บทที่ 5 พันธะร้อน วิวาห์สวาท EP5

“มันจะมากไปแล้วนะ อย่าคิดว่าเป็นผู้หญิงแล้วผมจะไม่กล้าทำอะไรนะ” คนโดนด่าก่นเสียงออกมาด้วยความโกรธ นัยน์ตาวาวโรจน์ ราวกับเปลวเพลิงของดวงไฟที่ร้อนแรง

“ก็ลองดูสิ อย่าคิดว่าผู้หญิงที่สวยและดูดีอย่างฉันจะยอมให้คุณทำอะไรฉันง่ายๆ มารยาททรามแล้วยังมาทำเป็นเบ่งกล้ามกับฉัน คิดเหรอว่าฉันจะกลัว”

เมื่อเจออีกฝ่ายมาวางอำนาจ คิดว่าตัวเองเป็นผู้ชาย แล้วคนอย่าง  ลลิตาจะกลัว คิดผิดซะแล้ว คนที่ต้องการจะมีเรื่องอยู่แล้วลอบคิดในใจ พร้อมจะสู้กับคนตรงหน้าทุกรูปแบบ และอย่ามาคิดว่าคนรูปร่างอรชรอ้อนแอ้นอย่างเธอ จะไม่เป็นประสา ในเมื่อวิชาป้องกันตัวทุกรูปแบบ         ไม่มีชนิดไหนที่ลลิตาไม่เคยเรียน ส่วนวิชาถนัดที่เธอทำมันออกมาได้ดีที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นวิชายิงปืน ไม่ว่าจะเป็นเป้านิ่งหรือเป้าบิน ไม่เคยยิงแล้วพลาดเป้าเลยสักครั้ง

“พอล่ะ ผมไม่อยากที่จะมาทะเลาะด้วย คุณมีปัญหาอะไรก็ว่ามา” เมื่อดูท่าว่าหญิงสาวตัวเล็กจะไม่ยอมล่าถอย ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองทำอะไรผิด ถึงได้มาด่าว่าเขาแบบนี้ บวกกับสายตาของพวกที่สอดรู้สอดเห็น ก็ยิ่งไม่อยากจะเสียเวลาเสวนากับสาวสวย แต่ปากจัดตรงหน้าให้เสียเวลา

“คุณขับรถปาดหน้าฉัน”

เสียงหัวเราะของชายหนุ่มที่ขับรถปาดหน้า ดังลั่นออกมา ราวกับว่าได้ยินเรื่องตลกขบขัน ก็ยิ่งทำให้ลลิตาแทบอยากจะกระโดดชกหน้าคนตัวสูงตรงหน้าให้หายแค้น นอกจากจะมารยาททรามแล้ว ยังจะมาหัวเราะราวกับคนที่ไม่ได้รู้สึกผิด กับสิ่งที่ตัวเองได้ทำเอาไว้ แบบนี้มันน่าจะประเคนหมัดให้สักดอก จะได้รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำมันทุเรศแค่ไหน

“หัวเราะอะไร” เสียงหวานตวาดถามกลับไปด้วยท่าทางเดือดดาล มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่น จนเส้นเลือดปูดขึ้นมา

“ก็หัวเราะคนสวยยังไงล่ะครับ” ไม่วายที่จะหัวเราะต่ออีกครั้ง  เพราะเห็นท่าทางกรุ่นโกรธของหญิงสาวตรงหน้า แล้วมันอดไม่ได้จริง ผู้หญิงตัวเล็ก แต่งตัวราวกับแม่ดาวยั่วในทีวี แบบนี่น่ะหรือจะมาสู้กับคนอย่างเขา

เมื่อความอดทนหมดลง ลลิตาก็จัดการกระแทกเท้าน้อยๆ ของตัวเองลงบนเท้าของคู่กรณีทันทีอย่างแรง จนคนถูกกระทำถึงกับย่อตัวลง เพราะความเจ็บปวดที่ได้รับ ทว่าเท่านั้นยังไม่พอใจของลลิตา เมื่อคนปากเสียนิสัยทรามยอบตัวลง หมัดที่กำแน่นก็จัดการประเคนใส่ใบหน้าของชายหนุ่มอย่างแรง ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างสะใจ ซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกันที่รถเริ่มสามารถเคลื่อนตัวได้

“จำใส่สมองกลวงๆ ของคุณไว้ซะ ว่าอย่ามาลองดีกับคนอย่างลลิตา เพราะฉันไม่ใช่แม่พระ ที่จะใจดียิ้มรับกับคนมารยาททางสังคมทรามอย่างคุณ อ้อ ที่หลังจะคุยกับใคร ก็สำรวจกลิ่นปากของตัวเองเสียหน่อยนะ เพราะว่ามันเหม็นมาก”

พูดจบลลิตาก็รีบวิ่งกลับไปที่รถโดยเร็ว ก่อนที่รถคันข้างหลังจะบีบแตรไล่ และทันทีที่ก้าวเข้ามาในรถได้แล้ว ก็เห็นคนที่หล่อนเพิ่งจะสั่งสอนไปหยกๆ วิ่งหน้าตั้งมาที่รถ แต่ทว่าก็สายไปเสียแล้ว เมื่อรถของตัวเองกำลังเคลื่อนผ่านหน้าของคนที่เพิ่งจะถูกต่อยหน้าหงายไปหมาดๆ 

เสียงหัวเราะดังออกมาจากกลีบปากอิ่มอย่างพอใจ ก่อนจะเอื้อมมือไปหมุนปรับระดับเครื่องเสียงในรถให้ดังขึ้น ศีรษะสวยได้รูปโยกไปโยกมาราวกับคนอารมณ์ดี ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้สาวเจ้ายังมีสีหน้าที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก หลังจากตะบึงขับรถออกมาจากบ้าน ทันทีที่ทราบข่าวว่าตัวเองจะต้องแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่รู้จัก รู้เพียงแต่ว่าเป็นลูกชายของเพื่อนคุณพ่อที่ย้ายครอบครัวไปอยู่เมืองนอกตั้งแต่เธอยังเด็ก และกำลังจะกลับมาเพื่อทวงสัญญา ที่ทายาทของสองบ้านจะต้องแต่งงานกัน

และระหว่างกำลังขับรถเพื่อไปเดินช็อปปิ้งให้หายเครียด เสียงโทรศัพท์เครื่องสวยก็ดังขึ้นแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มภายในรถ กว่าจะได้ยินก็เล่นเอาปลายสายที่กำลังโทรหา กดย้ำอยู่หลายรอบ

ลลิตาที่รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงโทรศัพท์ จึงเอื้อมมือไปหรี่เสียงเพลงให้เบาลง และก็เป็นไปตามคาดเสียงโทรศัพท์ยังคงดังอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเจ้าของหยิบมันออกมาจากกระเป๋าใบหรูราคาเหยียบแสน ที่อยู่เบาะฝั่งตรงข้ามขึ้นมารับสาย

และเมื่อเห็นชื่อของคนที่โทรมา ความคิดบางอย่างก็ปิ๊งขึ้นในหัวทันที ทางรอดของการแต่งงานที่ไม่ต้องการครั้งนี้ ปลายสายจะต้องช่วยเหลือได้อย่างแน่นอน คิดได้ดังนั้นลลิตาก็กดรับสายด้วยความรวดเร็ว

“ฉันกำลังคิดถึงแกอยู่เลยแป้ง”

เจ้าของชื่อเล่นว่าแป้ง หรืออลิสลานั่นคือเพื่อนรักคนสนิทของลลิตา ที่ร่ำเรียนด้วยกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมปลายจนกระทั่งเรียนจบมหาวิทยาลัย ซึ่งตอนนี้ทั้งคู่ต่างก็แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเองหลังจากที่เรียนจบ

โดยฝ่ายอลิสลานั้น จำต้องกลับบ้านที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อดูแลกิจการของครอบครัว นั่นก็คือรีสอร์ตซึ่งเปิดเอาไว้เพื่อรับรองนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เข้ามาเที่ยวเมืองไทย และเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตซึ่งเป็นจังหวัดบ้านเกิดของหญิงสาว ด้วยความที่เป็นลูกคนเดียว จึงต้องกลับมาสานต่อธุรกิจของครอบครัว อย่างที่บุพการีหวังเอาไว้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป