บทที่ 1 เป้าหมายผิดคน
คืนนี้ใบปอจะเลิกเป็นน้องสาวข้างบ้าน
เธอตัดสินใจเรื่องนี้ตอนหกโมงสิบห้า ยืนยันกับตัวเองอีกครั้งตอนหกโมงสี่สิบ และกำลังจะเปลี่ยนใจเป็นครั้งที่สิบสองตอนหนึ่งทุ่มตรง
“ถ้าแกขยำกระดาษแรงกว่านี้อีกนิด คำสารภาพรักจะกลายเป็นกระดาษทิชชูแล้วนะ”
เสียงณิชาดังผ่านหูฟัง ขณะที่ใบปอก้มมองกระดาษแผ่นเล็กในมือ มันเคยเป็นกระดาษสีครีมเรียบสวย มีประโยคที่เธอใช้เวลาร่างนานกว่าสโลแกนงานลูกค้าเมื่อสัปดาห์ก่อน ตอนนี้ขอบด้านหนึ่งยับจนแทบอ่านไม่ออก
“ฉันกำลังรวบรวมความกล้า”
“รวบรวมมาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย จนตอนนี้ทำงานแล้ว ยังไม่ครบอีกเหรอ”
“ความกล้ามันหมดอายุได้”
“งั้นรีบใช้ ก่อนจะต้องสะสมใหม่”
ใบปอถอนหายใจ หันไปมองสนามหญ้าของบ้านข้างๆ ผ่านช่องว่างระหว่างพุ่มโมก ไฟประดับถูกเปิดตั้งแต่ฟ้ายังไม่มืด โต๊ะอาหารตั้งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ กลิ่นเนื้อย่างลอยข้ามรั้วมาเป็นระยะ เสียงแม่หัวเราะกับคุณศศิธรดังแว่วจากระเบียง งานบาร์บีคิวระหว่างสองบ้านเป็นเรื่องปกติ แต่คืนนี้มีญาติของคุณศศิธรมาร่วมด้วยหลายคน จึงคึกคักกว่าทุกครั้ง
ส่วนคนที่ใบปอเฝ้ามองกำลังยืนอยู่หน้าเตาย่าง
สิบหมื่นสวมเสื้อยืดสีขาวกับเสื้อคลุมสีกรมท่า พับแขนเหนือข้อศอก เขารับจานจากแม่ของเธอพร้อมรอยยิ้มสุภาพ ก่อนหันไปคีบไส้กรอกให้เด็กที่ยืนรออยู่ข้างๆ ใบปอเผลอยิ้มตาม
“เขาอยู่หน้าเตา” “ดี เดินไป” “คนเยอะ” “สารภาพรัก ไม่ได้ยื่นกู้บ้าน ไม่ต้องรอคิวว่างทั้งสาขา” “ณิชา” “ใบปอ”
หญิงสาวหลับตา สูดลมหายใจลึก ตอนอายุสิบหก สิบหมื่นเคยปั่นจักรยานไปซื้อยาให้เพราะแม่กลับบ้านไม่ทัน ตอนอายุสิบเก้า เขาช่วยยกโต๊ะเขียนแบบขึ้นห้อง และเมื่อปีที่แล้ว เขาเป็นคนแรกที่ซื้อภาพประกอบจากร้านออนไลน์ของเธอ เธอยังจำข้อความที่เขาส่งมาหลังได้รับภาพได้ว่า เก่งมากปอ พี่จะเอาไปใส่กรอบ รูปภาพนั้นอยู่บนโต๊ะทำงานเขาจริงๆ เธอเก็บความใจดีของสิบหมื่นไว้มากเสียจนเริ่มแยกไม่ออกแล้วว่าเขาดีกับเธอเป็นพิเศษ หรือเธอเป็นคนทำให้ทุกเรื่องธรรมดาดูพิเศษเอง คืนนี้จึงควรถามให้รู้เสียที
“ฉันจะพูดแล้วนะ” “ประโยคนี้แกพูดไปเมื่อสิบห้านาทีก่อน” “รอบนี้จริง” “ฉันรอฟังข่าวดี ถ้าเขาปฏิเสธก็โทรมา ร้านยังเปิด ฉันมีเค้ก” “ทำไมต้องเตรียมรับตอนถูกปฏิเสธด้วย” “เพราะถ้าเขารับรัก แกคงไม่มีเวลาคุยกับฉัน”
ใบปอหลุดหัวเราะ ความเกร็งในอกคลายลงนิดหนึ่ง เธอวางสาย เก็บหูฟังกับกระดาษลงกระเป๋า ก่อนเดินผ่านประตูเล็กที่เชื่อมระหว่างสองบ้าน
“ปอ มาแล้วเหรอลูก” พรพิมลเรียกจากโต๊ะอาหาร “ค่ะ แม่มีอะไรให้ช่วยไหม” “ไปกินก่อนเลย พี่หมื่นเขาย่างเห็ดไว้ให้ หนูชอบไม่ใช่เหรอ”
ใบปอหันไปทางเตาทันที สิบหมื่นเงยหน้าขึ้นพอดี รอยยิ้มของเขาทำให้หัวใจเธอทำงานหนัก หญิงสาวเดินไปรับจานจากกองข้างโต๊ะ พยายามรักษาสีหน้าให้เหมือนทุกครั้ง ทั้งที่ฝ่ามือชื้นจนต้องแอบเช็ดกับกระโปรง
“วันนี้เลิกงานเร็วเหรอ” เขาถาม “ปิดงานตั้งแต่บ่ายค่ะ” “เก่งนี่ เห็นบ่นว่างานยาก” “ยากค่ะ แต่ลูกค้าอนุมัติแล้ว” “งั้นต้องฉลอง”
เขาวางเห็ดย่างชิ้นสุดท้ายลงในจานให้เธอ ใบปอรับมาถือ มองรอยยิ้มตรงหน้าแล้วคิดว่าเธอควรพูดตอนนี้
พี่หมื่นคะ ปอมีเรื่องอยากบอก
เพียงเท่านี้เอง
“พี่หมื่นคะ” “หืม” “ปอ...” “พี่หมื่น ระวัง!”
