บทที่ 9 บทที่ 3 เพียงคืนเดียว (B)

“เสร็จสักที... หลับให้สบายนะศักดิ์...” เธอมองเพื่อนหนุ่มที่หลับตาพริ้ม ก่อนจะผละออก หากก็ช้ากว่าเขามาก เมื่อจู่ๆ คนที่เธอเข้าใจว่าหลับแล้ว กลับคว้าร่างเล็กมานอนกอด

“ศักดิ์... ทำอะไร ปล่อยนีนะ”

“ไม่ปล่อย... ขอกอดหน่อยครับ”

“จะกอดนีแบบนี้ได้ยังไง ปล่อยนะ ศักดิ์เมามากแล้ว นอนเถอะ”

“ไม่เมา... ขอกอดหน่อย ศักดิ์นอนไม่หลับ”

“อย่างอแงสิ... ปล่อยนีได้แล้ว” ว่าเปล่าเสียเมื่อไหร่ มือบอบบางก็ระดมแกะลำแขนแข็งแรงที่รวบร่างตนเองเอาไว้ แต่แรงน้อยๆ ก็แพ้พ่ายพลังของเพื่อนชาย

“เป็นหมอนข้างให้ศักดิ์หน่อยนะ... จนกว่าจะหลับ” เขากอดร่างน้อยแน่น วิลาสินีเริ่มหายใจไม่ออก แต่ก็สู้แรงเขาไม่ได้ สุดท้ายเขาก็รั้งร่างน้อยลงไปนอนแนบข้างเขาแล้วนอนกอดราวกับว่าเธอเป็นหมอนข้างที่ทำจากยางพาราเกรดเอ

“กอดนีอย่างเดียว... ห้ามทำอย่างอื่นนะ ไม่งั้นนีไม่ยอมจริงๆ ด้วย...” เธอพึมพำ ช้อนสายตาขึ้นมองใต้คางเขา ลมหายใจคนเมาเป่ารดหน้าเธอ พอได้กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ หากใบหน้าเขายามหลับ มองอย่างไรก็ดูหล่อเหลาและไร้พิษสงราวกับเด็กชายตัวน้อยๆ ก็ไม่ปาน

ในที่สุดวิลาสินีก็ทำสำเร็จ เมื่อร่างสูงนอนเหยียดจนความยาวเกินขนาดของเตียง แล้วหลับสนิทจนได้ที่ส่วนวิลาสินีเองก็ทั้งเหนื่อยทั้งง่วง จนในที่สุดก็ล้มตัวลงนอนอีกฟากโดยมีหมอนข้างและผ้าห่มพร้อมตุ๊กตาหมีตัวเขื่องกั้นระหว่างกลาง เป็นเหมือนสัญลักษณ์กั้นอาณาเขตอยู่กลายๆ

ในค่ำคืนเงียบสงัดและอากาศค่อนข้างหนาวเย็น วิลาสินีหลับใหลในภวังค์ แต่แล้วกลางดึก จู่ๆ ก็มีบางสิ่งปลุกให้เธอต้องรู้สึกตัวตื่น มันเป็นสัมผัสชวนวาบหวามและขนอ่อนลุกขึ้นชันด้วยความแปลกใหม่ หญิงสาวพยายามลืมตาอันหนักอึ้งขึ้นเพื่อดูว่าคืออะไรกันแน่ หากก็ยากลำบาก ความรู้สึกเหมือนในฝัน แต่กลับรู้สึกร้อนหนาววาบหวามเหมือนอยู่ในความจริง

เมื่อลืมตาขึ้นได้ ภาพตรงหน้าคือร่างสูงในความมืดกำลังนอนคร่อมร่างเธออยู่ ก้มหน้าลงมาแนบชิดอกอวบอิ่ม ที่แท้สัมผัสชวนใจหวิวที่ชุ่มฉ่ำอันวนเวียนอยู่เหนือเนินอกนั้นคือสัมผัสจากจุมพิตของศิรศักดิ์นั่นเอง

“อื้อ... สะ... ศักดิ์ ยะ... อย่า...” เธอครางประท้วง หากก็เป็นเพียงเสียงกระซิบเบาแผ่ว ในขณะที่เพื่อนชายคนสนิทที่เผลอไว้ใจกำลังจู่โจมเธอด้วยพิศวาสปรารถนาที่ยากจะหาสิ่งใดมาต้านทาน

“อื้อ....”

“...” ไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากปากหนาอิ่มของชายหนุ่ม มีเพียงการกระทำที่เร่งเร้าชวนละลาย เพื่อนที่เห็นหน้ากันมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย ตอนนี้เขากำลังจะเปลี่ยนสถานะให้เธอ วิลาสินีไม่รู้ว่าเขาทำทุกอย่างลงไปเพราะความเมา สติของเขายังพอมีอยู่บ้างไหม แล้วในจินตนาการของเขา เขากำลังร่วมรักกับเธอหรือผู้หญิงอื่น พวกผู้หญิงคนแล้วคนเล่าที่เฝ้าแต่ทำเขาเจ็บกันแน่

“ศักดิ์...” วิลาสินีอ่อนแอลงเรื่อยๆ แล้วก็พึงพอใจไปกับรสสัมผัสแสนสวาทของเขา ตนเองยอมรับว่าแอบรักเพื่อนชายคนนี้มานาน โดยไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำว่ามันเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ถึงจะชอบพอ แต่เธอก็อยากให้เขาแสดงบทรักเร่าร้อนแบบนี้ในยามที่เขามีสติสัมปชัญญะที่ดีเต็มร้อย ทำแบบนี้เพราะรักเธอ... ไม่ใช่ทำไปเพราะฤทธิ์ของความเมา หรือต้องมนต์พิศวาสที่หาความรักไม่ได้

คิดได้อย่างนั้น จากที่กำลังเคลิบเคลิ้ม วิลาสินีก็ออกแรงผลักดันร่างหนา ด้วยความพยายามที่จะต่อต้าน

ยิ่งดิ้นรน... มันก็ยิ่งปลุกเร้า ไปกระตุ้นพลังของเขาให้ยิ่งพลุ่งพล่าน และกลายเป็นว่า สัมผัสที่เคยเป็นไปอย่างช้าๆ ละเมียดละไม กลับกลายเป็นเริงร้อนขึ้นอย่างหมายคุกคาม

“มีสติหน่อยศักดิ์... อื้อ... ปล่อยนะ นี่นีเอง” วิลาสินีโพล่งออกไปหมายจะให้เขาได้สติคืนกลับมาบ้าง หากก็ไร้ผล

ศิรศักดิ์เมาแทบไม่ได้สติ ฤทธิ์ปรารถนามีมากกว่าสิ่งใด เขาไม่สนใจว่าใครดิ้นขลุกขลักอยู่ใต้ร่าง หากมีเพียงเป้าหมายเดียวที่เขาต้องการคือ สำเร็จเสพสมดังใจหมาย

วิลาสินีพยายามผลักดันร่างแกร่ง หากก็เปล่าประโยชน์เพราะเขาตัวโตและน้ำหนักที่กดทับลงมาพาความหวามไหวให้เกิดขึ้นในทันที ในที่สุดหญิงสาวก็มิอาจต้านทานพลังร้อนแรงที่เขามอบให้

เนื้อผ้าเรียบเนียนของชุดนอนที่แนบกับผิวค่อยๆ ถูกเลิกขึ้นจนกระทั่งปลิดปลิวลงไปกองกับพื้น เหลือไว้เพียงผิวเนียนละเอียดลออตาท้าทายเขา กลีบปากสวยเผยอ...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป