บทที่ 4 ข้อเสนอของหมาป่า 1
ทันทีที่เข้าบ้าน ใบปอก็ถอดรองเท้าแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ใกล้ประตู พรพิมลวางกระเป๋าไว้ข้างตัว ก่อนย่อลงมองหน้าลูกสาว
“เวียนหัวมากไหม”
“นิดหน่อยค่ะ”
“แม่โกรธไหม”
พรพิมลมองเธออยู่ครู่หนึ่ง “แม่เป็นห่วง ไว้หนูพักก่อน พรุ่งนี้เราค่อยคุยกัน”
พรุ่งนี้อีกแล้ว ใบปอเริ่มอยากข้ามวันนั้นไปเสียจริงๆ แม่ช่วยพาขึ้นห้อง รอจนเธอเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจึงวางแก้วน้ำไว้ข้างเตียง ขณะกำลังจะปิดไฟ ใบปอเรียกไว้
“แม่คะ พี่หมื่นโกรธหรือเปล่า”
พรพิมลเงียบไปนิดหนึ่ง “แม่ไม่รู้ลูก แต่ถ้ามีเรื่องที่อยากอธิบาย ค่อยคุยกันตอนหนูพร้อม อย่าเพิ่งคิดแทนเขาไปหมด”
ใบปอพยักหน้ารับช้าๆ เธอหลับตาเมื่อแม่ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมให้ เพียงครู่เดียวก็ได้ยินเสียงปิดประตูเบาๆ
ห้องเงียบลง แต่ภาพงานเลี้ยงยังวนอยู่ในหัว เธอบอกรักผิดคน จูบผิดคน แถมยังโดนผู้ชายจอมเผด็จการข่มขู่มัดมือชกเอาเสียอีก หญิงสาวคว้าหมอนมาปิดหน้า ส่งเสียงครางอู้อี้อยู่ใต้ผืนผ้าห่ม ความตื่นตระหนกผสมกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้เธอเผลอหลับไปทั้งสภาพนั้นโดยไม่ได้แตะโทรศัพท์มือถืออีกเลย
เช้าวันรุ่งขึ้น เธอตื่นเพราะแสงลอดม่าน อาการหนักในศีรษะทำให้ต้องหลับตาอีกครั้ง แต่ทันทีที่ความเงียบเข้ามาแทนที่ ภาพคิ้วเข้มกับดวงตาคมดุดันของผู้ชายคนนั้นก็ปรากฏขึ้น
เธอลืมตาทันที โทรศัพท์ข้างเตียงมีข้อความค้างอยู่ ใบปอหยิบมันขึ้นมา ชื่อณิชาปรากฏบนหน้าจอ
ฉันมีคำถาม เมื่อวานแกจะไปจีบหลาน แล้วทำไมแม่แกบอกว่าแกไปจูบน้า?
ใบปอหลับตา ค่อยๆ วางโทรศัพท์ลง แล้วดึงผ้าห่มขึ้นคลุมศีรษะ มันไม่ได้เป็นความฝัน ไม่มีส่วนไหนเป็นความฝันเลย เธอยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะสู้หน้าสิบหมื่นอย่างไร แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น ดูเหมือนเธอต้องไปเผชิญหน้าและงัดข้อกับความเอาแต่ใจของคุณน้าหน้าดุของเขาเสียก่อน
ใบปอเพิ่งซึ้งถึงสัจธรรมที่ว่า ความอับอายสามารถปลุกคนให้ตื่นสร่างได้ชะงัดกว่านาฬิกาปลุกเรือนไหนบนโลก
เธอนอนคลุมโปงอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนามาเกือบสิบนาทีแล้ว แต่ไม่ว่าจะพลิกตัวหนีไปทางไหน ภาพเหตุการณ์สุดช็อกเมื่อคืนก็ยังตามมาหลอกหลอนครบทุกฉาก
สุดท้ายหญิงสาวก็ต้องยอมพ่ายแพ้ สลัดผ้าห่มทิ้งแล้วลุกขึ้นนั่งหน้ามุ่ย ในเมื่อย้อนเวลากลับไปแก้ไขความเปิ่นของตัวเองไม่ได้ อย่างน้อยเธอก็ควรล้างหน้าล้างตาแล้วออกไปก้มหน้ารับผลจากวีรกรรมสิ้นคิดของตัวเอง
พรพิมลกำลังตักข้าวต้มกุ้งส่งควันฉุยอยู่ในครัวตอนที่ใบปอเดินหน้าสลดลงบันไดมา คนเป็นแม่ปรายตามองลูกสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะเลื่อนแก้วน้ำเปล่าไปตรงหน้า
“ปวดหัวไหม”
“นิดหน่อยค่ะ”
“กินข้าวก่อนสิ”
ใบปอทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างเรียบร้อยผิดปกติ รับช้อนจากแม่แล้วก้มหน้าก้มตาตักข้าวต้มเข้าปาก พรพิมลนั่งลงฝั่งตรงข้าม ความเงียบที่โรยตัวลงมาทำเอาเสียงช้อนสเตนเลสกระทบชามกระเบื้องดังเกินความจำเป็นไปมาก
ใบปอกลืนข้าวต้มคำแรกลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะตัดสินใจวางช้อนลง “แม่จะด่าปอเรื่องเมื่อคืนใช่ไหมคะ”
“หนูจำได้แค่ไหน” “มากพอที่จะไม่อยากจำไปตลอดชีวิตเลยค่ะ”
คนเป็นแม่ถอนหายใจยาว แววตาไม่มีร่องรอยของความล้อเล่น “เรื่องดื่ม หนูต้องรู้จักลิมิตตัวเองให้มากกว่านี้ เมื่อคืนแม่หันกลับมาอีกที หนูก็พุ่งไปหาคุณศิแล้ว”
ใบปอก้มหน้างุด “ค่ะ”
“แล้วก็เรื่องจูบ” มือที่วางซ้อนกันบนตักของคนเป็นแม่กำเข้าหากันแน่นขึ้นนิดหนึ่ง “ต่อให้คนคนนั้นจะเป็นคนที่หนูชอบจริงๆ ก็ควรให้เขาตกลงปลงใจก่อน ไม่ใช่เดินดุ่มๆ ไปทำรุ่มร่ามแบบนั้น”
“ปอรู้ค่ะ วันนี้ปอตั้งใจจะไปขอโทษเขา”
พรพิมลมองสบตาลูกสาวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ “แม่ไม่ได้ห้ามหนูมีความรักนะปอ แต่แม่อยากให้หนูดูแลตัวเอง และให้เกียรติคนอื่นด้วย”
ใบปอรับคำเสียงอ่อย แม่ลุกไปปิดเตาแก๊ส พอกลับมานั่งที่เดิมก็วางโทรศัพท์มือถือลงข้างชามข้าวต้มของลูกสาว
“คุณศศิส่งข้อความมาถามอาการหนูเมื่อเช้า แม่ตอบไปแล้วว่าตื่นแล้ว” หัวใจของใบปอหล่นตุบ “แล้ว... เขาว่ายังไงอีกไหมคะ” “บอกว่าคุณศิยังอยู่บ้าน ถ้าหนูอยากคุยก็ให้เดินเข้าไปหาได้เลย”
ช้อนที่เพิ่งตักข้าวต้มขึ้นมาหยุดค้างอยู่กลางอากาศ “เขายังไม่กลับไปอีกเหรอคะ” “นี่เพิ่งจะเก้าโมงกว่าเองนะลูก”
สำหรับคนที่อยากมุดแผ่นดินหนีอย่างเธอ อย่างน้อยผู้ชายระดับนั้นก็น่าจะมีนัดตีกอล์ฟหรือมีประชุมเช้าวันอาทิตย์บ้างสิ ใบปอวางช้อนลง ลอบมองผ่านประตูครัวที่เปิดค้างไว้ออกไปเห็นแนวรั้วบ้านข้างๆ อยู่ใกล้กันเพียงแค่ระยะจัดสวน การจะตีเนียนแกล้งทำเป็นติดต่อไม่ได้คงเป็นไปไม่ได้แน่ๆ
หญิงสาวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดอ่านข้อความที่ณิชารัวทิ้งไว้ ก่อนพิมพ์ตอบสั้นๆ ว่าเดี๋ยวออกไปหา กดส่งเสร็จจึงหันไปอ้อนคนเป็นแม่
“ปอขอไปคุยกับเขาที่ร้านณิชาได้ไหมคะ” “แล้วแต่หนูเลย” พรพิมลเลื่อนจานไข่ต้มมาตรงหน้า “แต่กินให้หมดชามก่อน ไข่ต้มสักคำหนูยังไม่ได้แตะเลยนะ”
ใบปอจำใจหยิบช้อนกลับมาถืออีกรอบ แม้ชีวิตรักจะเพิ่งพังพินาศคาตา แต่แม่ก็ยังทำหน้าที่ตรวจเช็กโภชนาการในชามได้ครบถ้วนสมบูรณ์เสมอ
ตอนที่เดินผ่านประตูเล็กเชื่อมระหว่างสองบ้าน ใบปอท่องสคริปต์ในใจไว้เพียงสามประโยคถ้วน
ขอโทษค่ะ เมื่อคืนจำคนผิดค่ะ และช่วยอธิบายให้ทุกคนเข้าใจด้วยนะคะ
คราวนี้เธอไม่ยอมเขียนใส่กระดาษอีกแล้ว เพราะเริ่มสงสัยตงิดๆ ว่าไอ้กระดาษสารภาพรักพวกนั้นมันอาจจะชงชะตาให้ชีวิตเธอพังพินาศ
“ปอ มาแล้วเหรอลูก” คุณศศิธรร้องทักจากระเบียงไม้หน้าบ้าน น้ำเสียงของหล่อนฟังดูเป็นปกติจนคนฟังแอบลอบถอนใจอย่างโล่งอก “เมื่อคืนได้นอนพักเต็มที่ไหม”
“เต็มที่ค่ะ ปอต้องขอโทษคุณป้าด้วยนะคะสำหรับเรื่องวุ่นวาย”
“โอ๊ย ไม่เป็นไรจ้ะ ต่อไปก็ดูส่วนผสมเครื่องดื่มดีๆ หน่อยก็แล้วกัน”
