บทที่ 7 บทที่ 2 เพื่อนสนิทคิดข้าม Friend Zone (C)

อิ่มข้าวแล้ว วิลาสินีก็เก็บโต๊ะกินข้าว แต่มือแกร่งของศิรศักดิ์รีบคว้าหมับรั้งร่างเล็กเอาไว้ “นี... ดื่มเป็นเพื่อนเราหน่อยสิ” ถ้อยคำเชื้อชวนมาพร้อมกลิ่นแอลกอฮอล์กรุ่นปะทะเข้าจมูกเพื่อนสาวอย่างเลี่ยงไม่ได้

“โอ้ย... ไม่เอาหรอก นี่ยังกลางวันแสกๆ จะเมาอะไรแต่หัววัน” วิลาสินีมิวายแขวะเพื่อนกลับ เมาก็ให้เมาแค่พอหอมปากหอมคอได้ไหม นี่จะเมาให้เสียชาติเกิดกันเลยหรือไง รักอะไรนักหนาผู้หญิงคนเดียว คนที่ไม่รักตัวเองแล้วใครเขาจะมารัก ศักดิ์ทำแบบนี้ ผู้หญิงที่ทิ้งไปถ้ารู้เขามีแต่จะสมเพช กับสะใจ ทางที่ดีควรหันมารักตัวเองแล้วทำชีวิตให้เจริญๆ ขึ้นมันถึงจะดีและสะใจกว่า ให้เขารู้ว่าพอแม่นั้นทิ้งไปแล้วชีวิตเขาเจริญขึ้นสักแค่ไหน แม่นั่นจะได้รู้ตัวว่าที่ผ่านมาอยู่เป็นตัวถ่วงดวงชะตาเขาเสียตั้งนาน

“เลิกทำตัวน่าสมเพชได้แล้วศักดิ์ หันมารักตัวเองบ้างเถอะ” วิลาสินีเสียงเข้มดูจริงจังจนอีกฝ่ายหยุดจ้องนาน หญิงสาวพูดด้วยหมดความอดทน ที่ว่าหมดความอดทนในที่นี้คือ เธอไม่อยากทนเห็นเพื่อนทำตัวต่ำกว่าหมาแบบนี้อีกแล้ว ผู้หญิงทิ้งทีก็ฟูมฟายจะเป็นจะตาย หันหน้าหาเหล้ายา ทำตัวแบบนี้ ผู้หญิงดีๆ ที่ไหนเค้าจะรักลงกันเล่า

“น่า... “เพื่อนชายลากเสียงยาวเป็นเชิงอ้อน พร้อมทำตาปริบๆ ใส่หน้าวิลาสินีที่ยืนส่ายหน้าอยู่ก่อนแล้วอย่างอ่อนใจ ‘อายุเท่าไหร่แล้วเนี่ย... ยังทำเป็นเด็กๆ ไปได้ นี่ละมั้ง...เป็นต้นเหตุให้สาวๆ ทิ้ง’ มิวายคาดเดา ก็ผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะชอบผู้ชายที่มีความเป็นผู้นำ สุขุมลุ่มลึก น้อยนะที่จะชอบคนขี้เล่นเป็นมิตรแบบที่เพื่อนเธอกำลังทำอยู่

บางที... อยู่กับสาวอาจจะมีความเป็นผู้นำก็ได้มั้ง แต่กับเรา เพื่อนสมัยเรียน ก็เลยปล่อยตัวตามสบาย... วิลาสินีเดา

“ไม่เอา นีจะล้างชาม เดี๋ยวต้องลงไปซื้อของกินไว้ตอนเที่ยงอีก แล้วนี่ศักดิ์จะกลับตอนไหน”

“...”

“เอ่อ... นีหมายความว่าศักดิ์จะกลับตอนไหน นีจะได้ซื้อกับข้าวมาเผื่อไว้ไง” วิลาสินีอ่านแววตาคู่นั้นออกเชียวล่ะ ศิรศักดิ์มองมาอย่างกับน้อยใจว่าเธอไล่ เธอจะไล่เขาได้ลงคองั้นหรือไง เป็นไปได้ก็อยากให้อยู่ด้วยกันนานๆ นั่นล่ะ แต่อย่างว่า ต่างคนต่างต้องทำงาน อีกอย่างสถานะแค่เพื่อน อยู่ค้างอ้างแรมแบบนี้ ชาวบ้านใกล้เคียงได้นินทา แต่ถึงจะมีใครนินทาวิลาสินีก็ไม่แคร์หรอกนะ ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ในเมื่อเธอบริสุทธิ์ใจเสียอย่าง คนที่มีใจคอสกปรกเป็นทุนก็คิดอะไรๆ สกปรกต่ำทรามตามสันดานอยู่แล้ว แบบที่เรียกว่า เอามาตรฐานตนเองไปวัดคนอื่น ตัวชั่วก็คิดว่าคนอื่นจะชั่วอย่างตน ประมาณนั้นล่ะ ถ้าวิลาสินีแคร์คำนินทาของคนทั้งโลก เธอคงมิต้องทำอะไรแล้วกระมัง คนเราดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว เธอไม่แคร์เสียอย่าง ไม่ได้ทำใครเดือดร้อนนี่ เพื่อนเมา เพื่อนอกหัก เพื่อนเดือดร้อนมาพึ่งพา เธอจะใจดำเหรอ

“สร่างเมาก็กลับแล้ว” เขาว่า แต่จากอาการ วิลาสินีมองแล้วตอบได้ทันทีว่าไม่น่าจะไหว...

“จะสร่างได้ยังไง ในเมื่อยังกระดกแก้วเหล้าต่อเนื่องไม่หยุดแบบนี้” ไม่ได้ดูถูกเลยนะ แต่อาการเขามันฟ้องอยู่เห็นๆ แบบนี้เดินไปนอนเองได้ที่เตียงก็คิดว่ายากแล้ว เธอคิดพลางส่ายศีรษะอย่างระอา แต่ต่อให้รู้สึกระอาแค่ไหน เธอก็คงใจร้ายกับเขาไม่ได้ ยังไงก็ต้องช่วยอยู่ดี รู้ทั้งรู้ว่าช่วยเขาแล้ว มีแต่เราที่จะยิ่งเจ็บ

นับวันยิ่งเจ็บลึกเมื่อพบว่าผู้หญิงอื่นมีอิทธิพลกับเขามากมายถึงเพียงนี้ ‘ทำไมไม่รักตัวเองบ้างนะศักดิ์... มีคนดีๆ อีกตั้งเยอะตั้งแยะรอที่จะรักนาย... ดูแลนาย’

“น่า...” ยังจะทำเสียงอ้อนอีกแน่ะ

“ไม่ บอกว่าไม่ไง นีมีงานต้องทำ”

“ตามใจ งั้นเราขอนั่งดื่มต่อไปอีกหน่อยนะ มันยังเครียดๆ อยู่เลย มันเฮิร์ทน่ะ”

“อืม... ตามสบาย” เพื่อนสาวอนุญาต ก่อนที่วิลาสินีจะเดินเอาถ้วยชามไปล้างที่ห้องครัวอยู่เงียบๆ พลางส่ายหน้าด้วยความห่วงเพื่อน คนอะไรเจ็บไม่รู้จำ ไปทำอีท่าไหนผู้หญิงถึงได้ทิ้งมาแบบนี้ ไม่รู้จะสงสารหรือสมน้ำหน้าดี

บทก่อนหน้า
บทถัดไป