บทที่ 2 ตอนที่2 เงาสะท้อน

ตอนที่2

เงาสะท้อน

อธิชาตัวชาไปทั้งร่าง เอกสารในมือเกือบร่วงลงพื้น เธอรู้จักเขา รู้จักดีเกินไป ต่อให้เวลาผ่านไปแปดปี ต่อให้เขาเปลี่ยนจากชายหนุ่มอบอุ่นในความทรงจำเป็นบุรุษผู้ทรงอำนาจตรงหน้า เธอก็ยังจำเขาได้ในลมหายใจเดียว ชยุตม์ รัตนพงศ์ไพศาล อดีตคนรัก

อดีตบาดแผล และผู้ชายที่เธอเคยสาบานกับตัวเองว่าจะไม่มีวันพบหน้าอีกตลอดชีวิต ผู้บริหารทุกคนลุกขึ้นเกือบพร้อมกัน

“คุณชยุตม์”

“ท่านประธาน”

เสียงทักทายเต็มไปด้วยความเกรงใจ และความเกรงกลัวที่ปิดไม่มิด

อธิชาเป็นเพียงคนเดียวที่ยังนั่งนิ่ง ไม่ใช่เพราะหยิ่ง แต่เพราะขาของเธอไร้เรี่ยวแรงเกินกว่าจะลุกขึ้น

ชยุตม์หยุดยืนที่หัวโต๊ะประชุม ดวงตาคมกวาดผ่านทุกคนอย่างรวดเร็ว ก่อนหยุดลงที่ใบหน้าซีดขาวของเธอ

เพียงเสี้ยววินาที

อธิชาเหมือนเห็นบางอย่างไหววูบในแววตาของเขา ความเจ็บ ความคิดถึง หรืออาจเป็นเพียงเงาสะท้อนจากสายฝนด้านนอก แล้วมันก็หายไป เหลือเพียงความเย็นชาที่ทำให้หัวใจเธอหนาวสะท้าน

“ขอโทษที่ให้รอ”น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำ สุภาพ และห่างเหิน เสียจนคนฟังเจ็บลึก

“ผมชยุตม์ รัตนพงศ์ไพศาล ประธาน RP Group”เขาเลื่อนสายตากลับมาที่อธิชาอีกครั้ง มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย

“และเป็นเจ้าหนี้รายใหม่ของวรากานต์ คอนสตรักชันทั้งหมด”คำว่าเจ้าหนี้กระแทกลงกลางอกของอธิชาอย่างจัง

เธออยากลุกขึ้น อยากตะโกนถามว่าเขาทำแบบนี้ทำไม อยากถามว่าแปดปีที่หายไป เขากลับมาในชีวิตเธอเพื่อเหยียบย่ำเธอใช่หรือไม่ แต่สิ่งที่เธอทำได้มีเพียงกำมือใต้โต๊ะ

ชยุตม์นั่งลงที่หัวโต๊ะโดยไม่ต้องมีใครเชิญ เลขาของเขาวางแฟ้มเอกสารสีดำตรงหน้าอย่างเรียบร้อย บรรยากาศในห้องพลันเปลี่ยนไปเหมือนอุณหภูมิลดต่ำลงอีกหลายองศา

ทนายภพเริ่มต้นเจรจา พยายามอธิบายสถานการณ์ของบริษัท ขอผ่อนผัน ขอเวลา ขอความเห็นใจในฐานะที่ผู้บริหารสูงสุดของบริษัทกำลังป่วยหนัก

ชยุตม์ฟังทุกอย่างด้วยสีหน้านิ่งเฉย ไม่มีความเมตตา ความลังเล ไม่มีแม้แต่ความประหลาดใจ

ราวกับเขารู้เรื่องทั้งหมดอยู่แล้ว

อธิชามองชายตรงหน้าอย่างปวดร้าว คนคนนี้เคยจับมือเธอเดินฝ่าฝน เคยหัวเราะตอนเธอทำกาแฟหกใส่เสื้อเขา เคยบอกว่าอยากสร้างบ้านหลังเล็ก ๆ ที่มีหน้าต่างกว้างให้เธอได้นั่งออกแบบงานตอนเช้า

คนคนนั้นหายไปไหนแล้ว ทำไมวันนี้จึงเหลือเพียงท่านประธานผู้เย็นชาที่มองครอบครัวเธอเหมือนตัวเลขในบัญชี

“สรุปคือ...” ชยุตม์เปิดแฟ้มตรงหน้าอย่างไม่เร่งร้อน “บริษัทวรากานต์ต้องการให้ RP Group ผ่อนผันการชำระหนี้ ทั้งที่ผิดนัดมาหลายครั้ง และยังมีคดีทุจริตติดตัว” คำพูดของเขาทำให้ใบหน้าของอธิชาร้อนวูบ

“พ่อของฉันไม่ได้ทุจริต”ในที่สุดเธอก็เอ่ยออกมา ทุกคนในห้องหันมามองเธอ

ชยุตม์เลิกคิ้วเล็กน้อย รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏบนริมฝีปาก

“คุณอธิชา”การที่เขาเรียกชื่อเธออย่างเป็นทางการทำให้หัวใจเธอบีบรัด

ครั้งหนึ่งเขาเคยเรียกเธอว่า “ชา” ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน วันนี้เขาเรียกเธอเหมือนคนแปลกหน้า

“ในห้องประชุม เราคุยกันด้วยเอกสารและหลักฐาน ไม่ใช่ความรู้สึก”

“เอกสารบางอย่างถูกปลอมแปลงได้ หลักฐานบางอย่างถูกสร้างขึ้นได้”

“แล้วความเชื่อใจล่ะ” เขาถามกลับทันที ดวงตาคมกริบมองเธอไม่กะพริบ “มันปลอมได้ไหม”

อธิชานิ่งงันคำถามนั้นไม่ได้หมายถึงคดีของบริษัทเพียงอย่างเดียว

เธอรู้ เขาก็รู้บาดแผลเก่าถูกกรีดเปิดกลางห้องประชุมที่เต็มไปด้วยผู้คน

อธิชาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามประคองน้ำเสียงไม่ให้สั่น

“ฉันมาที่นี่เพื่อเจรจาเรื่องบริษัท ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว”

“ดี” ชยุตม์เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ท่าทางสงบนิ่งอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า “ถ้าอย่างนั้นเราก็จะคุยกันแบบธุรกิจ”

เขาพยักหน้าให้เลขา เอกสารชุดใหม่ถูกแจกให้ทุกคนในห้อง

อธิชาหยิบขึ้นมาอ่าน ก่อนเลือดในกายจะเย็นเฉียบ หนังสือแจ้งบังคับชำระหนี้เต็มจำนวน กำหนดระยะเวลาเจ็ดวัน

หากไม่สามารถชำระได้ RP Group มีสิทธิ์ดำเนินการตามกฎหมาย ยึดทรัพย์สิน ควบคุมกิจการ และฟ้องล้มละลายอย่างเป็นทางการ

“เจ็ดวัน?” ทนายภพเสียงหลง “คุณชยุตม์ครับ ระยะเวลานี้สั้นเกินไป ทางเราขอ....”

“ก่อนหน้านี้วรากานต์มีเวลามามากพอแล้ว” ชยุตม์ตัดบท “ผมไม่ใช่องค์กรการกุศล”

อธิชากัดริมฝีปากแน่นจนเจ็บ“คุณต้องการอะไร”ห้องทั้งห้องเงียบลงอีกครั้ง

ชยุตม์ค่อย ๆ หันมามองเธอ สายตาของเขาไม่หลบ ไม่หวั่นไหว และไม่เมตตา

“ถามตรงดีนี่”

“ถ้าคุณซื้อหนี้ทั้งหมดเพียงเพราะต้องการเงิน คุณคงไม่มาที่นี่ด้วยตัวเอง” อธิชาพูดช้า ๆ “คนระดับคุณไม่จำเป็นต้องลงมาจัดการบริษัทเล็ก ๆ ที่กำลังจะล้มละลายด้วยตัวเอง เว้นแต่ว่ามีเหตุผลอื่น”

รอยยิ้มของชยุตม์ลึกขึ้น“ฉลาดขึ้นนะ”คำชมของเขาไม่ได้ทำให้เธอดีใจเลยสักนิด มันเหมือนคมมีดบาง ๆ ที่กรีดลงบนศักดิ์ศรี

“ฉันไม่ได้โง่มาตั้งแต่แรก”

แววตาของชยุตม์เย็นลงทันที“ใช่ เธอไม่เคยโง่” เขาเอ่ยเสียงเบา แต่ทุกคำชัดเจน “เธอรู้ดีเสมอว่าตอนไหนควรอยู่ ตอนไหนควรไป และควรทิ้งใครไว้ข้างหลัง”หัวใจของอธิชากระตุกเจ็บ

แปดปีเธอคิดว่าเวลาจะทำให้ความทรงจำบางลง แต่ไม่เลยเพียงเขาพูดประโยคเดียว ความเจ็บทั้งหมดก็ย้อนกลับมาราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

ภาพคลิปนั้นผุดขึ้นในหัว ภาพชยุตม์กอดผู้หญิงอีกคน

เสียงของเขาที่บอกว่าเธอเป็นเพียงของเล่น

คำโกหก คำสัญญาหัวใจที่ถูกเหยียบย่ำ

อธิชากำมือแน่นใต้โต๊ะ เล็บจิกลงบนฝ่ามือเพื่อดึงตัวเองกลับมาสู่ปัจจุบัน

“ถ้าคุณตั้งใจจะพูดเรื่องอดีต ฉันขอตัว”

เธอลุกขึ้น แต่ยังไม่ทันก้าวออกไป เสียงของชยุตม์ก็ดังขึ้นอย่างเย็นเยียบ

“ถ้าเธอก้าวออกจากห้องนี้ ฉันจะถือว่าวรากานต์ปฏิเสธการเจรจา”

อธิชาหยุดนิ่ง“และเอกสารบังคับคดีทั้งหมดจะเริ่มดำเนินการพรุ่งนี้เช้า”มือที่กำลังจับแฟ้มของเธอสั่นน้อย ๆ ทุกสายตาในห้องมองมายังเธออย่างกดดัน

บริษัท บ้าน ทรัพย์สิน พ่อที่นอนอยู่โรงพยาบาล

แม่ที่ร้องไห้เงียบ ๆ ทุกคืนทุกอย่างอยู่บนบ่าของเธอ

อธิชาหลับตาลงชั่วครู่ กลืนก้อนแข็ง ๆ ในลำคอ ก่อนค่อย ๆ นั่งลงอีกครั้ง

ชยุตม์มองภาพนั้นด้วยแววตาลึกล้ำ ไม่มีใครอ่านออกว่าเขาพอใจ หรือเจ็บปวดกันแน่

“พูดข้อเสนอของคุณมา” เธอบอกเสียงเรียบ

“ยังไม่มีข้อเสนอ”

“แล้วคุณมาที่นี่ทำไม”

“มาดู”

“ดูอะไร”

ชยุตม์โน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย ปลายนิ้วประสานกันบนโต๊ะประชุม แววตาคมจัดจับจ้องเธอราวกับจะตรึงไว้กับที่

“ดูว่าคนที่เคยทิ้งฉันไปง่าย ๆ วันนี้ยังเดินเชิดหน้าได้เหมือนเดิมไหม”

อธิชารู้สึกเหมือนถูกตบหน้า ไม่ใช่ด้วยมือ แต่ด้วยคำพูดที่เต็มไปด้วยความแค้น

“ถ้าคุณอยากเห็นฉันล้ม คุณเห็นแล้ว” เธอกล่าวช้า ๆ น้ำเสียงสั่นเพียงเล็กน้อย “พอใจหรือยังคะ”

ชยุตม์นิ่งไป เพียงวูบหนึ่ง สีหน้าของเขาเหมือนมีรอยร้าวบาง ๆ ปรากฏขึ้น แต่เขาซ่อนมันไว้อย่างรวดเร็ว

“ยัง”คำตอบสั้นมาก แต่โหดร้ายเหลือเกิน

อธิชามองเขา น้ำตาร้อนผ่าวขึ้นมาถึงขอบตา แต่เธอฝืนกลืนมันกลับลงไป เธอจะไม่ร้องไห้ต่อหน้าเขา ไม่มีวัน

“ฉันขอเวลา” เธอเอ่ย “สามเดือน ฉันจะหาทางชำระหนี้ก้อนแรกให้ได้ หลังจากนั้นเราค่อยเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ใหม่”

“สามเดือนนานเกินไป”

“หนึ่งเดือน”

“นานเกินไป”

“สองสัปดาห์”

“ก็ยังนานเกินไป”

อธิชาหายใจสะดุด “แล้วคุณต้องการให้ฉันทำยังไง ในเมื่อคุณก็รู้ว่าไม่มีใครหาเงินจำนวนนี้ได้ภายในเจ็ดวัน”

“นั่นไม่ใช่ปัญหาของผม”

“แต่คุณเป็นคนซื้อหนี้ทั้งหมดของเราไป”

“ใช่”

“คุณตั้งใจบีบเรา”

“ใช่”คำตอบตรงไปตรงมาของเขาทำให้ทั้งห้องเงียบงัน

อธิชาจ้องเขาอย่างไม่อยากเชื่อสายตา“คุณยอมรับ?”

“ทำไมต้องปฏิเสธ”

“เพราะอย่างน้อยคนเราก็ควรละอายใจกับสิ่งที่ทำ”

ชยุตม์ยิ้มบาง ๆ“คำว่าละอายใจ เหมาะกับคนที่เคยมีหัวใจ”

“แล้วคุณไม่มีหรือไง”

ดวงตาคมเข้มขึ้น

“เคยมี”เสียงของเขาต่ำลงจนแทบเป็นกระซิบ

“แต่ถูกทิ้งไว้เมื่อแปดปีก่อน”

