บทที่ 3 ตอนที่2.1 ข้อเสนอที่ยากจะปฏิเสธ1
ตอนที่2 ข้อเสนอที่ยากจะปฎิเสธ
ไปเถอะ โลกใหม่คงดีกว่านี้
โลกเก่า มันเหนื่อยเกินไปก็อย่าอยู่ต่ออีกเลย
เสียงเล็กๆ ในหัวคอยกล่อมประสาท แก้วอัปสรมิสนสิ่งใดแล้ว ขาข้างหนึ่งก้าวขึ้นบนราวเหล็ก
ทว่า...
เหมือนสวรรค์กำลังเล่นตลกกับชีวิต
ในวินาทีที่ก้าวขาขึ้นนั้น กลับมีเสียงหนึ่งตะโกนขึ้น
"นี่!"
เสียงนั้นมาพร้อมกับร่างของชายหนุ่มสูงโปร่งคนหนึ่งโผล่เข้ามากระชากตัวแก้วอัปสรลงมาจากราวสะพาน
หญิงสาวหันมองหน้าผู้ชายที่เธอไม่เคยพบมาก่อน มือของเขากำแขนเธอเอาไว้แน่น ป้องกันไม่ให้เธอปีนขึ้นไปบนที่อันตรายอย่างนั้นอีก
"คุณเป็นใคร แล้วดึงฉันลงมาทำไม" คนอยากตายๆ ไปเสียร้องโวยวาย พยายามแกะมือของเขาออก แต่ไม่ว่าจะดิ้นสักแค่ไหนฝ่ามือของคนรั้งก็ยิ่งกำแน่นขึ้น
"ผมเป็นใครมันไม่สำคัญเท่ากับที่คุณปีนขึ้นไปบนราวสะพานแบบนั้นหรอก คิดจะทำอะไร?"
เสียงของเขาดุจัดไม่ต่างกับผู้ใหญ่ถือไม้เรียวรอหวดก้นลูกหลาน แก้วอัปสรลังเลอยู่ครู่หนึ่ง พยายามมองอีกฝ่ายให้ชัดเจนขึ้น
แววตาของผู้ชายคนนี้เต็มไปด้วยความแน่วแน่ที่จะขัดขวางความตายของคนอื่น
"ฝนกำลังตก คุณอยากตกลงไปตายจริงๆ เหรอ"
แก้วอัปสรจ้องเขาตอบได้ไม่นานนักหรอกก็ต้องเบือนหน้าหนีไปเพราะคำพูดที่ทิ่มแทงใจดำ
"ชีวิตมันไม่เหลืออะไรอีกแล้ว อยู่ไปก็ไร้ทางออก"
คนฟังขมวดคิ้ว "มีแต่คนโง่เท่านั้นที่มองเห็นแต่ทางตัน"
"ก็มันไม่ใช่ชีวิตคุณนี่ถึงพูดได้" แก้วอัปสรรู้ดีว่าไม่ควรพูดกับคนแปลกหน้าเช่นนั้น แต่เธออดไม่ไหวจริงๆ
"ขอร้องล่ะ คุณอย่ามาขวางเลย ช่วยทำเป็นมองไม่เห็นฉันเถอะ"
"คิดบ้าๆ" เสียงต่อว่าจากชายหนุ่มทำเอาแก้วอัปสรหันมองเขาอย่างจริงจัง
"ใช่ค่ะ ฉันมันบ้ามาก ในเมื่อคนบ้าๆ อยากตายก็ปล่อยไปเถอะคะ ปล่อยให้ฉันลอยเน่าเป็นอาหารปลาอยู่แบบนั้นแหละ ไม่กี่วันก็คงจะย่อยสลายหายไปเอง" เธอพูดประชดชีวิตแสนเฮงซวยพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้ม
"โอ๊ย!!! นี่คุณ จะทำอะไรน่ะ ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ!"
แทนที่เขาจะทำตามคำขอ กลับกลายมาเป็นฉุดกระชากลากเธอเข้าไปในรถซึ่งจอดอยู่ริมถนนห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว
"ลากฉันขึ้นรถทำไม แล้วนี่คุณจะทำอะไร ถึงฉันจะหมดหนทางจนไม่อยากอยู่ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะยอมให้คุณคิดทำอะไรชั่วๆ หรอกนะ" แก้วอัปสรโวยลั่นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายถอดเสื้อสูทที่เปียกชุ่มออกโยนไปที่เบาะหลัง
เขาถอนหายใจก่อนจะหันมาจ้องมองเธอ แววตาคู่นั้นสื่อความหมายว่าเขากำลังใช้ความคิดว่าควรเริ่มพูดกับเธอตรงไหนก่อนดี
"ผมชื่อภวิศ ขับรถกลับบ้านทางนี้ทุกวัน แต่วันนี้บังเอิญเห็นผู้หญิงยืนร้องไห้อยู่ริมสะพาน สักพักก็ปีนขึ้นไปบนราวนั่น ด้วยความเป็นพลเมืองดี บวกกับจิตสำนึกของความเป็นมนุษย์ผมเลยตัดสินใจจอดรถ ยอมเปียกฝนเข้าไปช่วยผู้หญิงที่ผมไม่รู้จักชื่อด้วยซ้ำ ผลตอบแทนคือ...ถูกกล่าวหาว่าเป็นไอ้หื่นเนี่ยเหรอ"
ใช่แล้ว ชายหนุ่มคนนี้ชื่อ ภวิศ เขาเป็นถึงประธานของบริษัทส่งออกแห่งหนึ่งที่ไม่อยากข้องแวะกับคนแปลกหน้า แต่คนแปลกหน้าในวันนี้กลับทำให้เขามองข้ามไม่ได้
"ฉันขอบคุณที่คุณใจดีมาช่วย เพียงแต่ฉันไม่ต้องการเลยจริงๆ ฉันอยากตาย คุณได้ยินไหมว่าฉันอยากตาย!" แก้วอัปสรตะโกนลั่น ถึงตอนนี้เธอก็ยังยืนยันว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกแล้ว
"ทำไม โลกนี้มันน่าเศร้าขนาดนั้นเลยเหรอ"
เขาถามเหมือนเพื่อนรับฟังความทุกข์ ซึ่งแก้วอัปสรแทบไม่อยากเปิดใจคุยด้วย มีเพียงผืนน้ำสีดำนี้ที่เธออยากทิ้งร่างให้จมลงไป
"น้ำมันทั้งหนาวทั้งลึก คุณแน่ใจแล้วเหรอว่าอยากตาย"
แก้วอัปสรทำเพียงเม้มปากแน่น แล้วจู่ๆ น้ำตาก็ไหลหลั่งออกมาอีกครั้ง เธอกลั้นความเสียใจต่อไปไม่ไหวแล้วจริงๆ มันทั้งเจ็บ ทั้งอึดอัด เสมือนมีมีดปักคาอกอย่างยากจะดึงออก
ชายหนุ่มเองก็คงเข้าใจความทุกข์ของเธอดี เขาจึงเอ่ยถามด้วยเสียงนุ่มนวลขึ้น
"อยากเล่าให้ผมฟังไหม ถ้าปัญหาที่คุณเจอมันหนักมาก ผมจะวนรถกลับไปส่งที่เดิม"
แก้วอัปสรนิ่งไปชั่วขณะ ในเสี้ยววินาทีหนึ่ง เธอกำลังชั่งใจว่าสิ่งที่เจอมันหนักหนาจนสมควรตายแล้วจริงหรือ เหมือนกับว่าคำพูดของผู้ชายคนนี้คือกุญแจที่ช่วยปลดล็อก...เตือนให้เธอนั้นมีสติ
"เงียบทำไมล่ะ หรือว่าไม่อยากตายแล้ว เล่าเร็วๆ นะถ้าช้าผมไม่วนรถให้แล้วมันไกล เปลืองน้ำมัน" เขาย้ำด้วยคำที่ออกกวนกันอยู่ไม่น้อย
หญิงสาวคิดอยู่สักพักก็รู้สึกว่าอยากระบาย อย่างน้อยการได้พูดออกไปก็คงดีกว่าเก็บไว้คนเดียว
"ฉันถูกใส่ร้ายว่าโกงเงินบริษัท"
แค่เปิดประเด็นชายหนุ่มคนขับก็รู้สึกว่าเรื่องที่เธอเจอมานั้นหนักจริงๆ เขาไม่พูดอะไรเพียงแต่ฟังเธอเล่าและขับรถไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย
"ฉันมันก็แค่พนักงานจนๆ จะเอาเงินที่ไหนไปต่อสู้คดีกับบริษัทใหญ่แบบนั้น ทีนี้คุณคิดว่าเรื่องที่ฉันเจอมันหนักพอจะวนกลับไปส่งที่เดิมหรือเปล่าล่ะ" เมื่อเล่าจบเธอยังไม่ลืมที่จะทวงถามคำสัญญาของเขา
"เล่นเล่าซะยืดยาว เราออกมาไกลจากสะพานนั่นจนข้ามคนละเขตแล้วมั้ง" ภวิศพูดเฉไฉ เขาคิดว่าเธอจะลืมเรื่องกระโดดสะพานไปแล้วเสียอีก
"คุณมีเงินให้ฉันยืมหรือเปล่า"
"ไม่มีให้ยืม"
"นั่นสินะ ใครมันจะบ้าให้คนแปลกหน้ายืมเงินกัน"
"ใช่ คุณคิดถูก"
เขาตอบสั้นๆ แต่แก้วอัปสรกลับสะเทือนใจ หญิงสาวพ่นลมหายใจร้อนๆ ทั้งน้ำตา มือเรียวยกขึ้นปาดน้ำตาร้อนระอุที่ไหลออกมาไม่หยุดอย่างน่าสังเวชตัวเอง
"ถึงไม่ให้ยืม แต่ก็มีงานเสนอให้ทำแลกกับการช่วยล้างมลทินให้ สนใจหรือเปล่า"
