บทที่ 24 พันธะร้อน วิวาห์สวาท EP24
คนทั้งหกเก้าลงจากรถทันที โดยที่ผู้มาใหม่ทั้งสี่ รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยกับบ้านหลังใหม่ ที่ใหญ่และสวยถูกใจเป็นที่สุด โดยเฉพาะนวินถึงกับยิ้มออกมาอย่างลืมตัว ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นยังหน้าบึ้งราวกับโกรธใครมาเป็นแรมปี
“ไม่เสียแรงที่เจ้าของโรงแรมดังระดับห้าดาวหาบ้านให้” ณัชพลเอ่ยชมเพื่อนรักออกมาอย่างที่ใจรู้สึก เนื่องจากคฤหาสน์หลังงามตรงหน้านั้น ถือว่าเป็นบ้านที่ใหญ่โตโอ่อ่าอย่างที่เขาต้องการ ที่สำคัญคือราคาไม่แพงมากอย่างที่คิดเอาไว้
“ถูกใจใช่ไหมล่ะ พอดีเจ้าของเดิมร้อนเงิน ก็เลยขายให้ในราคาที่ถูกจนฉันอยากได้เอาไว้เอง”
“ถูกใจสิวะ สวย ใหญ่ ที่สำคัญคือถูก มีหรือคนอย่างณัชพลจะไม่ชอบ” เจ้าของบ้านคนใหม่เอ่ยออกมาอย่างอารมณ์ดี พร้อมกับสาวเท้าเดินเข้าไปหน้าคฤหาสน์ ที่มีสาวใช้สองคนที่ยืนอยู่ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม หลังจากที่เก็บกวาดทำความสะอาดภายในเรียบร้อยแล้ว
ภายในห้องรับแขกที่ใหญ่โตโอ่อ่า เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นล้วนแล้วแต่เป็นของเดิมที่มีอยู่ก่อนแล้ว แม้ว่าจะไม่ได้ใหม่ แต่ก็ไม่ถึงกับเก่าจนน่าเกลียด โต๊ะรับแขกขนาดใหญ่ ถูกบุคคลทั้งหกจับจองเป็นเจ้าของเป็นที่เรียบร้อย โดยมีอยู่เพียงแค่หนึ่งคนเท่านั้น ที่ไม่ได้ยินดีเลยสักนิด แต่ทำอะไรไม่ได้ เมื่อถูกลากตัวให้เข้ามาภายในบ้านด้วยกัน
น้ำดื่มเย็นๆ ถูกนำมาเสิร์ฟให้ตามจำนวนคน จนกระทั่งดื่มจนอิ่มหนำแล้ว ก็เริ่มเข้าสู่การสนทนาแบบเป็นจริงเป็นจังเสียที โดยที่ณัชพลจะเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ทว่าก็ต้องหยุดชะงักสิ่งที่จะพูด เมื่อรับรู้ว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องของคนในครอบครัว คนนอกอย่างคิมหันต์ไม่สมควรอยู่ฟัง
“เราไม่กลับบ้านหรือไงตาคิม”
ณัชพลเอ่ยถามน้ำเสียงแกมดุ พร้อมกับส่งสายตาเชิงตำหนิไปให้
“กลับครับ ผมลานะครับคุณพ่อ คุณแม่ คุณอา” ไม่รอช้าคิมหันต์รีบลุกขึ้นทันที พร้อมกับพนมมือไหว้บุคคลที่กำลังจ้องมองมาที่เขาเป็นตาเดียว จากนั้นก็รีบลากกระเป๋าเดินทางไปยังประตู โดยไม่ฟังเสียงร้องท้วงของเพื่อนรัก ที่ทั้งตะโกน ตะคอกอย่างคนโกรธจัด ที่เขาเลือกจะทิ้งไปในเวลานี้
“ไอ้คิม มึงกลับมานั่งที่เดิมเลยนะ”
“แกนั่นแหละ นั่งเงียบๆ” อดไม่ได้ที่ณัชพลจะตวาดบุตรชายออกไปด้วยความไม่พอใจ
“คิมลูก ให้คนรถขับไปส่งที่บ้านแล้วกันนะ”
เหมยลี่ที่รู้ว่าบ้านของเพื่อนรักบุตรชายนั้น ค่อนข้างอยู่ห่างไกลจากที่ตรงนี้พอสมควร จึงอนุญาตให้คนรถของรุจขับไปส่งได้ หลังจากที่ลลนาเอ่ยอนุญาตโดยการพยักหน้า หลังจากที่ชายหนุ่มรุ่นลูกเดินไปเกือบถึงหน้าประตู
“ขอบคุณครับคุณแม่”
