บทที่ 15 พันธะร้อน วิวาห์สวาท EP15
กรี๊ด...
เสียงกรีดร้องดังลั่นจนเจ้าของห้อง ต้องรีบเอาฝ่ามือหนาปิดเรียวปากที่ส่งเสียงดังราวกับนกหวีดทันที
“หุบปากของคุณซะลูกจันทร์ ก่อนที่ผมจะทำอะไรที่คาดไม่ถึงไปกว่านี้”
คนถูกปิดปากได้แต่พยักหน้าหงึกๆ เพราะเริ่มรู้สึกกลัวต่อท่าทีที่เปลี่ยนไปของคนตรงหน้า ไม่ว่าจะเป็นแววตาและน้ำเสียง ที่ดูน่ากลัวจนไม่อยากที่จะเข้าใกล้
“กลับไปซะ” คำพูดสั้นๆ แต่ทว่ามันดูจริงจังในน้ำเสียง จนคนถูกไล่ถึงกับหอบถุงเสื้อผ้าที่หิวมา ตรงไปยังประตูห้องด้วยความรวดเร็ว
และทันทีที่ออกจากห้องได้ จิราจันทร์ก็รีบสาวเท้าเดินลงบันไดทันที โดยไม่รีรอให้เจ้าของห้องออกมาไล่อีกเป็นครั้งที่สอง แต่ไม่วายจะบ่นออกมาด้วยความไม่พอใจ
“เป็นบ้าอะไรของมันวะ คิดเหรอว่าคนอย่างลูกจันทร์จะแคร์ ไอ้หน้าโง่เอ๊ย”
ส่วนลลิตาหลังจากวางสายที่ไม่พึงประสงค์ ก็รีบสาวเท้าเดินลงไปยังห้องนั่งเล่นทันที ที่ตอนนี้บิดาและมารดาต่างนั่งรออยู่ก่อนแล้ว และก็ทันได้ยินในสิ่งที่ทำให้เธอต้องนิ่วหน้าออกมาด้วยความไม่พอใจ ในเมื่อหัวข้อสนทนาที่ดังออกมานั้น ยังคงเป็นเรื่องการแต่งงานที่เธอไม่ต้องการจะรับรู้ และไม่อยากจะได้ยิน
“ถ้าคุณพ่อคุณแม่จะเลิกพูดเรื่องนี้ ลูกบัวจะมีความสุขมากเลยนะคะ”
สองสามีภรรยาที่ไม่คิดว่าบุตรสาวจะลงมาแล้ว ก็ถึงกับหยุดคุยกันทันที พร้อมกับกวักมือเรียกให้บุตรสาว มานั่งระหว่างกลางของบุพการีทั้งสองท่าน
“พ่อรู้ว่าลูกบัวโกรธและไม่พอใจพ่อ แต่พ่ออยากให้ลูกบัวรู้ไว้นะลูก ว่าสิ่งที่พ่อเลือกให้นั่นหมายความว่า พ่อเลือกมันมาอย่างดีและมั่นใจแล้ว ว่าจะสามารถทำให้ชีวิตของลูกสาวของพ่อจะมีความสุขได้”
“ลูกบัวรู้ว่าคุณพ่อหวังดีและอยากจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกบัว แต่คุณพ่อเคยคิดไหมคะว่า สิ่งที่คุณพ่อเลือกให้โดยที่ลูกบัวไม่ต้องการ บางทีการใช้ชีวิตหลังการแต่งงาน มันอาจจะไม่ได้เป็นการขึ้นสวรรค์ แต่มันอาจจะเป็นการนำพาชีวิตที่เหลืออยู่ของลูกบัวลงนรกก็ได้นะคะ”
“แต่พ่อเชื่อว่าตานิกจะทำให้ลูกสาวของพ่อมีความสุขมากที่สุด”
“คุณพ่อไม่รู้เหรอคะ ว่าความสุขของลูกบัวคืออะไร ความสุขของลูกบัวคือการได้อยู่กับคุณพ่อคุณแม่แบบนี้ ไม่ได้อยากไปเป็นภรรยาของใคร สำหรับลูกบัวแล้วการแต่งงาน ลูกบัวก็อยากได้ผู้ชายที่จะมอบความรักให้กับลูกบัว เหมือนที่คุณพ่อมอบให้กับคุณแม่ คนเราถ้าจะแต่งงานกัน มันจะต้องเริ่มต้นจากความรักของคนทั้งสองไม่ใช่เหรอคะ” และนี่ก็เป็นครั้งแรก ที่ลลิตาเลือกจะพูดคุยกับบุพการีด้วยเหตุผล ไม่ใช้อารมณ์จนทำให้ต่างฝ่ายต่างอารมณ์ไม่ดี จนต้องมาทะเลาะกันอย่างเช่นเมื่อช่วงสายๆ
การพูดของบุตรสาวทำให้ทั้งรุจและลลนามองหน้ากันอย่างพูดไม่ออก เพราะสิ่งที่ลลิตาพูดออกมานั้น มันคือเรื่องจริงที่ครั้งหนึ่ง รุจเองที่เป็นคนบอกลูกสาวเองว่า ความรักของหนุ่มสาวไม่จำเป็นที่จะต้องใจร้อน การจะรักใครสักคนจะต้องค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไปอย่าวู่วาม เพราะมันมีแต่เสียกับเสีย ผู้หญิงที่ยอมเป็นของเล่นของผู้ชายง่ายๆ นั้น มันไม่มีค่าพอที่ได้รับการยกย่องให้เป็นแม่ของลูก คำพูดเหล่านี้รุจพยายามย้ำเตือนเพื่อสอนลูกสาวในวัยกำลังโต และอยากที่จะลองเรียนรู้สิ่งรอบตัวด้วยตนเอง
“ใช่ พ่อเคยสอนลูกแบบนั้น”
“แล้วทำไมล่ะคะ ทำไมตอนนี้คุณพ่อถึงจะยกลูกบัวให้ใครก็ไม่รู้ หรือว่าคุณพ่อไม่รักลูกบัวแล้ว” ลลิตาเอ่ยถามด้วยน้ำตาคลอเบ้า จนหัวใจของคนเป็นพ่อเจ็บปวดกับสิ่งที่ตัวเองทำ จนแวบแรกในความคิดอยากที่จะยกเลิกสัญญากับผู้เป็นเพื่อนเสียเหลือเกิน
“อย่าต่อว่าคุณพ่อแบบนั้นสิคะลูกบัว รู้ไหมว่าคุณพ่อรักลูกบัวมากแค่ไหน แม้ว่าแม่จะไม่ค่อยเห็นด้วยกับการแต่งงานของลูกกับตานิก แต่แม่เองก็เชื่อว่าสิ่งที่คุณพ่อทำ สิ่งที่คุณพ่อต้องการ มันจะนำพาความสุขมาให้กับลูกบัวในอนาคต ไม่มีพ่อแม่คนไหนหรอกนะคะลูก ที่จะมอบความทุกข์ให้กับลูกที่ตัวเองรัก” ลลนาที่เห็นสีหน้าของสามีที่เป็นทุกข์ และเห็นนัยน์ตาที่ฉ่ำแฉะไปด้วยหยาดน้ำตาของบุตรสาว ก็นึกสงสารเลยต้องเอ่ยปรามบุตรสาว พร้อมกับปลอบใจในที หวังว่าสิ่งที่พูดออกไปลูกสาวจะเข้าใจและยอมรับ
เมื่อเจอคำพูดของผู้เป็นแม่เข้าไป ลลิตาก็ได้แต่มองใบหน้าของผู้เป็นพ่อ ที่นัยน์ตาตอนนี้มีแววเศร้าออกมาให้เห็น ใช่ว่าเธอเองจะไม่รู้ว่าตลอดเวลาตั้งแต่เล็กจนโต คนที่รักเธอมากที่สุดก็คือคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งพร้อมจะให้อภัยเธอทุกอย่าง แม้ว่าบางครั้งการกระทำของตัวเอง อาจจะไม่ใช่เรื่องที่ถูกเลยสักนิด แต่ก็ไม่เคยถูกตำหนิหรือถูกต่อว่าให้เสียใจเลยสักครั้ง
“เอาเป็นว่าลูกบัวจะพยายามเข้าใจในสิ่งที่คุณพ่อต้องการแล้วกันนะคะ แม้มันอาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่ลูกบัวจะยอมรับได้ในทันที เอาเป็นว่าตอนนี้เราจบเรื่องนี้ แล้วมาสนใจดูหนังอย่างที่ต้องการกันเถอะนะคะ”
“จ้ะลูก ว่าแต่หนูอยากดูเรื่องอะไรคะลูกบัว” เป็นลลนาที่พยายามช่วยให้บรรยากาศแห่งความสุขกลับมาอีกครั้ง และมันก็ไม่ยากเกินไป เมื่อสายใยของครอบครัวทำให้ช่วงเวลานับจากนี้ จะมีแต่ความสุข มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ใน ค่ำคืนสุดท้าย ก่อนที่คนเป็นลูกจะหนีออกจากบ้านในเช้าวันรุ่งขึ้น