อธิชานิ่งแข็ง ความเจ็บปวดบีบรัดหัวใจจนแทบหายใจไม่ออก เธออยากบอกเขาเหลือเกินว่าเธอไม่ได้จากไปเพราะหมดรัก เธอจากไปเพราะเขาทำให้เธอเชื่อว่า ความรักของเธอไม่มีค่าเลยต่างหาก แต่คำพูดเหล่านั้นติดอยู่ในลำคอ เพราะต่อให้พูดออกไป เขาก็คงไม่เชื่อ เหมือนที่เธอเคยไม่เชื่อเขา

ฝนด้านนอกตกหนักขึ้น เสียงน้ำกระทบกระจกดังซ่า ๆ ราวกับกำลังกลบเสียงหัวใจของคนสองคนที่ยังเต้นด้วยบาดแผลเดิม

ชยุตม์ลุกขึ้นยืน ทุกคนในห้องรีบลุกตาม

ยกเว้นอธิชา เธอยังคงนั่งนิ่ง สายตาจับอยู่ที่เอกสารแจ้งหนี้ตรงหน้า

“ผมจะให้เวลาเจ็ดวันตามเอกสาร” เขากล่าวเสียงเรียบ “หลังจากนั้น ถ้าวรากานต์ไม่มีเงินมาชำระ ผมจะดำเนินการทุกอย่างตามสิทธิ์”

อธิชากัดฟันแน่น“คุณกำลังฆ่าครอบครัวฉัน”

ชยุตม์หันกลับมามองเธอ“ไม่”เขาเดินเข้ามาใกล้ช้า ๆ จนหยุดอยู่ข้างเก้าอี้ของเธอ

กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ผสมกลิ่นฝนจากเสื้อสูทของเขาลอยเข้ามาใกล้ กลิ่นเดียวกับที่เธอเคยคุ้นเคยจนใจหาย

เขาโน้มตัวลงเล็กน้อย ใกล้พอให้คนอื่นไม่ได้ยินประโยคถัดไปชัดเจน แต่ใกล้เกินพอให้เธอรู้สึกถึงลมหายใจของเขา

“ครอบครัวเธอกำลังพังอยู่แล้ว อธิชา”เสียงของเขาแผ่วต่ำ

“ฉันแค่เป็นคนถือกุญแจ ว่าจะเปิดประตูให้เธอรอด...หรือขังเธอไว้ในซากปรักหักพังนั้นต่อไป”

อธิชาเงยหน้าขึ้นทันทีดวงตาทั้งสองคู่สบกัน

ใกล้จนความทรงจำเก่า ๆ พุ่งเข้าชนหัวใจอย่างไร้ปรานี

“คุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่”ครั้งนี้เธอถามด้วยเสียงที่แทบไม่เหลือแรง

ชยุตม์มองเธอนานมาก นานจนเหมือนเวลาถูกตรึงไว้กลางห้องประชุมอันเย็นเฉียบ จากนั้นเขาจึงยิ้ม

เป็นรอยยิ้มงดงามที่ไม่มีความอบอุ่นแม้แต่น้อย

“ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลา”

เขาขยับถอยออกไป ปรับกระดุมเสื้อสูทอย่างใจเย็น แล้วหันไปทางเลขา

“กลับ”

“ครับ ท่านประธาน”

ทุกอย่างจบลงง่ายดายราวกับเขาเพียงแวะเข้ามาทำลายความหวังของเธอ แล้วจากไป

อธิชามองแผ่นหลังกว้างที่เดินออกจากห้องประชุม หัวใจของเธอหนักอึ้งเหมือนถูกกดลงใต้ผืนน้ำลึก ก่อนถึงประตู ชยุตม์หยุดฝีเท้า เขาไม่ได้หันกลับมาทั้งตัว เพียงเอียงใบหน้ามาเล็กน้อย

“อ้อ...คุณอธิชา”

เธอสะดุ้งกับน้ำเสียงเป็นทางการนั้นอีกครั้ง

“ค่ะ”

“อย่าคิดหนี”ประโยคนั้นเบามากแต่เย็นเยียบไปถึงกระดูก

“เพราะครั้งนี้ ต่อให้เธอหายไปสุดขอบโลก ฉันก็จะลากเธอกลับมา”หัวใจของอธิชากระแทกแรงจนเจ็บ

ชยุตม์ไม่รอฟังคำตอบ เขาก้าวออกจากห้องประชุมไปพร้อมคนของเขา ประตูไม้บานใหญ่ปิดลงอย่างนุ่มนวล แต่เสียงนั้นกลับดังก้องในใจเธอเหมือนคำตัดสิน ทุกคนในห้องเริ่มพูดคุยกันอย่างตื่นตระหนก

“เราจะทำยังไงดีครับ”

“เจ็ดวันเป็นไปไม่ได้”

“ถ้า RP Group เดินหน้า เราจบแน่”

“คุณอธิชา...คุณอธิชาครับ”เสียงเหล่านั้นดังไกลออกไปเรื่อย ๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป