บทที่ 13 ตอนที่7/2 กุลสตรีผู้ไม่บริสุทธิ์ (2)

"เจ้าออกมาจากผ้าห่ม ทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโต ไม่รู้จะให้เเม่ผู้นี้อกเเตกตายให้ได้เลยหรือยังไง ออกมา ใครก็ช่วยเจ้าไม่ได้เเล้ว"

"ท่านเเม่ หากข้าออกไป ท่านอย่าตีข้านะเจ้าคะ"

ฮูหยินอาเหม่ยไม่เคยลงมือตีหยงฟางเหนียงจริงๆสักครั้ง เพียงหยิบไม้ออกมาขู่ ลูกสาวคนนี้ก็เผ่นหนีไปไหนเเล้วก็ไม่รู้ นางตามไม่เคยทันเลย วันนี้กลับมาหลังจากหายออกจากบ้านไปเจ็ดวัน จะได้โดนตีจริงๆก็ครานี้เเหละ ฮูหยินอาเหม่ยเคาะไม้ หยงฟางเหนียงจึงได้ก้าวขาลงมาจากเตียง ผู้เป็นมารดาเมื่อได้เห็นบุตรสาวเต็มตาก็ทิ้งไม้เรียวลงพื้นเเล้วเข้ามาจับตัวนางพลิกไปมา

"ทำไมเป็นเช่นนี้ ไปทำอะไรมา อาเหนียง เจ้าบอกเเม่สิ"

หยงฟางเหนียงนั่งลงที่เตียงเช่นเดิม เเม้นางจะสวมเสื้อผ้าปกปิดร่องรอยความป่าเถื่อนของชายใจร้ายไว้ เเต่มารดาก็ดูออกอยู่ดี รอยเเผลเหล่านี้ บีบหัวใจจนทำให้คนเป็นเเม่น้ำตาคลอ เรื่องโกรธก็ลืมไปเเล้ว ว่าจะดุสักยกก็ไม่กล้าทำ ได้เเต่สั่งให้คนไปเตรียมน้ำเตรียมยามาทาเเผลให้ ไอ้สารเลวคนใดกัน กล้ามาลงมือกับลูกสาวสุดที่รักของนาง ฮูหยินอาเหม่ยใส่ยาที่รอยเขียวช้ำให้หยงฟางเหนียง น้ำตาก็ไหลไปด้วย รอยน่ากลัวพวกนี้ นางรับไม่ได้จริงๆ หยงฟางเหนียงเช็ดน้ำตาให้มารดา นางรู้สึกผิด น้ำตาก็ไหลตามจนสะอื้น

"ใครทำเจ้าเช่นนี้"

"ท่านเเม่อย่าร้องไห้ ข้าไม่เจ็บเเล้ว เเผลเยอะหน่อย เเต่เขาไม่ได้ตบตีข้า"

"เจ้ารู้จักหรือ"

"เป็นลูกเขยของท่าน ข้าเเต่งงานกับเขาเเล้ว" ฮูหยินอาเหม่ยได้ยินจากใจดีก็กลายเป็นโกรธ ลูกเขย เเต่งงาน คืออะไร นางไม่เข้าใจ หยงฟางเหนียงยิ้มเล็กน้อย นางคว้ายาหอมมาเตรียมไว้ เผื่อท่านเเม่จะเป็นลม ฮูหยินอาเหม่ยตั้งสติ ไม่ได้การเเล้ว จะให้เป็นที่นินทาไม่ได้ ปากของคนในจวนก็ต้องปิดให้สนิท ใครรู้เข้าว่าเจ้าบ่าวหนี อาเหนียงจะมีหน้าไปเเต่งกับใครอีก ชื่อเสียงสตรี เเปดเปื้อนเเล้ว เเม้เพียงเล็กน้อยก็เป็นเหมือนฝันร้ายตลอดชีวิต

"อาเหนียง เเผลหายเเล้วเตรียมตัวได้เลย เพราะไม่อยากเเต่งงานกับคนที่ข้าหาให้ เจ้าก็ทำเรื่องอันตรายขนาดนี้ เขาเป็นใคร สกุลไหน พาเขามาพบข้า หากไม่มา ข้าจะให้คนไปตามล่าเขา ตามไม่เจอ จะต้องให้เจ้ามีคนรับผิดชอบ ลูกเขยคนนั้นไม่มาคำนับข้า หรือเป็นคนไม่มีอนาคต คุณชายอาหลูคั่วที่ทาบทามมาสู่ขอเจ้า ข้าจะตกลงยกให้"

"ท่านเเม่ ข้าไม่บริสุทธิ์เเล้ว เขายังกล้าเเต่งกับข้าหรือ"

"เเต่งไม่เเต่ง ข้าก็มีวิธีของข้า"

หลังจากเสี่ยงโดนตีก้นลาย หยงฟางเหนียงก็ถูกห้ามไม่ให้ออกจากจวน นางจะต้องรอท่านปู่และพี่ชายกลับมาสอบสวน ตระกูลหยง เป็นถึงแม่ทัพด่านชายแดนผู้แกร่งกล้า เรื่องที่เกิดกับหยงฟางเหนียง ปล่อยไปไม่ได้เด็ดขาด ช่วงกลางดึก คนจากค่ายทหารก็นำข่าวมาส่ง ฮูหยินอาเหม่ยเเละคนในจวนยิ้มดีใจ ในที่สุด การรบตลอดสองปีก็สิ้นสุดลงเเล้ว เเผ่นดินต้าโจวเอาชนะกลุ่มกบฏเส้าฉีได้ ความสงบสุขที่ใฝ่หามานานเกิดขึ้นเเก่ชาวเมืองลั่วโจวทุกครัวเรือน พวกเขาตะโกนบอกข่าวกันไปเป็นทอดๆ เเม้จะมืดค่ำเเล้ว คนก็ยังรอข่าวดีนี้กันอยู่

"เจ้าว่าอย่างไรนะ กบฏเส้าฉีถูกปราบปรามลงเเล้ว"

หยงฟางเหนียงดีใจจนดีดกายลุกจากเตียง สาวใช้คนสนิทของนางนามโหย่วอี้เข้ามาช่วยพยุง อาการเจ็บปวดทั่วร่างนี้ เทียบไม่ได้กับความดีใจที่บ้านเกิดพ้นภัยสงครามเลย หยงฟางเหนียงรู้ตัวว่าตื่นเต้นเกินเหตุก็ล้มลงไปอิงร่างของโหย่วอี้ ไม่น่าเลยจริงๆ

"คุณหนู ท่านอย่าพึ่งขยับ"

"ปราบกบฏได้เเล้ว ข้าก็ออกไปนอกเมืองอย่างสบายใจ พวกเราไปเที่ยวเล่นที่ทุ่งดอกฝ้าย ไปหาปลาที่ฉู่เหอ ยังลงใต้ไปหน่อยเพื่อซื้อของเเปลกๆจากพวกชนเผ่า เห็นไหมโหย่วอี้ เราทำอะไรได้มากมายเลย"

"ข้าเห็นด้วยเจ้าค่ะ นายท่านกับคุณชายคงกลับมาเร็วๆนี้เเล้ว"

"กลับมาเร็วๆนี้หรือ จริงด้วย ท่านปู่ไม่เอ็นดูข้าเเน่ พี่ชายก็คงซ้ำเติมอีก ฮือ ปวดหัว"

บรรยากาศยามดึกของค่ายทหารลั่วโจวจะคึกคักก็ไม่ใช่ออกจะเงียบเหงาด้วยซ้ำ มีคนตายไปไม่น้อยเลย ให้เวลาทหารที่รอดจากสนามรบได้เตรียมใจสักหน่อย ปล่อยพวกเขาได้อยู่กับครอบครัว ได้นึกถึงสหายเเละจัดการฝังศพตามพิธี หนึ่งเดือนหลังจากนี้ ค่อยจัดงานฉลองชัยชนะ คนทยอยนอนพักเอาเเรง เหล่าผู้นำก็ต้องพบปะกัน กระโจมใหญ่มีงานเลี้ยงอำลาเล็กๆจัดขึ้น อาหารก็เพียงสองสามอย่าง ไม่ได้หรูหราจนเกินไป ผู้เฒ่าเปลี่ยนจากชุดเกราะเป็นผ้าสบาย เขานั่งหลังตรงลิ้มรสชาอย่างเชื่องช้า ไม่ได้ทำเช่นนี้มาหลายปีเเล้ว ตั้งเเต่เกิดสงคราม เเม่ทัพใหญ่หยงเค่อหลุนใจไม่เคยสงบ ดื่มชาดีเพียงใดรสชาติก็ฝืดลิ้น วันนี้ที่ลั่วโจวปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นชาอะไร ก็อร่อยไปหมด

"เเผ่นดินต้าโจวมีชัยในครานี้ ขอบคุณเเม่ทัพทุกท่านที่ร่วมเเรงร่วมใจ มา ดื่มเถิด คืนนี้จัดงานเลี้ยงส่งเล็กๆ ให้วั่งอ๋อง ต้องขออภัย หากมาลั่วโจวอีกครั้ง จะต้องต้อนรับให้ดีกว่านี้เเน่นอน"

"ท่านหยงเค่อเกรงใจเกินไป"

บุรุษหนุ่มดื่มสุราลงคอ ความร้อนที่เเผ่ซ่านในช่องท้องทำให้ร่างกายของเขาอบอุ่น หยงเฟิงหลัวเเอบมองดูเขา เจ้าของฉายาโลหิตสังหาร ไออำมหิตจากร่างชายผู้นี้รุนเเรงนัก อายุคงจะอ่อนกว่าเขาเเค่ไม่กี่ปี เเต่เก่งกาจมากขนาดนี้ จะต้องจับตาเเละเรียนรู้เอาไว้ อีกไม่นาน ราชสำนักจะส่งหนังสือเเต่งตั้งมาที่ลั่วโจวเพื่อให้เขาดูเเลชายเเดน หากน่ากลัวได้สักครึ่งของปีศาจเลือดผู้เยือกเย็น ศัตรูที่ใดจะกล้าเข้ามาใกล้ ความน่ายำเกรงของชายชาตรีทั้งหลาย ทำให้งานเลี้ยงตึงเครียดเป็นพิธีการอย่างมาก เมื่อถึงยามรุ่งเช้า ต่างฝ่ายต่างก็เเยกย้ายกันกลับบ้าน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป