บทที่ 3 ตอนที่ 3 ความลับหลังประตูห้องประธาน
ตอนที่ 3
ความลับหลังประตูห้องประธาน
แสงเช้าวันใหม่ลอดผ่านม่านบางสีเทาอ่อนเข้ามากระทบพื้นห้องนอนเงียบสงบของคอนโดใจกลางเมือง อัญชิสายืนอยู่หน้ากระจกบานสูงในชุดสูทสีขาวงาช้างเรียบหรู เสื้อเชิ้ตไหมสีครีมถูกกลัดกระดุมจนเรียบร้อยทุกเม็ด ผมยาวสีน้ำตาลเข้มถูกรวบเป็นมวยต่ำเหมือนเดิม ใบหน้าสวยเฉี่ยวแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอ่อน ๆ พอดีให้ดูสุภาพและมั่นใจ ไม่มีร่องรอยใดบนสีหน้าที่บอกว่าเมื่อคืนเธอเพิ่งปล่อยให้ชีวิตส่วนตัวล้ำข้ามเส้นที่ตัวเองเคยขีดไว้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ปกปิดไม่ได้ง่ายเท่าเสื้อผ้าหรือสีหน้า นั่นคือความรู้สึกบางอย่างที่ยังตกค้างอยู่ในอก ลึกและร้อนราวกับประกายไฟเล็ก ๆ ที่เธอพยายามเหยียบให้ดับตั้งแต่ตื่นขึ้นมา
อัญชิสาหยิบต่างหูมุกเม็ดเล็กขึ้นมาใส่อย่างใจเย็น ภาพเงาในกระจกสะท้อนผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูพร้อมสำหรับการประชุม ดูมั่นคง ดูสุขุม และดูเหมือนไม่มีอะไรในโลกทำให้เสียศูนย์ได้ แต่เธอรู้ดีว่าความนิ่งนั้นไม่ใช่เพราะเธอไม่หวั่นไหว หากเพราะเธอฝึกตัวเองมานานพอจะไม่ปล่อยให้ความหวั่นไหวถูกใครมองเห็น
เมื่อคืนเธอเลือกเอง
เธอไม่ได้เมา ไม่ได้ถูกหลอก ไม่ได้ถูกบีบคั้น และไม่ได้ถูกช่วงชิงการตัดสินใจ เธอเลือกเปิดประตูให้สายฟ้า เวธนากุล ก้าวเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเธอ เลือกปล่อยให้แรงดึงดูดที่ก่อตัวขึ้นตั้งแต่ห้องประชุมจนถึงงานเลี้ยงพาไปไกลกว่าที่เหตุผลควรยอมรับและเพราะเธอเลือกเอง เธอจึงต้องรับผิดชอบความรู้สึกของตัวเองโดยไม่โยนให้ใคร
หญิงสาวหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะขึ้นมา ตรวจดูตารางงานอีกครั้งด้วยสายตาเร็วและแม่นยำ ก่อนหยุดนิ่งเมื่อเห็นชื่อการประชุมช่วงเก้าโมงเช้า
ประชุมแผนฟื้นฟูโรงแรมอภิชาติแกรนด์ หัวหิน
ผู้เข้าร่วม: ประธานบริหาร สายฟ้า เวธนากุล และคณะผู้บริหารระดับสูง
เพียงชื่อเขาก็ทำให้ความทรงจำเมื่อคืนย้อนกลับมาเป็นเงาในใจ มือของเขาที่กางร่มให้เธอ เสียงทุ้มต่ำที่ถามซ้ำว่าเธอต้องการให้หยุดหรือไม่ สายตาที่ทั้งอันตรายและจริงจังในเวลาเดียวกัน รวมถึงความเงียบของรุ่งสางที่เธอเดินออกจากห้องโดยไม่รอคำอธิบาย
อัญชิสาปิดแฟ้มลงอย่างเด็ดขาด ราวกับปิดความคิดเหล่านั้นไปพร้อมกัน
“ทุกอย่างจบตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว อัญชิสา วันนี้คือวันทำงาน” เธอบอกตัวเองเบา ๆ ขณะสบตากับเงาของตัวเองในกระจก และน้ำเสียงที่ใช้กับตัวเองนั้นมั่นคงพอจะทำให้เธอเชื่อได้ชั่วคราว
รถของบริษัทมารอรับเธอตรงเวลา อาคารอภิชาติกรุ๊ป ยามเช้าดูสง่างามเช่นเดิม กระจกสูงของตึกสะท้อนแสงแดดจนเงาวาวราวกับกำแพงแก้วขนาดยักษ์ที่กั้นโลกของคนทั่วไปออกจากอาณาจักรของผู้มีอำนาจ อัญชิสาก้าวลงจากรถพร้อมแฟ้มในมือ ท่าทางมั่นคงไม่ต่างจากเมื่อวาน แม้วันนี้สนามรบจะมีความลับหนึ่งซ่อนอยู่ระหว่างเธอกับเจ้าของอาณาจักรแห่งนี้
เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นทันทีที่เธอเดินผ่านโถงต้อนรับ เมื่อวานเธอคือคนใหม่ที่น่าจับตา
วันนี้เธอคือคนใหม่ที่มีข่าวให้คนทั้งบริษัทตีความ
“ได้ยินไหม เมื่อคืนมีคนเห็นคุณสายฟ้าไปส่งเธอถึงคอนโดด้วยนะ” พนักงานหญิงคนหนึ่งกระซิบเสียงเบา แต่ตั้งใจให้ดังพอถึงหูคนรอบข้าง ขณะสายตาเหลือบมองอัญชิสาอย่างประเมิน
“จริงเหรอ วันแรกก็ไปส่งถึงคอนโดเลยเหรอ แบบนี้คงไม่ธรรมดาแล้วมั้ง” พนักงานอีกคนพูดต่อด้วยสีหน้าที่แฝงความสนุกของคนได้เจอเรื่องเมาท์ประจำวัน
“ก็สวยขนาดนั้น แถมเก่งอีกต่างหาก บอสเพลย์บอยจะสนใจก็ไม่แปลกหรอก แต่เก่งจริงหรือเก่งเพราะรู้วิธีเข้าหาผู้ชายเก่ง อันนี้ต้องรอดู” เสียงผู้หญิงคนเดิมเอ่ยขึ้นอีกครั้ง พร้อมเสียงหัวเราะเบา ๆ ที่ฟังแล้วแหลมบาดกว่าคำพูด
อัญชิสาหยุดเดินเพียงเสี้ยววินาที เสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้น จากนั้นเธอหันไปมองกลุ่มพนักงานด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ดวงตาคมใสไม่ได้แสดงความโกรธ แต่ความนิ่งของเธอกลับทำให้คนพูดเสียงเบาลงเองโดยไม่ต้องมีใครเตือน
“ถ้าว่างพอจะวิเคราะห์ชีวิตส่วนตัวของผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์ ดิฉันหวังว่างานในมือของพวกคุณจะเรียบร้อยพอให้หัวหน้าภูมิใจนะคะ” อัญชิสากล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ ทว่าทุกคำกรีดลงกลางวงสนทนาอย่างแม่นยำ
พนักงานทั้งสามคนหน้าเจื่อนลงทันที คนหนึ่งรีบก้มหน้าจับแฟ้ม อีกคนทำเป็นมองหน้าจอโทรศัพท์ ส่วนคนที่พูดแรงที่สุดเม้มปากแน่นเพราะไม่คาดว่าอัญชิสาจะได้ยินและโต้กลับตรง ๆ
“ดิฉันไม่ได้ห้ามใครพูดถึงดิฉันค่ะ แต่ถ้าจะพูด กรุณาใช้ข้อมูลที่มีหลักฐานรองรับ เพราะงานของเราอยู่บนตัวเลขและข้อเท็จจริง ไม่ใช่จินตนาการระหว่างรอกาแฟ” อัญชิสากล่าวต่อพร้อมรอยยิ้มบาง และเดินจากไปโดยไม่รอฟังคำขอโทษ
เสียงรองเท้าส้นสูงของเธอดังเป็นจังหวะมั่นคงไปตามพื้นหินอ่อน เธอรู้ว่าการโต้ตอบอาจทำให้คนบางกลุ่มไม่พอใจมากขึ้น แต่การเงียบในบางสถานการณ์ก็เท่ากับอนุญาตให้คนอื่นเขียนนิยามให้เธอตามใจชอบ
เธอไม่ได้ทำงานหนักมาทั้งชีวิตเพื่อให้ใครลดค่าเธอเหลือเพียงข่าวลือข้ามคืน
เมื่อเข้ามาถึงห้องทำงานชั่วคราวที่ฝ่ายบุคคลจัดไว้ให้ อัญชิสาวางแฟ้มลงบนโต๊ะ เปิดคอมพิวเตอร์ และเริ่มตรวจสอบข้อมูลของโรงแรมสาขาหัวหินทันที เธอตั้งใจจะใช้เวลาทุกนาทีให้คุ้มค่า เพราะในสายตาผู้บริหารหลายคน เธออาจกำลังถูกจับผิดมากกว่าถูกจับตามองในฐานะคนเก่ง
หน้าจอคอมพิวเตอร์สว่างขึ้นพร้อมอีเมลภายในจำนวนมากที่ถูกส่งมาตั้งแต่เช้า รายงานต้นทุน รายงานคู่สัญญา ตารางรายได้ย้อนหลัง สัญญาจัดซื้อจัดจ้าง และรายชื่อซัพพลายเออร์หลายสิบรายทยอยปรากฏในระบบ เธอสแกนข้อมูลอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมไล่ไปตามตัวเลขทีละบรรทัด เพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง เธอก็เริ่มเห็นสิ่งผิดปกติ ราคาวัตถุดิบบางรายการสูงกว่าตลาดเกือบสามสิบถึงสี่สิบเปอร์เซ็นต์ ค่าซ่อมบำรุงถูกเรียกเก็บซ้ำในช่วงเวลาใกล้กัน สัญญาบางฉบับต่ออายุอัตโนมัติทั้งที่ผลประเมินคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน และมีซัพพลายเออร์อย่างน้อยสามรายที่ใช้ที่อยู่จดทะเบียนใกล้เคียงกันอย่างผิดธรรมชาติ
อัญชิสาหยิบปากกาขึ้นมาขีดเครื่องหมายบนกระดาษโน้ต ดวงตาของเธอละเอียดและเย็นลงตามสัญชาตญาณของคนที่กำลังได้กลิ่นความไม่ชอบมาพากล นี่ไม่ใช่เพียงปัญหาการบริหารผิดพลาด แต่มันอาจเป็นรอยรั่วที่มีคนตั้งใจปล่อยให้เกิดขึ้น
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้ง ก่อนเลขาฯ ประจำชั้นผู้บริหารจะเปิดประตูเข้ามาอย่างสุภาพ
“คุณอัญชิสาคะ ท่านประธานแจ้งว่าการประชุมเลื่อนขึ้นมาเป็นแปดโมงสี่สิบห้านาทีค่ะ ห้องประชุมใหญ่ชั้นสามสิบสองนะคะ” เลขาฯ แจ้งด้วยน้ำเสียงสุภาพ พร้อมก้มศีรษะเล็กน้อย
“รับทราบค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” อัญชิสาตอบพร้อมปิดแฟ้มที่กำลังอ่าน และเริ่มจัดเอกสารที่ต้องใช้เข้ากระเป๋าอย่างรวดเร็ว
“ท่านประธานให้แจ้งเพิ่มว่า หากคุณอัญชิสาต้องการข้อมูลอะไรเพิ่มเติม สามารถขอผ่านเลขาฯ ท่านได้โดยตรงค่ะ” เลขาฯ กล่าวต่อด้วยสีหน้าสุภาพเช่นเดิม แต่แววตาแอบมีความสนใจบางอย่างตามประสาคนทำงานใกล้ศูนย์กลางข่าวลือ
“ฝากเรียนท่านประธานว่าดิฉันต้องการสิทธิ์เข้าถึงเอกสารจัดซื้อย้อนหลังสามปี สัญญาซัพพลายเออร์ทั้งหมด และรายงานตรวจรับงานจริงจากสาขาหัวหินค่ะ” อัญชิสากล่าวชัดเจน พร้อมยื่นกระดาษที่จดรายการไว้ให้อีกฝ่าย
เลขาฯ รับกระดาษไปด้วยสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย คงไม่คิดว่าเธอจะเตรียมคำขอไว้เร็วขนาดนี้
“ทั้งหมดนี้เลยหรือคะ” เลขาฯ ถามย้ำอย่างระมัดระวัง ขณะก้มมองรายการที่ยาวกว่าที่คาด
“ทั้งหมดนี้ค่ะ ถ้าจะให้ดิฉันฟื้นสาขาที่ขาดทุนต่อเนื่องมาสองปี ดิฉันต้องดูให้ถึงราก ไม่ใช่ดูแค่ยอดขายปลายทาง” อัญชิสาตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคง และเก็บแท็บเล็ตเข้ากระเป๋าโดยไม่เสียเวลาอธิบายเกินจำเป็น
ห้องประชุมใหญ่ชั้นสามสิบสองเต็มไปด้วยผู้บริหารก่อนเวลาเริ่มประชุม บรรยากาศวันนี้ตึงกว่าเมื่อวานอย่างเห็นได้ชัด สายตาของหลายคนไม่เพียงประเมินความสามารถของอัญชิสา แต่ยังประเมินความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับสายฟ้าอย่างอยากรู้อยากเห็น
อัญชิสาเดินเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารหนาและแท็บเล็ตในมือ เธอเลือกนั่งฝั่งตรงข้ามตำแหน่งประธานอย่างตั้งใจ ไม่ใช่นั่งใกล้จนเป็นข่าว และไม่ใช่นั่งไกลจนดูหวาดกลัว เธอวางแฟ้มลงบนโต๊ะอย่างเรียบร้อย ดึงเก้าอี้นั่งด้วยท่าทางมืออาชีพ และเปิดหน้าจอเตรียมนำเสนอทันที ไม่กี่นาทีต่อมา สายฟ้า เดินเข้ามาในห้อง
เขาสวมสูทสีดำเข้ารูป เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาด และเนกไทสีเทาเข้ม ใบหน้าคมดูเย็นกว่าเมื่อคืนอย่างเห็นได้ชัด ทว่าดวงตาของเขาเมื่อมองมาที่เธอกลับมีประกายบางอย่างที่คนอื่นอาจอ่านไม่ออก แต่เธอรู้ดีว่ามันเกี่ยวข้องกับความลับระหว่างทั้งคู่
อัญชิสาไม่หลบตา แต่ก็ไม่ยิ้ม เธอเพียงก้มศีรษะเล็กน้อยตามมารยาท
“สวัสดีค่ะ ท่านประธาน” อัญชิสากล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นทางการ ก่อนก้มมองเอกสารตรงหน้าเหมือนเขาเป็นเพียงผู้บริหารคนหนึ่งในห้องประชุม
สายฟ้าชะงักไปนิดหนึ่ง นิดเดียวจนแทบไม่มีใครสังเกตเห็น นอกจากคนที่ตั้งใจทำให้เขาชะงัก
“สวัสดีครับ คุณอัญชิสา” สายฟ้าตอบด้วยน้ำเสียงเป็นทางการไม่แพ้กัน แต่ปลายเสียงต่ำลงเล็กน้อยเหมือนกำลังกลั้นความรู้สึกบางอย่าง
เขานั่งลงตรงหัวโต๊ะประชุม สายตาคมกวาดมองผู้บริหารทุกคน ก่อนหยุดที่อัญชิสาอีกครั้งเพียงเสี้ยววินาที
ผู้หญิงคนนี้กลับมาทำงานเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริง ๆ ไม่เรียกร้อง ไม่เขิน ไม่หลบ ไม่ใช้ความใกล้ชิดเมื่อคืนเป็นข้อได้เปรียบ และไม่ให้แม้แต่สัญญาณเดียวว่าเธอรู้สึกพิเศษกว่าใคร
สายฟ้าไม่เคยเจอผู้หญิงแบบนี้ และสิ่งนั้นทำให้เขาเสียจังหวะอย่างน่าหงุดหงิด
“เริ่มประชุมได้เลยครับ” สายฟ้ากล่าวเสียงเรียบ และเอนหลังพิงเก้าอี้ด้วยท่าทีควบคุมทุกอย่างเหมือนเดิม
อัญชิสาลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง สไลด์แรกปรากฏบนจอใหญ่ เป็นภาพรวมรายได้ของโรงแรมอภิชาติแกรนด์ หัวหิน ตลอดสามปีที่ผ่านมา เส้นกราฟลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้ตัวเลขนักท่องเที่ยวในพื้นที่ไม่ได้ลดลงในสัดส่วนเดียวกัน
“จากข้อมูลเบื้องต้น สาขาหัวหินไม่ได้ขาดทุนเพราะตลาดหดตัวเพียงอย่างเดียวค่ะ เพราะเมื่อเทียบกับอัตราการเข้าพักของคู่แข่งในพื้นที่เดียวกัน เราพบว่าโรงแรมของเราสูญเสียความสามารถในการแข่งขันทั้งด้านราคา ภาพลักษณ์ และต้นทุนภายใน” อัญชิสาอธิบายด้วยน้ำเสียงชัดเจน ขณะกดเปลี่ยนสไลด์ไปยังตารางเปรียบเทียบตลาด
ผู้บริหารฝ่ายการตลาดขยับตัวเล็กน้อย ดูเหมือนเตรียมจะชี้แจง แต่เธอยกมือขึ้นอย่างสุภาพเพื่อขอพูดให้จบ
“ดิฉันไม่ได้สรุปว่าฝ่ายการตลาดบกพร่องค่ะ เพราะข้อมูลชี้ว่าต่อให้การตลาดทำงานเต็มประสิทธิภาพ ต้นทุนปฏิบัติการที่สูงผิดปกติก็ยังทำให้กำไรหายไปอยู่ดี” อัญชิสากล่าวต่อพร้อมเปิดสไลด์ใหม่ที่แสดงค่าใช้จ่ายจัดซื้อจัดจ้าง ในสไลด์นั้น ตัวเลขหลายรายการถูกไฮไลต์สีแดง ค่าซักรีดสูงกว่าคู่สัญญามาตรฐานสามสิบสองเปอร์เซ็นต์ ค่าซ่อมระบบไฟฟ้าเกิดซ้ำทุกสองเดือนในรายการเดิม ค่าจัดซื้อของใช้ในห้องพักสูงกว่าราคากลางเกือบสี่สิบเปอร์เซ็นต์ บริษัทคู่สัญญาสามแห่งมีกรรมการบางรายใช้นามสกุลเดียวกัน บรรยากาศในห้องประชุมเงียบลงทันที
“คุณกำลังบอกว่ามีการทุจริตในฝ่ายจัดซื้อหรือครับ” เดชา ผู้บริหารฝ่ายจัดซื้อถามขึ้นทันที สีหน้าของเขาแข็งตึงกว่าปกติ
“ดิฉันกำลังบอกว่ามีรูปแบบของตัวเลขที่ควรตรวจสอบค่ะ ส่วนจะเรียกว่าทุจริต ความผิดพลาด หรือการบริหารสัญญาที่ไม่รอบคอบ ต้องใช้หลักฐานมากกว่านี้ก่อนสรุปค่ะ” อัญชิสาตอบอย่างสุขุม และมองเดชาด้วยสายตาที่ไม่ยอมถอย
“คุณเพิ่งเข้ามาวันที่สอง แต่ใช้คำว่าควรตรวจสอบกับระบบที่เราทำกันมาหลายปีเลยหรือครับ” เดชากล่าวเสียงต่ำลงเล็กน้อย เหมือนพยายามรักษาความสุภาพแต่ซ่อนความไม่พอใจไว้ไม่มิด
“ระยะเวลาที่ระบบดำเนินมาไม่ได้เป็นหลักประกันว่าระบบนั้นถูกต้องค่ะ บางครั้งสิ่งที่ทำกันมาหลายปีอาจเป็นปัญหาเพราะไม่มีใครตั้งคำถามมาหลายปีเช่นกัน” อัญชิสาตอบกลับอย่างมั่นคง และคำบรรยายบนสไลด์ด้านหลังยิ่งทำให้คำพูดของเธอมีน้ำหนัก
สายฟ้านั่งนิ่งอยู่หัวโต๊ะ แต่สายตาคมจับทุกความเคลื่อนไหวในห้อง เขาเห็นเดชาหน้าเปลี่ยน เห็นกฤตเมธเหลือบมองเดชาแวบหนึ่ง และเห็นผู้บริหารฝ่ายการเงินก้มดูเอกสารอย่างผิดปกติ สิ่งที่อัญชิสาพูดไม่ใช่แค่การวิเคราะห์ธุรกิจ มันเริ่มแตะบางสิ่งที่มีคนไม่อยากให้แตะ
“คุณมีข้อเสนอเบื้องต้นอย่างไร” สายฟ้าถามขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แววตาเข้มขึ้นอย่างสนใจจริงจัง
“หนึ่ง ตรวจสอบสัญญาคู่ค้าทั้งหมดโดยทีมกลางที่ไม่เกี่ยวข้องกับฝ่ายจัดซื้อโดยตรง สอง เปรียบเทียบราคากับซัพพลายเออร์ภายนอกอย่างน้อยสามรายต่อหนึ่งรายการหลัก สาม ระงับการต่อสัญญาอัตโนมัติที่ยังไม่มีการประเมินคุณภาพล่าสุด และสี่ ตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลการประมูลของสาขาหัวหินย้อนหลังหกเดือนค่ะ” อัญชิสาตอบยาวชัดถ้อยชัดคำ พร้อมเลื่อนสไลด์สรุปแผนดำเนินงานเป็นขั้นตอน
“ข้อสี่เกี่ยวกับอะไรครับ ทำไมต้องตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลประมูล” สายฟ้าถามต่อทันที น้ำเสียงของเขาเริ่มจริงจังขึ้นกว่าตอนแรก
“เพราะราคาประมูลบางโครงการของเราถูกคู่แข่งตัดราคาด้วยส่วนต่างที่แม่นผิดปกติค่ะ ถ้าเป็นครั้งเดียวอาจถือว่าเป็นความบังเอิญ แต่ถ้าเกิดซ้ำหลายครั้งในช่วงเวลาสั้น ๆ ดิฉันคิดว่าเราควรตั้งคำถามว่าข้อมูลบางอย่างรั่วออกไปก่อนวันยื่นซองหรือไม่” อัญชิสากล่าวพร้อมกดเปิดสไลด์ที่แสดงตารางวันประมูลและราคาที่คู่แข่งเสนอชนะ
คราวนี้ห้องทั้งห้องเงียบสนิท ไม่มีใครหัวเราะ ไม่มีใครกระแอม และไม่มีใครกล้าสอดแทรกง่าย ๆ
คำว่า ข้อมูลรั่ว ไม่ใช่เรื่องเล็กสำหรับบริษัทระดับอภิชาติกรุ๊ป เพราะมันหมายถึงความเสียหายทั้งเงิน ชื่อเสียง และความไว้ใจภายในองค์กร
สายฟ้ามองตัวเลขบนจออยู่นาน แววตาของเขาเย็นลงทีละน้อย
“คุณต้องการข้อมูลอะไรเพิ่มเติมเพื่อพิสูจน์ข้อสังเกตนี้” สายฟ้าถามด้วยน้ำเสียงที่บอกทุกคนในห้องว่าเขาไม่ได้มองเรื่องนี้เป็นการพูดเกินจริง
“ดิฉันต้องการล็อกการเข้าถึงไฟล์ประมูล รายชื่อผู้ดาวน์โหลดเอกสาร และอีเมลติดต่อกับซัพพลายเออร์ทุกรายที่เกี่ยวข้องกับสาขาหัวหินค่ะ” อัญชิสาตอบโดยไม่ลังเล และสบตาเขาตรง ๆ เหมือนย้ำว่าเธอรู้ดีว่าสิ่งที่ขอจะทำให้ใครบางคนไม่พอใจ
“อนุมัติครับ” สายฟ้ากล่าวทันที ทำให้ผู้บริหารบางคนเงยหน้าขึ้นอย่างตกใจ
“ท่านประธานครับ เรื่องนี้อาจกระทบฝ่ายงานหลายส่วน ถ้าตรวจสอบเร็วเกินไปอาจทำให้คนทำงานเสียขวัญนะครับ” เดชาพูดขึ้นอย่างระมัดระวัง แต่สีหน้าของเขาบอกชัดว่าไม่พอใจอย่างยิ่ง
“คนทำงานสุจริตไม่ควรเสียขวัญจากการตรวจสอบครับ คนที่ควรเสียขวัญคือคนที่มีอะไรให้ซ่อน” สายฟ้าตอบเสียงเรียบ และประโยคนั้นทำให้เดชาจำต้องเงียบลง
อัญชิสาหันไปมองสายฟ้าเพียงเสี้ยววินาที เธอไม่อยากยอมรับว่าการที่เขาออกคำสั่งสนับสนุนเธอต่อหน้าทุกคนทำให้หัวใจเธออุ่นขึ้นเล็กน้อย แต่เธอก็ไม่ปล่อยให้ความรู้สึกนั้นแสดงออกบนใบหน้า
