บทที่ 10 พันธะร้อน วิวาห์สวาท EP10

ส่วนคนที่เดินยิ้มด้วยความสะใจ ที่สามารถเอาคืนนังเพื่อนทรยศได้ แม้จะเพียงน้อยนิด ก็รู้สึกดีจนลืมเรื่องที่ทำให้เครียดเมื่อก่อนหน้านี้ไปเสียหมด แม้ว่าเมื่ออดีตเธอและจิราจันทร์ จะเป็นเพื่อนรักกันมากแค่ไหน แต่ลองได้รักมาก ไว้ใจมาก พอมาถูกหักหลังมีหรือที่คนอย่างลลิตาจะยอม ในเมื่อคนที่เลือกจะตัดความสัมพันธ์ของความเป็นเพื่อนก่อนไม่ใช่เธอ แต่เป็นจิราจันทร์ที่เลือกผู้ชายมากกว่าความรักของความเป็นเพื่อนที่เธอมีให้

ใช่ ในอดีตจิราจันทร์เคยแย่งคนที่ลลิตากำลังคิดจะคบหาด้วย     ไปอย่างหน้าด้านๆ ทั้งๆ ที่ทั้งจิราจันทร์และอลิสลาต่างรู้ดีว่าตนเริ่มที่จะชอบเพื่อนรุ่นพี่อย่างเจตคม ที่เป็นฝ่ายเข้ามาจีบเธอ แต่ทว่าจิราจันทร์กลับใช้เล่ห์เสน่หาจากร่างกายเข้ายั่วยวน จนได้ผู้ชายคนนั้นไปครอง

นับตั้งแต่นั้นเธอก็บอกกับตัวเองว่าถ้าจิราจันทร์ เลือกที่จะหักหลังเธอแบบนี้ ก็คงไม่จำเป็นที่จะต้องให้ความรักและความไว้ใจอีกต่อไป ก็แค่ผู้หญิงร่านรักคนหนึ่งกับผู้ชายมักง่าย เห็นใครให้ง่ายกว่าก็ไปหาคนนั้น ผู้ชายและผู้หญิง แบบนี้สมควรแล้วที่จะได้กัน ต่างเหมาะสมกันราวกับผีเน่ากับโลงผุ

และตั้งแต่ความเสียใจครั้งนั้น ลลิตาก็เลือกที่จะไม่ยอมมอบหัวใจให้กับใครอีกเลย มีแต่จะคบหาคุยกันเล่นๆ เพียงเท่านั้น ในเมื่อผู้ชายที่เข้ามาหาเธอแต่ละคน ล้วนแล้วแต่มุ่งหวังร่างกายของเธอมากกว่าการคบกันด้วยหัวใจ แล้วมีหรือที่คนอย่างลลิตาจะเสียเวลาคบด้วย ผู้ชายที่เธอจะมอบความบริสุทธิ์ให้ เธอจะต้องเป็นฝ่ายเลือกเองว่าจะให้มาเป็นเจ้าบ่าวและว่าที่พ่อของลูกเธอ และชายผู้นั้นจะต้องหล่อ รวย และเป็นคนดีอย่างหาที่ติไม่ได้ ไม่อย่างนั้นก็อย่าคิดว่าคนอย่างลลิตาจะยอมมอบกายถวายชีวิตให้

ส่วนจิราจันทร์ เธอรู้ดีว่านังงูพิษคนนี้ไม่เคยรักใคร นอกจากรักตัวเอง ทุกคนที่คบหาด้วยจะต้องร่ำรวย พอที่จะปรนเปรอได้อย่างต่อเนื่อง เพราะอย่างนั้นจึงทำให้คนที่ไม่เคยรู้จักพอ แอบคบคนโน้นคนนี้ไปทั่ว โดยไม่ให้เจตคมรู้ และแต่ละคนที่ได้คบกับจิราจันทร์ ล้วนแล้วแต่ได้เรือนร่างของหญิงสาวไปเสียทุกคน จนลือกระฉ่อนไปทั่วในกลุ่มผู้ชายด้วยกัน

สุดท้ายเมื่อช็อปปิ้งอย่างสบายใจแล้ว ลลิตาก็หิ้วถุงเสื้อผ้ามากมายเดินกลับไปที่รถอย่างอารมณ์ดี และวันนี้ก็เป็นเหมือนทุกครั้งที่มาเดินที่ห้างสรรพสินค้านี้ ที่ยังคงมีแมวมองมาทาบทามให้เธอไปลองแคสหน้ากล้องที่ช่องน้อยสี เพื่อละครซีรี่ย์เรื่องใหม่ ที่กำลังเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง

ทว่าก็ยังคงได้รับคำตอบเดิมๆ คือไม่สนใจและไม่คิดที่จะเข้าวงการ นามบัตรไม่รู้กี่ใบต่อกี่ใบที่เคยได้รับ จะถูกนำกลับไปรวมไว้จนแทบจะเต็มกล่องใส่นามบัตร ที่แบรนด์ดังทำขึ้นมาเป็นแบบคอลเลคชั่นพิเศษ มีเพียงไม่กี่ชิ้นบนโลก ซึ่งหนึ่งในไม่กี่ชิ้นก็ตกมาอยู่ในมือของเธอเป็นที่เรียบร้อย

ภายในห้องนั่งเล่นของคฤหาสน์หลังใหญ่ สองสามีภรรยากำลังนั่งหน้าเครียด เพราะไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีกับบุตรสาวเพียงคนเดียว ฝ่ายภรรยาไม่อยากจะให้บังคับลูก กลัวว่าจะหนีเตลิดไปไหนต่อไหน แต่ฝ่ายสามีเองแม้ว่าใจจะไม่อยาก เมื่อรับปากเพื่อนรักไปแล้ว ก็ยากที่จะคืนคำ    จึงได้มานั่งกลุ้มอกกลุ้มใจอยู่ในตอนนี้

แต่แล้วอยู่ๆ เสียงโทรศัพท์มือถือของรุจก็ดังขึ้น ชื่อของคนที่โทรเข้ามาทำให้ใบหน้าของคนที่กำลังเป็นทุกข์ สามารถยิ้มออกมาได้เล็กน้อย

“ไอ้ณัชฉันกำลังคิดถึงแกอยู่เลย” รุจรีบกรอกสายไปทันทีที่กดรับ

“เออ เรื่องลูกของเราใช่ไหม” คนที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน เอ่ยถามเพื่อนรักกลับไป

“ใช่ ลูกบัวไม่ยอมท่าเดียว ยังไงก็จะไม่แต่งงานกับลูกของแก”

รุจบอกกลับไปตามจริง ถ้าเป็นไปได้ก็อยากที่จะยกเลิกสัญญาใจนี้เหลือเกิน เนื่องจากเขาไม่รู้ว่าถ้าคนไม่ได้รักกัน แต่งกันไปจะมีความสุขได้อย่างไร ในเมื่อหัวอกคนเป็นพ่อรู้ดี ว่าลูกสาวของตนนั้นมีนิสัยอย่างไร เอาแต่ใจและถือความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ จะไม่ทำสิ่งใดก็แล้วแต่ที่มันขัดต่อความรู้สึก ยิ่งคิดรุจก็ยิ่งกลุ้มใจ

ซึ่งก็ไม่ต่างจากณัชพลเลยสักนิด ที่ตอนนี้หนักใจไม่แพ้ผู้เป็นเพื่อนปลายสาย แต่กระนั้นยังไงเสียก็ต้องให้เจ้า ลูกชายแต่งงานให้ได้ บางทีการแต่งงานกับใครสักคน อาจจะทำให้เจ้าลูกชายไม่เอาอ่าว กลับตัวเป็นคนดีกับเขาบ้าง และที่เขาเลือกลูกสาวเพื่อนรักอย่างที่สัญญากันไว้

ส่วนหนึ่งคือการทำตามข้อตกลงที่เคยให้ไว้ต่อกันในอดีต และอีกข้อคือถ้าเป็นลูกสาวของเพื่อนรัก เจ้าลูกชายคงต้องรู้สึกเกรงใจอยู่บ้าง“ไม่ต่างกันเจ้านิกก็ไม่ยอมท่าเดียว อย่างที่ฉันบอกเจ้านี่มันหล่อ และมันก็หลงตัวเองขั้นเทพ มันไม่ยอมแต่งงานกับคนที่มันไม่ได้เลือกเด็ดขาด” ณัชพลพูดออกมาอย่างหนักใจ

“เหมือนกัน ลูกบัวก็ยังยึดติดกับลูกชายแกเมื่อสมัยเป็นเด็กร้องปฏิเสธท่าเดียว”

“ลูกสาวแกสวยใช่ไหมไอ้รุจ” ในที่สุดณัชพลก็เอ่ยถามในสิ่งที่ต้องการรู้มากที่สุดออกไป เพราะถ้าสวยยังไงเสียก็  มีชัยไปกว่าครึ่ง ในเมื่อลูกชายของเขานั้น ขอให้สวยไว้ก่อน นิสัยใจคอศึกษาที่หลังได้

“สวยสิวะ มีแมวมองมาทาบทามไม่เว้นแต่ละวัน”

คนที่ภูมิใจในหน้าตาของบุตรสาว ก็ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แต่เป็นฝั่งเขาเสียอีก ที่ไม่มั่นใจว่าเจ้าลูกชายของเพื่อน จะหล่ออย่างที่เจ้าเพื่อนรักโม้ไว้หรือไม่ เนื่องจากไม่ค่อยจะมั่นใจเท่าไหร่นัก เมื่อเจ้าณัชพลมันขึ้นชื่อเรื่องพูดเกินจริงจนเชื่อไม่ได้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป