บทที่ 2 ความจำเป็นบังคับ

รองเท้าส้นสูงของนลินกระทบพื้นหินอ่อนขยับเข้าไปใกล้เขาอีก ก่อนที่เธอจะยกมือไหว้เขาตามมารยาท

อีกอย่างนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เขาคือ...เจ้านาย

นลินกระชับเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตาให้เข้าที่ แม้ใบหน้าจะเรียบเฉยแต่ในใจกลับเต้นระรัว จนแทบกระเด็นกระดอนออกมานอกอก

และยิ่งเข้าใกล้เขา หญิงสาวก็ได้กลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคยแตะจมูกทันที มือที่ถือเอกสารของนลินสั่นเทา

รอยยิ้มของคเชนทร์ที่ดูเหยียดหยัน ทำให้เอาหญิงสาวยิ่งรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก

เธอมองไปที่หน้าต่างเยื้องๆ ด้านหลังของเขา นลินอยากจะกระโดนลงไปด้านล่างเสียให้รู้แล้วรู้รอด

“ยินดีต้อนรับหมอนลิน ที่ตอบรับการเข้าทำงานที่นี่”

น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นประสาทเธอได้ดีเสมอ

ในใจของหญิงสาวก็เถียง ‘พี่เป็นคนเรียก และบังคับนลินให้กลับมาต่างหาก’

นลินตัวแข็งทื่อ เพราะเขาเดินเข้ามาหาเธออย่างช้าๆ จนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่คืบ

กลิ่นกายของเขารุนแรงจนนลินรู้สึกหน้าร้อนผ่าว

นลินไม่เคยสลัดภาพแผ่นอกที่เปลือยเปล่าของเขา ที่เธอเคยลูบไล้ในเมื่อก่อนออกไปจากหัวได้ แม้ในเวลานี้ ที่เขาจะมีเสื้อผ้าอาภรณ์ปกคลุมอยู่

“ดิฉันมาเพื่อเซ็นสัญญาจ้างงานค่ะ ไม่ได้มาเพื่อรื้อฟื้นความสัมพันธ์หรือว่าเรื่องอื่น”

นลินพยายามเชิดหน้าขึ้น และตอบด้วยน้ำเสียงที่คิดว่ามั่นคงที่สุด

คเชนทร์ยกยิ้มที่มุมปาก มือหนาเอื้อมมาเชยคางมนขึ้นอย่างถือดี ก่อนจะก้มลงมากระซิบที่ข้างหูจนลมหายใจร้อนๆ เป่ารดผิวเนื้ออ่อน

“สัญญาจ้างงาน อืม... ยังไงก็ต้องเซ็นอยู่แล้วนี่น่า ปรกติก็ต้องเซ็นที่แผนกบุคคลไม่ใช่หรือ? เอ๊ะ! หรือว่าหมอนลินจะเป็นกรณีพิเศษ...”

เขายิ้มเยาะ ใช้สายตาโลมเลียจนเธอรู้สึกไม่เหลือความเป็นตัวเอง ลมหายใจของหญิงสาวเริ่มไม่ปะติดปะต่อ

“แล้วหมอนลินไม่คิดจะทำหน้าตาดีๆ ยิ้มให้กับเจ้านายหน่อยหรือ”

“คุณคเชนทร์ก็ทราบดีว่า... ดิฉันมีเหตุผลอะไร ดิฉันถึงได้มาทำงานที่นี่...”

“อ้อ... เพราะฝีมือของคุณดีไง การศึกษา และประสบการณ์การทำงานที่ต่างประเทศ อืม... แต่ว่า... ผมขอบอกเอาไว้ก่อนนะ ผมไม่ได้ต้องการแค่ฝีมือการวางยาวิสัญญีของคุณเพียงอย่างเดียวหรอก แต่ผมต้องการให้คุณมาเยียวยาในสิ่งที่คุณเคยทำพังไว้จากอดีตด้วย... ทุกที่ และทุกครั้ง ทุกเวลา ที่ผมต้องการ”

นลินเบิกตากว้าง เมื่อมือของเขาเริ่มขยับลงมาลูบไล้ที่เอวบาง ผ่านเนื้อเสื้อกาวน์ที่เธอนุ่งห่มอย่างจงใจ...

เสียงลมหายใจหอบถี่ของนลินดังสะท้อนอยู่ในห้องทำงานที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังหึ่งๆ

มือหนาของคเชนทร์ยังคงตรึงข้อมือเธอเอาไว้แน่นกับขอบโต๊ะไม้โอ๊ค โต๊ะทำงานตัวใหญ่

แรงบีบนั้นย้ำเตือนว่า... เขาไม่ใช่ชายหนุ่มอ่อนโยนคนเดิม ที่เธอเคยรัก และเคยรู้จักมักจี่

“ปล่อยนลินนะคะ... เราคุยเรื่องงานกันจบแล้ว คุณไม่ควรทำอย่างนี้”

เธอพยายามสะบัดตัวออก ทว่าสายตาคมกริบที่จ้องลึกเข้ามากลับทำให้เรี่ยวแรงของเธอค่อยๆ หายไป

“งานงั้นเหรอ” คเชนทร์เหยียดยิ้มเย็นชา

“งานของคุณคือการทำตามใจของผม และต้องคำนึงถึงการรักษาชีวิตของแม่ของเธอด้วย ไม่ใช่หรือไงหมอนลิน”

นลินชะงักกึก ใบหน้าซีดเผือดลงทันที

“คุณหมายความว่ายังไง”

“ยาตัวใหม่จากอเมริกาที่แม่ของคุณต้องใช้... ทีมแพทย์เฉพาะทางที่เก่งที่สุดในประเทศ ที่กำลังดูแลท่านอยู่... ทั้งหมดนั่นมันอยู่ในอำนาจการตัดสินใจของผมเพียงคนเดียวนะครับหมอนลิน”

เขาโน้มตัวลงมาจนปลายจมูกแทบชิดกัน

“ถ้าคุณเดินออกไปจากห้องนี้ตอนนี้ ผมจะสั่งย้ายแม่คุณไปโรงพยาบาลรัฐที่ห่างไกลทันที คุณก็รู้ว่าสภาพร่างกายท่านตอนนี้... จะทนการเคลื่อนย้ายได้ไหวไหม และจะเหลือลมหายใจอีกกี่ชั่วโมง”

“คุณมันปีศาจ” นลินตะโกนใส่หน้าเขาด้วยความแค้นใจ น้ำตาคลอหน่วย เมื่อนึกถึงใบหน้าซูบผอมของมารดา

และในขณะเดียวกัน ภาพในอดีตก็ผุดขึ้นมาทำร้ายเธอซ้ำเล่า...

‘ออกไปจากชีวิตลูกชายฉันซะ นลิน... ผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างเธอ คู่ควรแค่ทางผ่านเท่านั้น คเชนทร์เขามีคู่หมั้นที่เหมาะสมอย่างหนูแจนรออยู่แล้ว อย่าให้ฉันต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด ไล่เธอเหมือนหมูเหมือนหมาเลย’

เสียงกัมปนาทของคุณเลอสันต์ พ่อของคเชนทร์ในวันนั้น ยังคงกรีดแทงใจเธอเสมอมา

เขามองเธอเป็นเหมือนเศษหญ้า

เธออยากจะบอกท่านเหลือเกิน เธอไม่ได้หวังในสมบัติเงินทอง แต่ต้องการแค่ได้รักกับคเชนทร์เท่านั้น

ใบหน้าของเขาชิดลงมาอีก รอยยิ้มร้ายๆ ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน ดูแล้วไม่ได้มีเจตนาที่ดีเลยสักนิด

“ใช่... ผมเป็นปีศาจ และเป็นปีศาจที่คุณเคยรัก จนยอมถวายตัวให้มาแล้วไม่ใช่เหรอ?”

คเชนทร์ไม่พูดเปล่า มือหนาข้างหนึ่งรวบเอวบางเข้าหาตัวจนร่างกายส่วนล่างบดเบียดกัน

นลินสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งและความต้องการที่พุ่งพล่านภายใต้กางเกงสแลคเนื้อดีของเขา

เธอทั้งรักทั้งเกลียดผู้ชายคนนี้จนใจจะขาด

รสสัมผัสที่เขาเคยฝากไว้ในอดีต เริ่มย้อนกลับมาปลุกปั่นอารมณ์ที่ซ่อนอยู่

“เอาสิ... ถ้าอยากให้แม่รอด ก็พิสูจน์ให้ผมเห็นหน่อยว่า วิสัญญีแพทย์อย่างคุณ จะมีความสามารถในการกล่อมผมให้เคลิ้มได้แค่ไหน บนโต๊ะตัวนี้”

เขาดันร่างเธอให้ล้มลงนอนราบไปบนเอกสารสัญญาสีขาวที่กระจายอยู่บนโต๊ะ ก่อนจะตามลงมาทาบทับ

นลินหลับตาลงพร้อมน้ำตาที่ไหลริน เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวระดมจูบลงมาที่ซอกคออย่างหิวกระหาย

มือของเขาเริ่มปลดกระดุมเสื้อกาวน์ของเธอออกอย่างรวดเร็ว ความเย็นของห้องแอร์ปะทะกับผิวเนื้อที่เริ่มร้อนรุ่ม

“อื้อ... คุณเชนทร์... อย่า...”

เสียงประท้วงของเธอแผ่วเบาและขาดตอน เมื่อเขาบีบเค้นทรวงอกอิ่มผ่านบราเซียลูกไม้สีดำอย่างหนักหน่วง ราวกับจะประทับตราจองว่า ร่างกายนี้เป็นสิทธิ์ขาดของเขาเพียงผู้เดียว

“เรียกชื่อผมดังๆ นลิน... เรียกให้เหมือนคืนนั้นที่เราเคยมีความสุขกัน จนลืมทุกอย่างไปให้หมด”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป