บทที่ 11 พันธะร้อน วิวาห์สวาท EP11
“งั้นแกส่งรูปลูกสาวมาให้ฉันหน่อยได้ไหม” ณัชพลขอร้องเพื่อนรักกลับไป หมายว่าจะให้ส่งรูปถ่ายล่าสุดมาให้
“ได้สิ แกก็ส่งรูปลูกชายมาให้ฉันดูด้วยแล้วกัน อยากรู้เหลือเกินว่าจะหล่อสมกับลูกบัวของฉันไหม” เมื่ออีกฝ่ายโอ้อวดลูกชายไม่เลิก มีหรือที่รุจจะยอมน้อยหน้า ในเมื่อลูกสาวของเขานั้นสวยระดับนางเอกบางคนยังสู้ไม่ได้ ไหนจะหุ่นที่สมส่วน สูงกำลังดีแบบฉบับหญิงสาว แม้ว่าฝีปากจะจัดจ้านไปเสียหน่อย แต่ข้อด้อยนั้นเรียกว่าแทบจะไม่มี
“ได้แน่นอน ถ้าได้เห็นแล้วจะบอกว่าลูกสาวแกโชคดีแค่ไหนไอ้รุจ ที่ได้ลูกชายฉันเป็นเขย” ยังไม่วายจะอวดลูกชายอีกตามเคย
“ลูกแกเจ้าชู้ไหมไอ้ณัช บอกก่อนนะว่าลูกสาวฉันเกลียดที่สุดคือพวกเจ้าชู้ มากรัก และไม่รู้จักพอ” รุจเอ่ยเตือนผู้เป็นเพื่อนเอาไว้ ไม่ใช่แค่ลูกสาวคนเดียวที่ไม่ชอบ เขาเองก็เกลียด และไม่อยากให้ลูกบัวต้องมาเผชิญกับผู้ชายแบบนั้น
ณัชพลถึงกับสะอึกจนพูดไม่ออก ในเมื่อสิ่งที่ปลายสายพูดออกมานั้น มันคือตัวลูกชายของเขาทั้งนั้น ทั้งเจ้าชู้ มากรัก ไหลลื่นราวกับปลาไหล แต่มีหรือที่เขาจะบอกออกไป มีหวังแผนจับคู่ได้มีอันต้องล่มตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มแน่นอน ซึ่งมันจะไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน
“ไม่เลย หล่อ พ่อรวย แต่ไม่เจ้าชู้ โอเคไหม”
“ฉันจะเชื่อน้ำคำแกได้แค่ไหนวะไอ้ณัช”
รุจไม่ค่อยอยากจะเชื่อคำพูดของผู้เป็นเพื่อนเท่าไหร่นัก โบราณว่าเอาไว้ว่าเชื้อย่อมไม่ทิ้งแถว อดีตเมื่อสมัยยังหนุ่ม แม้ว่าเขาจะเจ้าชู้ไก่แจ้แค่ไหน แต่เมื่อเทียบกับเจ้าณัชแล้ว เขายังอ่อนประสบการณ์อยู่มาก เมื่อเพื่อนคนนี้เรื่องความเจ้าชู้ ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า มันดังกระฉ่อนไปทั่ว กระทั่งได้มาเจอกับภรรยาคนนี้ที่มันรักจริง นั่นล่ะมันถึงจะยอมละทิ้งนิสัยเสเพลของมัน และมุ่งมั่นทำงานจนกระทั่งประสบความสำเร็จ
“เอาน่า ถ้าแกได้เห็นรูปลูกชายฉัน ขี้คร้านจะรีบยกลูกสาวให้”
“ให้มันน้อยๆ หน่อยไอ้ณัช ต่อให้หล่อ รวย แต่นิสัยแย่ ถึงจะเป็นลูกเพื่อนฉันก็ไม่มีทางยกลูกสาวเพียงคนเดียวให้หรอกนะ” ไม่วายที่จะขู่ออกไป เพราะถ้าทุกอย่างครบ แต่นิสัยแย่ รุจก็ไม่ยอมเสี่ยงให้บุตรสาวต้องไปพบเจอกับความเสียใจแน่นอน เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น เขาคงจะรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต ที่ทำให้ชีวิตของลูกสาวต้องพานพบแต่ความทุกข์แบบนั้น
“โอเค เอาเป็นว่าพอฉันกลับถึงไทยเมื่อไหร่ เราจะนัดคุยกันทั้งครอบครัวอีกครั้งทันที ก่อนจะเริ่มเตรียมงานแต่งโดยเร็ว”
“ทำไมต้องรีบร้อนอย่างนั้นวะ” รุจไม่ค่อยจะเข้าใจนักว่าทำไมต้องรีบร้อน ไม่ลองให้ลูกสาวลูกชายได้ลองคบกันดูก่อน แล้วค่อยตบแต่งก็ไม่เสียหาย
“รุจฉันแก่แล้ว แกเองก็แก่แล้วเหมือนกัน แกไม่อยากจะอุ้มหลานบ้างหรือไง”
“ก็อยาก แต่ถ้าให้ทั้งสองได้ทำความรู้จักก่อนจะแต่งงานกัน มันจะไม่ดีกว่าเหรอ สักหนึ่งเดือนมันก็ไม่ช้าไปหรอก”
ณัชพลแม้จะรู้ดีว่าที่เพื่อนรักเสนอมาเช่นนี้ มันเป็นผลดีกับทั้งลูกชายของเขา และลูกสาวของมัน แต่ทว่าถ้าทำแบบนี้ดีไม่ดีมีหวังได้ล้มเลิกงานแต่งเป็นแน่ หรือที่แย่ไปกว่านั้นเกิดเจ้านิกมันทำอะไรไม่สมควรลงไปก่อนแต่งงาน มีหวังได้ผิดใจและเข้าหน้ากันไม่ติดเป็นแน่
“เอาเป็นว่าตามกำหนดเดิมนั่นแหละ กลับไปไม่เกินอาทิตย์ก็จัดงานแต่งซะเลย”
“แล้วค่อยมาคุยกันอีกทีแล้วกัน” เมื่อขี้เกียจมานั่งเถียง รุจจึงบอกปัด ไว้ค่อยมาคุยกันเมื่อกลับมาถึงไทย
“โอเค ฉันเดินทางกลับอาทิตย์หน้านี้ แล้วเจอกันไอ้เพื่อนรัก” พูดจบณัชพลก็จัดการตัดสายทันที เพราะไม่อยากให้เพื่อนรักต้องเปลี่ยนใจขึ้นมาอีก เพราะเรื่องอื่นๆ เขานั้นได้แอบเตรียมการเอาไว้หมดแล้ว ไม่ว่าเป็นจะโรงแรม และอาหารสำหรับเลี้ยงแขกในงาน ล้วนแล้วแต่เป็นคนของเขาแทบทั้งสิ้น
เพราะการกลับไทยในครั้งนี้ ณัชพลคิดจะกลับไปเปิดร้านอาหารที่ประเทศไทย เชฟมือหนึ่งที่ปรุงอาหารรสชาติถูกปากจนติดอันดับร้านอาหารชื่อดังของคนไทย ที่ดังมากในต่างแดน ถ้าจะกลับไปเปิดตลาดที่ไทยอีกครั้ง ย่อมไม่เกินความสามารถของเขาแน่นอน
การยึดอาชีพเป็นเชฟนั้น ส่วนหนึ่งมาจากที่ณัชพลชอบที่จะทำอาหาร เคยสมัครเป็นลูกมือเชฟดังๆ มาหลายต่อหลายที่ เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ จนกระทั่งพรหมลิขิตได้ดลบันดาลให้เขาได้มาพบกับภรรยาชาวจีน ที่เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของร้านอาหารจีนชื่อดังย่านเยาวราช ความรักของคนสองเชื้อชาติก็ได้เริ่มต้นขึ้น แม้ว่าในตอนแรกจะดูกีดกันจากพ่อตาเป็นอย่างมาก แต่สุดท้ายความรักและความพยายาม ก็ทำให้เขาสามารถพิชิตดอกฟ้ามาครองได้เป็นผลสำเร็จ
และที่เขาได้มาใช้ชีวิตอยู่ที่ฝรั่งเศสได้นั้น ก็ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เพราะฝีมือล้วนๆ ที่ทำให้เขาสามารถมีทุกวันนี้ ต้องขอบคุณเชฟชาวฝรั่งเศส ผู้ซึ่งถูกใจในรสมือของเขา จนชวนให้ไปเป็นลูกมือที่ร้านอาหาร ซึ่งกำลังขยายสาขาเปิดใหม่ที่ฝรั่งเศส จนวันนี้เขาประสบความสำเร็จ และมีร้านอาหารเป็นของตัวเอง สามารถเลี้ยงเมียและลูกได้อย่างสุขสบาย
“เป็นยังไงบ้างคะที่รัก” เหมยลี่ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง ว่าการตกลงกันจะสำเร็จหรือไม่
“เรียบร้อยจ้ะ ไม่ต้องเป็นห่วงไปนะ ยังไงพี่ก็จะให้เจ้านิกแต่งงานกับหนูลูกบัวให้ได้”
ณัชพลตระกองกอดภรรยาสุดที่รัก พร้อมกับจุมพิตลงไปที่เรือนผมนุ่มอย่างทะนุถนอม เขาไม่เคยอายที่จะแสดงความรักต่อภรรยา เพราะเชื่อว่าการแสดงความรักต่อกัน ต่อให้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน ความรักที่มีให้กันจะไม่มีวันจืดจางตามกาลเวลา
