บทที่ 4 การแสดงที่คุกคาม

“เอ่อ... พี่ขอโทษค่ะ คือรีบไปหน่อย แล้วก็ไม่ได้ระวัง ไม่ได้มองนะคะ จึงเข้าห้องน้ำผิด”

ตอนนี้หญิงสาวเห็นโถฉี่ของผู้ชายอย่างเต็มตาแล้ว  ทำให้เธอเข้าใจได้ว่า ตนเองนั่นแหละที่เข้าห้องน้ำผิด

...นี่มันห้องน้ำชาย

“ไม่เป็นไรครับ ที่นี่ชั้นผู้บริหาร ไม่ค่อยมีคนเข้าหรอกครับ ว่าแต่พี่นลินมารายงานตัวหรือครับ” ดินยิ้มละไม รอยยิ้มของเขาดูเหมือนน้ำเย็นที่ช่วยชโลมใจที่บอบช้ำของเธอ

“ผมดีใจจริงๆ นะครับที่ได้เจอพี่นลินที่นี่ ยินดีที่พี่ได้มาทำงานด้วยกันนะครับ”

“ค่ะ”

“อืม... จะดูวิสาสะเกินไปไหม ถ้าผมจะเรียกพี่ว่า พี่นลินเหมือนเดิม คือเรียกเหมือนเมื่อก่อน”

ดินก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด มือที่เคยลูบหลัง เปลี่ยนมาแตะที่ต้นแขนของเธอ

สายตาของเขาเลื่อนลงมองปกเสื้อกาวน์ที่เผยอออกจนเห็นรอยแดงจางๆ ที่ซอกคอ ซึ่งคเชนทร์เพิ่งฝากไว้เมื่อครู่

“พี่เชนทร์คงใช้งานพี่หนักตั้งแต่วันแรกเลยสินะครับ...” น้ำเสียงของดินยังคงนุ่มนวล แต่แววตาของเขากลับวูบไหวประหลาด

ทว่าคำพูดเช่นนี้ ทำให้หญิงสาวสะดุ้ง

“กลับมาคราวนี้... ผมจะกำชับให้พี่เชนทร์ดูแลพี่นลินให้ดีที่สุด ถ้าไม่อย่างนั้นละก็ ผมสาบานนะครับ ว่าผมจะแย่งพี่นลินมาจากพี่เชนทร์ให้ได้”

คำพูดของดินทำให้นลินรู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ความอ่อนโยนที่เขามอบให้ในวินาทีนี้ ดูเหมือนจะมีความนัยบางอย่างซ่อนอยู่... บางอย่างที่อาจจะอันตรายไม่แพ้พี่ชายของเขาเลยสักนิด

บรรยากาศในห้องทำงานของคเชนทร์ ยังไม่ทันจะคลายความระอุจากกิจกรรมเร่าร้อนเมื่อครู่

เสียงสัญญาณเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือราคาแพงก็ดังขึ้นขัดจังหวะขณะที่เขากำลังติดกระดุมแขนเสื้อ

คเชนทร์หยิบขึ้นมาดู พบว่าเป็นข้อความจาก 'ดิน' น้องชายคนเล็กที่ปกติมักจะสำรวม และไม่เคยยุ่งเรื่องของเขา

ดิน (พี่ครับ... วันนี้ผมเจอผู้หญิงคนหนึ่งถูกใจมาก ผมขออนุญาตจีบเธอได้ไหม?)

คเชนทร์เลิกคิ้วสูง ความสงสัยแล่นริ้วขึ้นมาทันที เพราะร้อยวันพันปีน้องชายคนนี้ไม่เคยมาขออนุญาตเรื่องความรัก เขาพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว

คเชนทร์ (ใคร? คนในโรงพยาบาลเราเหรอ?)

ข้อความถูกอ่านแทบจะทันที ก่อนที่ดินจะตอบกลับมาด้วยคำถามที่ทำให้คเชนทร์ชะงักไปครู่หนึ่ง

ดิน (ถ้าผมบอกชื่อไป พี่จะโกรธไหม... แต่ผมแค่อยากเช็กให้แน่ใจก่อนว่า ถ้าเป็นผู้หญิงที่พี่เคยทิ้งไปแล้ว พี่จะย้อนกลับมากินของเดิม หรือหวงก้างไว้รึเปล่า?)

