บทที่ 12 ตอนที่ 12 รหัสลับใต้แสงจันทร์
ตอนที่ 12 รหัสลับใต้แสงจันทร์
ยามค่ำคืนมาเยือน คฤหาสน์วราทรถูกปกคลุมด้วยความเงียบสงัดและมืดมิด มีเพียงแสงจันทร์ที่ส่องลอดผ่านผ้าม่านเนื้อหนาเข้ามาในห้องนอนของณาริณ ภายในห้องถูกปิดล็อกอย่างแน่นหนา ปราศจากเสียงรบกวนใด ๆ นอกจากเสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของหญิงสาวที่กำลังนั่งจดจ่ออยู่หน้าโต๊ะทำงาน
แสงจากโคมไฟดวงเล็กส่องสว่างกระทบใบงดงามที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น บนโต๊ะเต็มไปด้วยกระดาษโน้ตที่เขียนบันทึกสัญลักษณ์ ตัวเลขโรมัน และบทกวีที่เธอพยายามถอดรหัสจากจี้สร้อยทองคำขาวชิ้นเล็ก
ตลอดทั้งวันที่ผ่านมา ณาริณขังตัวเองอยู่แต่ในห้องปฏิเสธที่จะออกไปเผชิญหน้ากับธารัน เธอใช้เวลาทุกวินาทีกับการวิเคราะห์กลไกโบราณที่พ่อของเธอทิ้งไว้ให้
“เลข 7 อักษร V แล้วก็ลายเส้นโค้งคล้ายคลื่นน้ำ” ณาริณพึมพำกับตัวเองซ้ำไปซ้ำมา สมองของเธอประมวลผลย้อนกลับไปถึงความทรงจำในวัยเด็ก สมุดบันทึกเล่มเก่าของพ่อ บทกวีที่แม่ชอบร้อง และรอยสลักจิ๋วที่ซ่อนอยู่
นิ้วเรียวเล็กค่อย ๆ หมุนสลักด้านข้างจี้สร้อยตามลำดับตัวเลขที่เธอเพิ่งไขปริศนาได้จากวันเกิดของมารดาและบทกวีบทที่เจ็ด
คลิก!
เสียงกลไกภายในจี้ขยับตัวเบา ๆ เป็นจังหวะ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความลุ้นระทึก เธอกลั้นหายใจขณะที่ออกแรงกดลงไปที่รอยต่อด้านหลังจี้อีกครั้ง
ฝาครอบจี้สร้อยดีดเปิดออกอย่างแผ่วเบา เผยให้เห็นแผ่นฟิล์มไมโครชิปขนาดจิ๋วและแผ่นกระดาษพับชิ้นเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ภายในช่องลับนั้นอย่างแนบเนียน
ณาริณรีบใช้แหนบชิ้นเล็กคีบกระดาษแผ่นนั้นออกมาอย่างระมัดระวัง มือของเธอสั่นเล็กน้อย ด้วยความตื่นเต้นและตกใจ เธอกางแผ่นกระดาษออกช้า ๆ ภายใต้แสงไฟสว่างจ้า
ลายมือที่คุ้นตาของบิดาปรากฏเด่นชัดอยู่บนกระดาษ ข้อความสั้น ๆ แต่เต็มไปด้วยความจริงทั้งหมดถูกเขียนไว้ว่า
‘ถ้าลูกได้อ่านจดหมายฉบับนี้ แปลว่าพ่อไม่ได้อยู่ปกป้องลูกแล้ว... ข้อมูลในไมโครชิปนี้คือหลักฐานการทุจริตและเส้นทางการเงินสีเทาที่วรินทร์บังคับให้พ่อทำ หากตระกูลวราทรตกอยู่ในมือมัน ความพินาศจะมาเยือน จงมอบสิ่งนี้ให้ธารัน เขาคือคนเดียวที่จะปกป้องความจริงนี้ได้’
อ่านจบ ณาริณก็รู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ หยาดน้ำใส ๆ ไหลรินอาบแก้มเนียนอย่างเงียบ ๆ ความจริงที่ว่าพ่อไม่ได้ทรยศ แต่ถูกบีบบังคับและตกเป็นแพะรับบาปโดยฝีมือของ ‘วรินทร์’ กระจ่างชัดขึ้นในใจ ความรู้สึกโกรธแค้นและความเจ็บปวดตีรวนขึ้นมาพร้อม ๆ กัน
แต่สิ่งที่ทำให้เธอช็อกยิ่งกว่าคือประโยคสุดท้าย...
‘จงมอบสิ่งนี้ให้ธารัน เขาคือคนเดียวที่จะปกป้องความจริงนี้ได้’
หญิงสาวนิ่งอึ้งไปเนิ่นนาน สมองขาวโพลน ภาพเหตุการณ์ที่เธอเพิ่งทะเลาะกับธารันเมื่อคืนก่อนย้อนกลับเข้ามาในหัว คำพูดที่ว่าเธอเป็นแค่ ‘หมาก’ และ ‘เหยื่อล่อ’ แววตาเย็นชาของเขา แท้จริงแล้ว ธารันอาจจะมีเหตุผลที่ต้องทำแบบนั้นเพื่อความปลอดภัยของเธอเองอย่างที่กวินพยายามบอกจริง ๆ งั้นเหรอ?
“ฉันเข้าใจผิดมาตลอดเหรอ” ณาริณพึมพำกับตัวเองน้ำเสียงสั่นเครือ หัวใจดวงน้อยพองโตและเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่จนเธอแทบหายใจไม่ออก
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
จู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ สามครั้งท่ามกลางความเงียบสงัดของยามวิกาล ณาริณสะดุ้งสุดตัว เธอรีบพับกระดาษและเก็บไมโครชิปใส่กระเป๋าเสื้ออย่างรวดเร็ว หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดระแวง
“ใครคะ?” เธอเอ่ยถามเสียงสั่น พยายามคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด
“คุณณาริณ ผมเอง... กวินครับ” เสียงทุ้มของกวินลอดผ่านประตูเข้ามา
ณาริณลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินไปปลดล็อกแล้วแง้มประตูเปิดออก กวินยืนอยู่หน้าห้อง สีหน้าของเขาดูเคร่งเครียดและร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด ดวงตากวาดมองซ้ายขวาก่อนจะหันมาสบตาเธอ
“เกิดอะไรขึ้นคะ ดึกแบบนี้ทำไมถึงมาหาฉัน” ณาริณถามด้วยความแปลกใจ
“เราไม่มีเวลามากนัก” กวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระซิบ “ตอนนี้สถานการณ์ในคฤหาสน์กำลังไม่ปลอดภัย มีคนแอบส่งสัญญาณเตือนภายนอก และผมเพิ่งสืบรู้ว่า... มีสายลับของวรินทร์แฝงตัวอยู่ในเรือนรับรองกำลังเตรียมเคลื่อนไหวเพื่อจับตัวคุณ”
ณาริณหน้าซีดเผือดลงทันที
“แล้วธารันล่ะคะ เขาอยู่ที่ไหน”
“พี่ธารันออกไปดักซุ่มจัดการกับกำลังเสริมของวรินทร์ที่ฐานลับยอนแสงแล้วครับ ตอนนี้ยังติดต่อไม่ได้เพราะพวกมันใช้เครื่องตัดสัญญาณ” กวินอธิบายสีหน้าเคร่งเครียด “แต่เป้าหมายหลักของพวกมันคืนนี้คือคุณและจี้สร้อย! พวกมันรู้แล้วว่าคุณกำลังไขรหัสได้”
“ฉัน... ฉันไขมันได้แล้วค่ะ” ณาริณหยิบไมโครชิปชิ้นเล็กชิ้นน้อยออกมาชูให้กวินดู “นี่คือหลักฐานทั้งหมดที่พ่อทิ้งไว้”
กวินเบิกตากว้างด้วยความตกใจและดีใจในเวลาเดียวกัน
“เยี่ยมมากครับ! งั้นคุณรีบเก็บของสำคัญแล้วตามผมมา ผมจะพาคุณไปที่เซฟเฮาส์ลับก่อนที่พวกมันจะบุกเข้ามา”
ณาริณพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว เธอหยิบกระเป๋าเงิน โทรศัพท์ และซ่อนไมโครชิปไว้ในซับในกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ตอย่างมิดชิด ก่อนจะก้าวเท้าออกจากห้องตามกวินไปตามทางเดินมืดสลัวของคฤหาสน์
บรรยากาศในคฤหาสน์ยามวิกาลวังเวงและน่ากลัวผิดปกติ ไฟทางเดินบางดวงถูกตัดขาด ทิ้งไว้เพียงความมืดมิด กวินเดินนำทางด้วยความรวดเร็วและระแวดระวังภัยรอบด้าน ทั้งคู่มุ่งหน้าไปยังลิฟต์ลับที่เชื่อมลงไปยังชั้นใต้ดินเพื่อออกทางอุโมงค์ฉุกเฉิน
ทว่า... เมื่อเดินมาถึงทางแยกโถงทางเดินใหญ่ กวินก็ชะงักกึกหยุดเดินกะทันหัน
ณาริณที่เดินตามหลังมาเกือบชนแผ่นหลังของเขา เธอขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
“ทำไมไม่เดินต่อล่ะคะ ถึงทางออกแล้วเหรอคะ”
กวินยังคงนิ่งเงียบ ไม่หันกลับมามองเธอ บรรยากาศรอบตัวชายหนุ่มเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน ความอบอุ่นและสุภาพเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาบางอย่างที่ทำให้ณาริณรู้สึกหนสันหลังวาบ
“คุณกวิน...?” ณาริณเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงเริ่มไม่สู้ดี
กวินค่อย ๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ รอยยิ้มที่มักจะประดับอยู่บนใบหน้าของเขาหายวับไป เหลือเพียงใบหน้าเรียบเฉยและแววตาที่ยากจะคาดเดา
“เสียดายจังนะครับ” กวินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น ผิดจากเดิมลิบลับ “ถ้าคุณยังทำตัวเป็นเด็กดีอยู่เฉย ๆ ในห้อง คุณก็คงไม่ต้องมาตายที่นี่”
สิ้นคำพูดนั้น ณาริณก็ผงะถอยหลังด้วยความตกใจ เลือดในกายเย็นเฉียบ เธอมองหน้ากวินด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
“คะ... คุณพูดอะไรน่ะ? คุณหมายความว่ายังไง”
“ผมหมายความว่า...” กวินหัวเราะในลำคอเบา ๆ“เกมมันจบแล้วครับคุณณาริณ ส่งไมโครชิปนั่นมาให้ผมเถอะครับ”
“คุณ... คุณคือสายลับคนนั้นเหรอ! คุณคือคนที่ส่งข่าวให้วรินทร์มาโดยตลอดงั้นเหรอ!” ณาริณตื่นตระหนกจนน้ำเสียงสั่น เธอก้าวถอยหลังกรูด เอามือกุมกระเป๋าเสื้อที่มีไมโครชิปซ่อนอยู่แน่น
“ฉลาดนี่ครับ” กวินยอมรับหน้าตาเฉย ไม่มีทีท่าสะทกสะท้าน “คุณวรินทร์ให้ข้อเสนอที่ดีกว่าตระกูลวราทรเยอะ น่าเสียดายที่พี่ธารันไว้ใจผมมากเกินไป จนไม่เคยระแวงเลยว่ารุ่นน้องคนสนิทนี่แหละคือหนอนตัวจริง”
“ธารัน... ธารันดีกับคุณมากทำไมคุณถึงหักหลังเขา!” ณาริณตวาดถามด้วยความโกรธ
“ความจงรักภักดีมันกินไม่ได้หรอกคุณณาริณ... เลิกพูดมากแล้วส่งของมาดีกว่า ก่อนที่ผมจะต้องใช้กำลังกับผู้หญิงสวย ๆ อย่างคุณ” กวินก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเธอทีละก้าว มือหนายื่นออกหมายจะคว้าตัวเธอ
ณาริณไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้นเด็ดขาด เธอกวาดสายตามองไปรอบตัวเพื่อหาทางหนี ทันทีที่กวินพุ่งเข้าชาร์จ เธอก็ใช้สัญชาตญาณการเอาตัวรอด คว้าแจกันดอกไม้โบราณบนโต๊ะข้างทางปาใส่หน้ากวินเต็มแรง
เพล้ง!
เศษแจกันแตกกระจายเกลื่อนพื้น กวินเบี่ยงตัวหลบได้ทันแต่วิถีการพุ่งตัวชะงักไปชั่วขณะ ณาริณไม่รอช้า เธอหันหลังกลับแล้ววิ่งหนีสุดชีวิตไปตามโถงทางเดินที่มืดทึบ
“จับตัวเธอไว้! อย่าให้หนีไปได้!” กวินตะโกนลั่นสั่งลูกน้องที่ซุ่มอยู่มุมมืดให้พุ่งออกมาดักหน้า
เสียงฝีเท้าหนัก ๆ หลายคู่ดังไล่หลังมาอย่างกระชั้นชิด ณาริณหัวใจเต้นรัวระทึกจนแทบกระเด็นออกมา เธอกลัวจนน้ำตาไหลอาบแก้ม แต่ขาเรียวก็ยังคงวิ่งหนีสุดแรง ท่ามกลางความมืดมิดของคฤหาสน์ที่ตอนนี้กลายเป็นสนามรบอันตรายสำหรับเธอคนเดียว
#ในขณะเดียวกัน
ที่ฐานลับโกดังร้างยอนแสง ธารันที่กำลังนำกำลังคนบุกเข้ากวาดล้างรังของวรินทร์ จู่ ๆ สัญชาตญาณดิบและความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างก็กระตุกวูบขึ้นที่อกข้างซ้ายอย่างรุนแรง
มือหนาที่ถือปืนพกชะงักกึก หัวใจเต้นกระหน่ำผิดจังหวะอย่างไร้สาเหตุ
“นายครับ เคลียร์พื้นที่ด้านหน้าเรียบร้อยแล้ว!” ลูกน้องวิ่งมารายงาน
ธารันขมวดคิ้วแน่น สัญชาตญาณเตือนภัยกรีดร้องเสียงดังลั่นในหัว เขารู้สึกได้ทันทีว่ากำลังมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นที่คฤหาสน์ และเป้าหมายไม่ใช่ใครอื่นนอกจากณาริณ
“กวิน...!” ธารันพึมพำชื่อรุ่นน้องคนสนิทขึ้นมาด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจ แววตาสีเข้มฉายแววด้วยความเหี้ยมโหด เขาหันหลังกลับไปสั่งลูกน้องเสียงดังลั่น
“ถอนกำลัง กลับคฤหาสน์เดี๋ยวนี้!”
