั้งคู่แต่งหน้าเสร็จเร็ว ส่วนสโรชาที่แต่งหน้ามาก่อนแล้วก็กอดอกพักสายตาเหมือนกับว่าเธอกำลังคิดแผนการบางอย่าง