พอนึกถึงใบหน้าซีดเซียว แต่แฝงไปด้วยความพยศของนลิน ที่เพิ่งเดินออกไป คเชนทร์ก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ความทะนงตน และทิฐิทำให้เขาพิมพ์กระแทกนิ้วลงบนหน้าจอด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว

คเชนทร์ (หึ... ของเก่าซ้ำซากที่ฉันเขี่ยทิ้งไปแล้ว ฉันไม่เคยคิดจะย้อนกลับไปกินให้เสียเวลาหรอก อยากได้ ก็เอาไป)

คเชนทร์โยนโทรศัพท์ลงบนโต๊ะอย่างไม่ใยดี เขาเชื่อมั่นว่า...ผู้หญิงที่ดินหมายถึงคงเป็นนางพยาบาล หรือคู่ควงสักคนที่เขาเคยผ่านมาเพียงชั่วคราว

โดยหารู้ไม่ว่า... ที่อีกฟากหนึ่งของกำแพงห้องน้ำชาย

ดินกำลังยกยิ้มมุมปากขณะมองข้อความนั้น สายตาที่เคยดูนุ่มนวลบัดนี้เข้มขึ้นจนน่ากลัว

ดินเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าเสื้อกาวน์ ก่อนจะหันมามองนลินที่กำลังยืนจัดเสื้อผ้าด้วยท่าทางประหม่า เขาขยับเข้าไปใกล้เธออีกครั้ง

คราวนี้เขาไม่เพียงแค่แตะแขน แต่กลับใช้นิ้วเรียวยาวเชยคางเธอขึ้นมาสบตา

“พี่เชนทร์เขาอนุญาตแล้วนะครับพี่นลิน...” ดินกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ต่างจากน้องชายแสนดีคนเดิม

“จากนี้ไป... พี่เตรียมตัวรับมือกับดิน แทนพี่เชนทร์ได้เลย”

นลินตัวสั่นเทิ้ม เธอสัมผัสได้ถึงแรงคุกคามรูปแบบใหม่ ที่ไม่ได้ป่าเถื่อนเหมือนคเชนทร์ แต่มันคือความนุ่มนวล ที่พร้อมจะโอบรัดเธอให้ดิ้นไม่หลุด...

และคเชนทร์จะไม่มีวันรู้เลยว่าคำตอบ 'ไม่' เพียงคำเดียวของเขา กำลังจะกลายเป็นชนวนเหตุที่ทำให้เขาต้องคลั่งแทบบ้าในภายหลัง

หลายวันต่อมา นลินคิดว่าทุกอย่างกำลังเข้าสู่ความสงบ แต่ทันทีที่เธอก้าวเท้าเข้าแผนกวิสัญญีด้วยความตั้งใจจะเริ่มงานอย่างดี เธอกลับต้องช็อก เมื่อพบซองเอกสารสีน้ำตาลวางอยู่บนโต๊ะ

เนื้อความในจดหมายระบุคำสั่งสายฟ้าแลบว่า

‘ให้นางสาวนลิน ย้ายสังกัดจากแผนกวิสัญญี ขึ้นตรงต่อสำนักประธานบริหาร ในฐานะผู้ช่วยส่วนตัวด้านการแพทย์ของประธานคเชนทร์ อธิษริยะ’

เสียงซุบซิบดังระงมไปทั่ววอร์ด สายตาของเหล่านางพยาบาลและหมอร่วมรุ่น ที่มองมาเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม

และคำนินทาก็เริ่มบั่นทอน

“หึ... มาทำงานไม่กี่วัน ก็ได้เลื่อนขั้นไปอยู่ห้องท่านประธาน ดีกรีจบนอก คงไม่ได้เอามาใช้แค่รักษาคนไข้หรอกมั้ง คงเอามารักษาอย่างอื่นมากกว่า”

นลินกำหมัดแน่นจนเล็บแทงเข้าเนื้อ ความอดทนของเธอกำลังจะสิ้นสุดลง

หญิงสาวตัดสินใจเดินตรงไปยังลิฟต์ผู้บริหาร เพื่อจะไปต่อว่าคเชนทร์ให้รู้เรื่อง

แต่ในจังหวะที่เธอกำลังก้าวออกจากประตูโรงพยาบาล เพื่อไปที่ตึกสำนักงานใหญ่ รถสปอร์ตสีแดงเพลิงคันหนึ่งก็พุ่งเข้ามาจอดเทียบฟุตบาทอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงเบรกที่ดังสนั่น

กระจกรถเลื่อนลง เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่ดูอันตราย และขี้เล่นกว่าใครในตระกูล...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป