บทที่ 4 ตอนที่2.2 ข้อเสนอที่ยากจะปฏิเสธ 2
"ถึงไม่ให้ยืม แต่ก็มีงานเสนอให้ทำแลกกับการช่วยล้างมลทินให้ สนใจหรือเปล่า"
แก้วอัปสรไม่ได้ตอบในทันที เธอคิดอย่างมีสติ มันดูไม่น่าเชื่อไปหน่อยไหมที่อยู่ดีๆ ก็เจอปัญหาอย่างหนักหนาสาหัส แล้วอยู่ๆ ก็มีใครก็ไม่รู้ยื่นมือมาช่วย แถมเมื่อสักครู่เธอยังกล้าถึงขั้นขอยืมเงินจากเขาอีกด้วย
"ทำไม? คุยกันมาตั้งนานไม่ไว้ใจผมแล้วเหรอ" ภวิศเอ่ยถามเมื่อเห็นสีหน้าอมทุกข์ของเธอ
"จะให้ไว้ใจได้ยังไง เราเพิ่งเจอกันไม่ถึงชั่วโมงเลย แล้วอยู่ดีๆ คุณก็โผล่มาตอนที่ฉันมีปัญหา มายื่นข้อเสนอที่จะช่วยเหลืออีก มันจะไม่แปลกเกินไปหน่อยเหรอคะ"
"แปลกตรงไหน" เขาย้อนมา "มันก็เหมือนกับคุณที่ถูกใส่ร้ายแบบสายฟ้าแล่บนั่นล่ะ มีใครบ้างจะรู้ล่วงหน้าว่าตัวเองจะเจอกับอะไร ทุกอย่างมันก็แค่เรื่องบังเอิญ"
แก้วอัปสรนิ่งเงียบ เธอคิดตามไปด้วย ก่อนจะเริ่มเบื่อหน่ายต่อความอ่อนแอของตัวเองเหลือเกิน บอกตามตรงมันท้อไปหมด จนมองเห็นอะไรก็ตีความเป็นเรื่องเลวร้าย
หญิงสาวทอดมองออกนอกหน้าต่างรถ ความมืดมิดที่มากับสายฝนชวนหดหู่ใจอย่างบอกไม่ถูก
หากเธอกระโดดลงแม่น้ำไป ความตายจะมาเยือนทันทีเลยไหม หรือว่าจะทรมานสุดแสนจากความเหน็บหนาว แล้วค่อยหมดลมไปอย่างช้าๆ
บัดนี้ทั้งลมฝน และผืนน้ำที่แสนเย็นเฉียบ มองไปก็ชวนให้ใจมันหนาวสั่นเสียอย่างนั้น
ยิ่งคิดไปเรื่อยๆ แก้วอัปสรก็เริ่มได้สติ เธอหันกลับมาสู่ความจริง โดยมีผู้ชายคนหนึ่งขับรถพาไปที่ใดก็ยังเดาไม่ออก
เขาไว้ใจได้จริงหรือ?
แก้วอัปสรครุ่นคิด ขนาดคนเห็นหน้าเห็นตาทำงานร่วมกันมาหลายปียังกลั่นแกล้งกันได้ลงคอ แล้วนับประสาอะไรกับคนแปลกหน้าที่เพิ่งเจอกันไม่กี่นาทีเล่า
ภวิศเองก็คงรับรู้ได้ถึงความระแวงของเธอ เขาถอนหายใจขณะเอ่ยขึ้นว่า
"ขอย้ำอีกครั้ง ผมแค่ขับรถผ่านมาเจอคุณกระโดดน้ำก็เลยช่วยไว้ตามสัญชาตญาณ และยังบังเอิญมารู้ว่าคุณกำลังมีปัญหาอยู่ ซึ่งปัญหาของคุณผมก็บังเอิญพอช่วยจัดการให้ได้อีก แต่มัน…ก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนกันหน่อย ก็แค่นั้น"
"ข้อแลกเปลี่ยน?"
