บทที่ 2 ตอนที่ 1 ไม่ชอบเสือกเรื่องชาวบ้าน

ตอนที่ 1 ไม่ชอบเสือกเรื่องชาวบ้าน

ตกลงแล้วเจ้าขาตื่นเช้ามาเพื่อแต่งตัวเก้อจริง ๆ นอกจากวันนี้จะชวดที่ดินแปลงละเกือบแปดหลักเพราะเฮียซูมบอกให้เลิกพยายาม เจ้าขายังถูกทิ้งให้นั่งกินข้าวคนเดียวกลางห้างดัง ท่ามกลางผู้คนนับร้อย นับพันอีกด้วย

'ให้โทรตามไคเซ็นให้ไหม'

'หรือจะให้มันมารับ มันอยู่แถวนี้'

'อยู่คนเดียวได้แน่นะ'

'ไว้เฮียว่างเดี๋ยวนั่งกินข้าวด้วยยาว ๆ สามมื้อเลย โอเคไหม?'

คงเป็นประโยคปลอบใจของเฮียซูมละมั้ง แต่ก็เข้าใจได้ คนมันงานรัดตัว ขนาดเธอยังเคยกินข้าวไป ขับรถไปเลย นี่ถ้ามีอีกมือคงพิมพ์ตอบแชตลูกค้าด้วยแล้วมั้ง ตลกดี

ครืด ~

คราวนี้โทรศัพท์สั่นยาวเพราะมีสายเรียกเข้า ไม่ใช่ข้อความไร้สาระจากใครบางคนเหมือนเคย

(อยู่ไหน)

"เพิ่งกินข้าวเสร็จ กำลังจะกลับแล้วค่ะ"

(ให้ไปรับไหม)

"ไม่เป็นไร เดี๋ยวขาเรียกรถเอง"

(อยู่ลานจอดรถ Supercar รีบมา)

"อีกแล้ว" เจ้าขาพูดคำว่าอีกแล้วเพราะเธอไม่เคยเดาใจอีกฝ่ายถูกเลยสักครั้ง

คำว่า อยู่ไหน เป็นประโยคคำถามไม่ใช่เหรอ ไหงถึงจบด้วยคำว่า รีบมา ที่เป็นประโยคคำสั่งล่ะ เธอไม่เข้าใจจริง ๆ

เจ้าขาเดินกระชับกระเป๋าสะพายข้างราคาห้าหลักข้างลำตัวมาหยุดยืนเว้นระยะห่างจากที่จอดรถซูเปอร์คาร์ที่เฮียเซ็นจอดรอ ตอนนี้เขาออกมายืนสูบบุหรี่ ทั้งที่มีป้ายกำกับไว้ใหญ่โต No Smoking ห้ามสูบบุหรี่

"มาดิ" เจ้าของควันที่ลอยคละคลุ้งเผยรอยยิ้ม เดินอ้อมรถมาเปิดประตูให้น้องสาวคนสวยเข้าไปนั่งประจำที่ ก่อนจะคาดเข็มขัดนิรภัยให้เป็นอย่างดี ต่างจากเจ้าขาที่เบือนหน้า บีบจมูก คงเพราะเหม็นกลิ่นบุหรี่ที่ติดตามเสื้อผ้า รวมไปถึงลมหายใจของเขาที่เป่ารดแก้มฝาด

เจ้าขาเข้ามานั่งเบาะผู้โดยสารไม่พูดไม่จา เพียงแค่ลดกระจกลงไล่กลิ่นอบอวลชวนอ้วกออกไป จนเจ้าของรถหัวเราะ

"แค่บุหรี่ เหม็นขนาดนั้นเลย?"

"มันเวียนหัว"

"สำออยปะ"

"ขาบอกไปหลายรอบแล้ว ไม่ชอบ ไม่ชอบ"

"ดมยาดมไป" เจ้าของรถตอบกลับ ยัดยาดมอันเก่าของเธอใส่มือเล็กที่กำลังพัดให้ลมโกรกหน้าตัวเองอยู่ เขาไม่เข้าใจจริง ๆ ทำไมเจ้าขาถึงเกลียดกลิ่นนี้นัก หอมจะตาย สูบเข้าไปก็ชื่นอกชื่นใจออก

ราวสิบนาทีเศษกว่าร่างเล็กด้านข้างจะหันมาพูดคุย..

"วันนี้ว่างเหรอ"

"ไม่ว่างนะ"

"แล้วมารับได้ยังไง"

"ก็ให้อีกคนลงไปไง"

"เฮ้อ!" ได้ยินคำตอบของเฮียเซ็นแล้วอยากจะถอนหายใจให้ถึงห้องไปเลย ไม่รู้หรอกอีกฝ่ายพูดจริงหรือหลอก แต่เธอไม่ได้รู้สึกดีด้วยสักนิด

เจ้าขาไม่ได้หึง ไม่ได้หวง แค่เอือมระอาที่เขาเหมือนจะเห็นผู้หญิงเป็นของเล่น แค่นั้นเลย

เสียงถอนหายใจของเจ้าขา ทำคนอายุมากกว่าหลุดหัวเราะเบา ๆ รีบเฉลยก่อนจะโดนมองค้อนตลอดทาง เจ้าขาชอบบอกว่าเขาเจ้าชู้ เจ้าชู้ตรงไหน ไม่เคยเจ้าชู้เลยเหอะ หรือถ้าเธอบอกเคยเห็นเขาควงสาว จะจิ้มตาเข้าให้ ไม่เคยควงเว้ย ปกตินัดซอยที่โรงแรมอย่างเดียว

"ล้อเล่น ตอนนี้ว่าง บ่ายไม่ว่าง เรือน่าจะมาเทียบท่า"

"เฮียซูมกลับไทยกี่วันคะ"

"ชื่อไคเซ็นครับ ไม่ได้ชื่อซูม"

"ถาม เผื่อรู้"

"ไม่รู้ ไม่ชอบเสือกเรื่องชาวบ้าน"

"นิสัยเสีย"

"มีแต่เธอนั่นแหละที่ด่า คนอื่นเขาชมกันทั้งนั้น"

"คนอื่นที่ว่าหมายถึงตัวเองอีกอะดิ"

"รู้ได้ไง"

"ปากแบบนี้ ไม่โดนต่อยก็ดีแค่ไหนแล้ว"

"เธอนี่กัดเจ็บเหมือนพ่อเธอเลยนะ"

"ก็ลูกพ่อ" ลูกป๋าขุนซะอย่าง

"ว่าแต่เฮียนิสัยเสีย เธอก็นิสัยเสียเหมือนกัน" อย่าคิดว่าขึ้นมานั่งรถเขาแล้วจะด่าเขาได้ฝ่ายเดียว ตราบใดที่เธอยังไม่ลงจากรถ กูจะเถียงให้สุดทางเลย เจ้าขาก็เจ้าขาดิวะ แกล้งมาตั้งแต่เด็ก จนตอนนี้โตเป็นสาวสวย ทำไมจะแกล้งอีกไม่ได้

ก็กูจะแกล้งอะ ใครจะทำไม?

"วันหลังไม่ต้องมารับเลยนะ"

"คิดว่าอยากมาเหรอ"

"ไม่ได้ขอ"

"ถ้าอาขุนไม่ฝากให้ช่วยดูแล คิดเหรอว่าจะมา"

"ขาจะบอกป๋าเอง"

"ก็ถ้าอยากให้ผู้ใหญ่ไม่สบายใจก็ทำเลยครับ น้องเจ้าขา"

เจ้าขาหยุดบทสนทนากวนประสาทไว้แค่ที่เฮียเซ็นขู่ เธอเหนื่อยจะเถียงกับคนขี้แกล้งอย่างเขา แต่การที่เธอหยุด ไม่ได้หมายความว่าเขาจะหยุด เรียกว่าไม่หยุดเลยจะดีกว่า

"ไปโกดังแป๊บได้ปะ"

"..."

"ลูกน้องโทรมาตาม เธอนั่งรอในรถสักครึ่งชั่วโมงได้ไหม อาจจะเร็วกว่า หรือช้ากว่าเวลาที่บอกนิดหน่อย"

"จอดให้ขาลงตรงนี้ เดี๋ยวเรียกรถกลับเอง"

"เดี๋ยวไปส่ง"

"มันเสียเวลา" ตอบเขาสีหน้าราบเรียบ คร้านจะเถียง ชักไม่เข้าใจ เฮียเซ็นถามทำไม ในเมื่อเลี้ยวมาจนเกือบจะถึงท่าเทียบเรืออยู่แล้ว คนละทางกับคอนโดเธอเลย

"รอ ๆ รอแป๊บนะครับน้องเจ้าขา" ร่างสูงเหยียบคันเร่งให้รถเข้ามาจอดในลานจอดรถของตัวเอง จากนั้นรีบลงจากรถ ตรงไปยังออฟฟิศเพื่อดูรายงานสภาพอากาศที่ขึ้นแจ้งเตือนแปรปรวน ทำให้เรือเข้าเทียบท่าล่าช้าไปราวสามชั่วโมง

เห็นระยะเวลาที่ต้องรอแล้วโคตรท้อ เซ็งเชี้ย ๆ แต่ที่เชี้ยกว่าเห็นจะเป็นแท็กซี่ที่ขับเข้ามาเทียบรถเขานี่แหละ

เจ้าขานะเจ้าขา บอกแล้วไง เดี๋ยวไปส่ง เดี๋ยวไปส่ง! ไม่เข้าใจหรือไงวะ ทำไมต้องเรียกแท็กซี่ ไม่เข้าใจ เธอไม่กลัวอันตรายเลยหรือไง?

Kaizen : ถึงห้องแล้วบอกด้วย

Kaizen : ถ่ายคนขับมาดู

Jaokha : คนขับผู้หญิงค่ะ คงปลอดภัยกว่านั่งซูเปอร์คาร์เยอะ

Kaizen : เหรอ งั้นเดี๋ยวโทรบอกไอ้เด็กส้นตีนให้นะ

Jaokha : นิสัยเสีย ขี้แกล้ง : (

Kaizen : ถึงห้องแล้วถ่ายรูปมา

Jaokha : โอเคค่ะ

พอเจ้าขารับปากค่อยโล่งใจหน่อย ดีกว่าเธอไม่ตอบอะไรกลับมาเลย แต่ก็แปลกดี แค่ขู่จะบอกไอ้เด็กส้นตีน เจ้าขาก็อ่อนข้อให้ทันที คงรำคาญมันมากสินะ หึหึ ไอ้สัวมันจะรู้บ้างไหม เจ้าขาเบื่อมันมากแค่ไหน คิดแล้วอยากขำให้ฟันร่วง

ขณะครุ่นคิดเรื่อยเปื่อย เสียงทักทายก็ดังขึ้น..

"สวัสดีครับคุณไคเซ็น เรือใกล้เทียบท่าแล้วใช่ไหมครับ"

"อ่าครับ อีกสามชั่วโมง" อาจจะเร็วกว่าหรือช้ากว่าแล้วแต่สภาพอากาศ

"คลาดเคลื่อนเหรอครับ" เท่าที่คุยเมื่อชั่วโมงก่อน คำตอบไม่ใช่แบบนี้ คงเอาแน่เอานอนกับคลื่นลมทะเลไม่ได้จริง ๆ

"สภาพอากาศแปรปรวน คลื่นแรงครับ"

"ครับ" ตอบครับแล้วเดินเลี่ยงไปรอที่ห้องรับรองแทน เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ล่าช้า แล้วก็ไม่ได้มีแค่เขาคนเดียวที่กำลังรอสินค้ามาถึงฝั่ง

ช้าหน่อยแต่ชัวร์ สินค้าปลอดภัยก็หยวนกันไป

Jaokha : ถึงห้องแล้วนะคะ

Kaizen : ครับ

ชายหนุ่มตอบกลับข้อความน้องสาวสั้น ๆ ก่อนจะปิดเสียงโทรศัพท์ให้อยู่ในโหมดสั่นเหมือนเคย อันที่จริงเขาเปิดโหมดสั่นไว้ตลอดเวลา แต่กลัวจะพลาดข้อความจากเจ้าขาเลยต้องเปิดเสียงไว้ เนื่องจากเขาอยู่ใกล้ลม ใกล้ทะเล เสียงค่อนข้างดัง เลยเป็นหนึ่งเหตุผลที่ต้องเปิดเสียงโทรศัพท์และรอข้อความใจจดใจจ่อแทน

เพราะหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน อาขุนด่าตายห่า เขาไม่อยากโดนอาขุนด่า ป๋าบอกอาขุนปากหมาด่าเจ็บ เรื่องนี้จริงหรือเปล่าไม่รู้ ไม่เคยสัมผัส แต่ถ้าเลือกได้ก็ขอไม่สัมผัสจะดีกว่า ไม่อยากต้องนั่งหงอยเหมือนอาบูม

บทก่อนหน้า
บทถัดไป