ลูกบอลพลาสติกกลิ้งมากระแทกขาโต๊ะ ขวดซอสใกล้ขอบล้มลง สิบหมื่นรีบเอื้อมไปคว้า แต่ช้ากว่าน้ำซอสที่ไหลเปื้อนแขนเสื้อคลุม
“โอ๊ะ!” ใบปอวางจานแล้วหยิบกระดาษเช็ดมือส่งให้ “โดนเยอะเลยค่ะ” “ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ไปเปลี่ยนเสื้อก่อน”
เขาถอดเสื้อคลุมพาดพนักเก้าอี้ ก่อนก้มบอกเด็กให้ไปเล่นอีกฝั่งของสนาม ใบปอมองตามแผ่นหลังเขาเข้าบ้าน ได้แต่กลืนประโยคที่เหลือกลับลงไป โอกาสที่รวบรวมความกล้ารออยู่ทั้งวัน จบลงเพราะซอสบาร์บีคิวครึ่งขวด หญิงสาวหยิบเห็ดชิ้นหนึ่งเข้าปาก อย่างน้อยคืนนี้ก็ยังได้กินของชอบ
หนึ่งชั่วโมงต่อมา กระดาษคำสารภาพรักยังอยู่ในกระเป๋า ส่วนค็อกเทลสีชมพูในมือใบปอเป็นแก้วที่สามแล้ว
ตอนแรกเธอตั้งใจจิบเพียงเล็กน้อย รสลิ้นจี่หวานอมเปรี้ยวช่วยกลบรสแอลกอฮอล์ได้ดี เธอจึงดื่มมันระหว่างรอสิบหมื่น ซึ่งเปลี่ยนเสื้อเสร็จแล้วแต่ถูกญาติผู้ใหญ่เรียกคุยอยู่ตรงระเบียง แก้วที่สองถูกยื่นให้ตอนทุกคนชนแก้วฉลองวันหยุด ส่วนแก้วที่สาม ใบปอหยิบเองหลังพลาดโอกาสเข้าไปคุยกับเขาเป็นครั้งที่สาม
ตอนนี้แก้มเธอร้อน เสียงเพลงฟังเพราะขึ้น และคำถามว่าเมื่อไรจะมีแฟนจากคุณป้าที่นั่งข้างแม่ก็ดูน่าหงุดหงิดน้อยลงมาก
“ถ้ามีแล้วจะพามาให้ดูค่ะ” เธอตอบพร้อมรอยยิ้ม “ไม่ต้องมองไกลหรอกลูก แถวนี้ก็มีหนุ่มหล่ออยู่หลายคน”
ใบปอหัวเราะตามทั้งที่ไม่ได้ฟังประโยคถัดไป สายตาเธอกำลังไล่มองหาสิบหมื่น มีเสียงทักทายจากหน้าบ้าน แขกเพิ่งมาถึงอีกสองสามคน พรพิมลลุกไปช่วยคุณศศิธรต้อนรับ ใบปอจึงวางจานที่กินหมดแล้ว ก่อนหยิบโทรศัพท์ซึ่งสั่นอยู่ในกระเป๋าออกมาดู
ยัง?
ณิชาส่งข้อความมาสั้นๆ เธอก้มพิมพ์ตอบไปว่า กำลังเตรียมตัว สะกดผิดไปหนึ่งคำ จึงต้องลบแล้วพิมพ์ใหม่ เมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง เธอก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งยืนหันหลังอยู่ข้างโต๊ะเครื่องดื่ม
เสื้อสีกรมท่า แขนเสื้อพับเหนือข้อศอก แผ่นหลังกว้างที่เธอเฝ้ามองมาตลอดค่ำ
ใบปอหยุดหายใจไปชั่วขณะ คราวนี้ไม่มีคนยืนคุยด้วย ไม่มีเด็กถือลูกบอลอยู่ใกล้ๆ ถ้าเธอปล่อยให้โอกาสนี้หลุดไปอีก ก็สมควรกลับบ้านไปนอนกอดกระดาษคำสารภาพรักแทนแล้ว หญิงสาววางแก้วลงบนโต๊ะ พยายามเดินให้ตรงแนวกระเบื้องที่ทอดผ่านสนาม แต่พอจ้องพื้นก็รู้สึกโคลงขึ้นมา จึงเงยหน้ามองคนตรงหน้าแทน
หนึ่งก้าว สองก้าว
ยิ่งใกล้ หัวใจก็ยิ่งเต้นแรง ใบปอเอื้อมมือจับต้นแขนของเขาผ่านเนื้อผ้า ก่อนออกแรงดึงเบาๆ ชายหนุ่มหันกลับมา แต่เธอก้มหน้าอยู่ ไม่กล้ามองตา