เมื่อเห็นว่าหญิงสาวที่สิ้นไร้ไม้ตรอกให้ความสนใจในคำพูดของเขา ภวิศจึงเดินหน้าพูดในสิ่งที่เขาต้องการ
"แน่นอนว่าทุกอย่างไม่มีของฟรี ผมช่วยคุณ คุณก็ต้องช่วยผมเหมือนกัน และถึงมันจะเป็นข้อแลกเปลี่ยน แต่ผมก็ไม่ได้จะขอให้คุณช่วยเปล่าๆ มีค่าตอบแทนให้"
คำพูดของอีกฝ่ายยั่วยวนใจอยู่ไม่น้อย แก้วอัปสรนิ่งเงียบเพื่อทบทวนกับความคิดของเธอ ความคิดที่จะรับความช่วยเหลือจากคนแปลกหน้านั้น มันสมควรและปลอดภัยแน่หรือ
เธอรู้ว่าตัวเองในยามนี้ไม่สามารถเดินต่อไปในเส้นทางแห่งความสิ้นหวังนี้ได้ไหว และหากข้อเสนอของภวิศให้ความหวังแม้เพียงเศษเสี้ยวเดียวล่ะ เธอก็ควรพิจารณาเรื่องนี้ไม่ใช่หรือ
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แก้วอัปสรตัดสินใจพูดขึ้นในที่สุด น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความหวาดระแวงแต่ก็เจือปนด้วยความคาดหวัง
"ถ้าอย่างนั้นก็พูดข้อเสนอของคุณมา ถ้ามันโอเค ฉันก็อาจจะ...พิจารณาดู"
แก้วอัปสรพยายามจะพูดให้ตัวเองเป็นคนคุมเกม แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับภวิศ
ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มเมื่อรู้ว่าผู้หญิงคนนี้ยินดีที่จะเปิดใจรับฟัง เขาอธิบายถึงบทบาทของตัวเองในฐานะกรรมการบริหารของบริษัทส่งออกและประสบการณ์ของเขาในการรับมือกับสถานการณ์ที่ซับซ้อน
"ฟังแล้วคงคิดว่าชีวิตของผมมันดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบไปหมดใช่ไหมล่ะ"
เมื่อเล่าถึงประวัติชีวิตตัวเองโดยประมาณแล้ว เขาจึงได้เอ่ยถามขึ้น เพื่อเช็กว่าหญิงสาวที่บังเอิญช่วยชีวิตยังคงตั้งใจฟังอยู่
"ใช่ ฉันยังมองไม่เห็นปัญหาอะไรเลย" หญิงสาวตอบโดยไม่ต้องคิด
"คนเรามันก็มีปัญหากันทั้งนั้นแหละ ด้วยความที่ผมต้องทำงานอย่างหนัก ทำให้ไม่มีเวลาสนใจเรื่องอื่น ผมก็เลยยังไม่มีครอบครัว และนี่แหละปัญหาของผม"
"ปัญหา? ปัญหาอะไร จะให้ฉันช่วยเป็นแม่สื่อติดต่อผู้หญิงให้คุณหรือไง ฉันทำไม่ได้หรอกนะ..."
"เลิกคิดไปเองก่อนสิ" ภวิศแย้งขึ้นเมื่อเห็นว่าแก้วอัปสรประติดประต่อเรื่องเอาเองจนหลงประเด็นไปใหญ่แล้ว
"คุณย่าของผมอยากมีหลาน แต่ว่าผมยังไม่อยากจะแต่งงานมีครอบครัวก็ละเลยเรื่องนี้มานานจนตอนนี้คุณย่าก็จากไปแล้ว ผมจึงอยากหาผู้หญิงสักคนมาท้องให้น่ะ"
"หาคนมาท้อง?!"
หญิงสาวเบิกตากว้าง นี่เขาคงไม่ได้กำลังหมายถึง...จะจ้างเธออุ้มบุญหรอกใช่ไหม แก้วอัปสรคิดในใจอย่างไม่อยากเชื่อกับเรื่องกังวลของอีกฝ่าย
"แน่ล่ะ ใครฟังก็ต้องตกใจ ทีนี้คุณคิดว่าปัญหาของผมเล็กกว่าของคุณหรือเปล่าล่ะ"
ไม่มีเสียงตอบจากคนฟัง ภวิศจึงเอ่ยขึ้นมาใหม่ "ผมเคยเสนอเรื่องนี้กับผู้หญิงหลายคนแล้ว ไม่มีใครยอมรับเงื่อนไขเลยสักคน ก็เลยลองถามคุณดูเห็นว่ากำลังลำบาก ผมมีค่าตอบแทนให้...สิบล้าน"
แก้วอัปสรอ้าปากกว้างเมื่อได้ยินจำนวนเงิน
สถานการณ์กดดันนี้ทำให้เธอต้องพิจารณาข้อเสนออย่างจริงจัง เธอคิดถึงข้อกล่าวหาที่กำลังจะถูกฟ้อง คำใส่ร้ายที่ทำให้ชื่อของเธอมัวหมอง และอนาคตอันมืดมนที่ต้องเผชิญหากเธอไม่รับโอกาสนี้ไว้
"ลำพังค่าจ้างสิบล้าน...ก็ว่ามันเยอะมากแล้ว แล้วไหนคุณจะช่วยฉันพิสูจน์ตัวเองกับบริษัทอีก คุณไม่คิดว่าตัวเองเสียเปรียบหรือไง" เธอถามอย่างระแวดระวัง สายตาสอดส่องใบหน้าของภวิศเพื่อดูปฏิกิริยาจากเขา
"สิ่งที่ผมต้องการคือลูก ลูกเท่านั้น ลูกที่มาจากวิธีธรรมชาติ และสิทธิในตัวลูกจะเป็นของผมแต่เพียงผู้เดียว หลังจากที่คุณคลอดเด็กออกมา คุณมีหน้าที่แค่พักฟื้น พอร่างกายแข็งแรงแล้วก็รับเงิน แล้วออกจากชีวิตของผมกับลูกไปตลอดกาล"