คิมหันต์หันกลับมากล่าวขอบคุณต่อบุพการีของเพื่อนอีกครั้ง ก่อนจะรีบสาวเท้าเดินออกไปทันที โดยไม่สนใจสายตาของนวิน ที่มองอยู่ด้วยสายตาโกรธจัด แต่มีหรือที่คนอย่างคิมหันต์จะกลัว ในเมื่อถ้าเลือกระหว่างบิดาของเพื่อนรักกับเจ้าเพื่อนตัวแสบ ย่อมไม่แปลกที่เขาจะเลือกฟังคนที่ดุและมีอำนาจกว่าอย่างณัชพล
หลังจากส่วนเกินอย่างคิมหันต์จากไป ณัชพลก็ไม่รอช้ารีบเอ่ยถึงสิ่งที่ตัวเองต้องการทันที
“เรื่องแต่งงานจัดการไปถึงไหนแล้ววะไอ้รุจ”
นวินถึงกับเบือนหน้าหนี เมื่อได้ยินถึงหัวข้อสนทนา ที่เขาไม่อยากจะได้ยินเท่าไหร่นัก
“เรื่องโรงแรม ของชำร่วย การ์ดเชิญ ฉันจัดเตรียมไว้หมดทุกอย่างแล้ว เหลือแต่ชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวเท่านั้น ที่ทั้งคู่จะต้องไปเลือกเอาตามที่ชอบเอาเอง”
ณัชพลถึงกับยิ้มออกมาอย่างพอใจ ที่เพื่อนรักไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ เนื่องจากก่อนที่เขาจะเดินทางมา ก็ได้สั่งการให้รุจจัดการเตรียมทุกอย่างให้พร้อม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบ้าน และเรื่องงานแต่งงาน
“แล้วได้ฤกษ์มาหรือยัง” บิดาฝ่ายเจ้าบ่าว อดที่จะถามถึงฤกษ์งามยามดี ในการแต่งงานไม่ได้ ถ้าไม่ติดว่า เจ้าเพื่อนรักตรงหน้า มันเคร่งเรื่องฤกษ์ที่เหมาะสม เขาจะให้ลูกทั้งสองแต่งงานกันทันทีที่เดินทางมาถึง หรืออาจจะให้เวลาทำใจสักหนึ่งอาทิตย์ก็มากพอแล้ว สำหรับคนที่อยากจะได้ลูกสะใภ้ และหลานมาอุ้มใจจะขาดอย่างเขา
“มีอยู่สองวันที่ถือว่าเป็นมงคล”
นวินที่กำลังจะได้เป็นเจ้าบ่าวป้ายแดง ถึงกับมองหน้าคนพูดด้วยความตั้งใจ
“วันไหนบ้างครับคุณอา”
“วันที่ 14 เดือนนี้ กับวันที่ 16 เดือนหน้า มีอยู่สองวันที่เหมาะสำหรับจัดงานมงคล”
คนไม่อยากแต่งงานเริ่มหน้าถอดสีอย่างเห็นได้ชัด ในเมื่อวันที่ว่าที่พ่อตาบอกมานั้น มันรวดเร็วเกินกว่าจะทำใจได้ วันที่ 14 เดือนนี้ ก็เหลือเวลาเพียงแค่ 1 อาทิตย์เท่านั้น ยิ่งคิดนวินก็ยิ่งรู้สึกได้ถึงความทุกข์ที่กำลังมาเยือน จนแทบอยากจะลุกขึ้นและเดินหนีกับสถานการณ์ที่น่าอึดอัดนี้เสียให้รู้แล้วรู้รอด
“สรุปเอาวันที่14 เดือนนี้นั่นแหละ เร็วดี” ณัชพลสรุปเอาเองคนเดียว โดยไม่สนใจที่จะถามบุตรชาย ที่นั่งหน้าซีดเลยสักนิด
“อะไรกันพ่อ มันไม่เร็วไปเหรอครับ อย่าหาว่าผมอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะครับคุณอา ผมกับลูกสาวคุณอายังไม่เคยรู้จักกันเลย หน้าตาก็ไม่เคยเห็น นิสัยใจคอเป็นอย่างไรก็ยังไม่รู้ผมว่า...”
“ลูกสาวอาชื่อลูกบัว หน้าตาสะสวยสมกับพ่อนิกแน่นอน ไม่มีอายใครแน่ๆ ส่วนนิสัยใจคอนั้น แม้ว่าจะดูเป็นเด็กเอาแต่ใจไปหน่อย แต่เวลาที่ลูกบัวน่ารักและเชื่อฟัง อาเชื่อว่าตานิกจะหลงรักน้องได้ไม่ยาก เชื่ออาสิ” ยังไม่ทันที่ว่าที่ลูกเขยจะพูดเสร็จ คนที่ภาคภูมิใจในตัวลูกสาวของตัวเองอย่างรุจ มีหรือจะยอมให้ชายหนุ่มรุ่นลูกตรงหน้า ปฏิเสธออกมาทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ทำความรู้จัก
