บทที่ 6 ตอนที่3.1 เปลี่ยนเป็นคนละคน 1

ตอนที่3 เปลี่ยนเป็นคนละคน

หลังจากทนายของภวิศได้จัดทำเอกสารสัญญาเรียบร้อยดีแล้ว ชายหนุ่มได้นัดพบแก้วอัปสรที่บ้านของเขา ซึ่งเป็นสถานที่ที่พวกเขาจะสามารถพูดคุยถึงข้อตกลงร่วมกันได้อย่างราบรื่นโดยปราศจากสายตาของคนอื่น

"นี่เป็นเอกสารสัญญา หวังว่าอดีตหัวหน้าแผนกบัญชีอย่างคุณจะอ่านทุกอย่างครบถ้วนและไม่ตกหล่น เราจะได้ไม่มีปัญหากันทีหลัง"

ภวิศนั่งตรงข้ามกัน ยื่นเอกสารให้แก้วอัปสรซึ่งเป็นสัญญาที่ระบุข้อตกลงระหว่างพวกเขา

ในแวบแรกที่แก้วอัปสรเห็นเอกสาร เธอรู้สึกว่ามันหนาเสียจนไม่อยากอ่าน แต่ก็อย่างที่ภวิศบอก เธอควรอ่านทุกหน้าให้ชัดเจนและไม่ตกหล่น

ชายหนุ่มไม่ได้กดดันให้คู่สัญญาของเขารีบร้อน เพราะต้องการให้เธออ่านมันอย่างละเอียด ส่วนตัวเขานั่งจิบกาแฟดำเงียบๆ เพื่อรอให้แก้วอัปสรอ่านจนจบ

ดวงตาของแก้วอัปสรกวาดมองสัญญาไปทีละบรรทัด หัวใจมันเต้นแรงด้วยความหวาดหวั่นและความตกใจในเงื่อนไขที่บางข้อก็ดูอนาจารเกินไป

อย่างเช่นข้อที่บอกว่าเธอจะต้องนอนร่วมเตียงกับเขาและทำลูกห้าวันต่อสัปดาห์ เพื่อแลกกับความช่วยเหลือจากเขาที่เธอได้ขอเอาไว้

หากแก้วอัปสรเคยมีแฟนก็ยังไม่รู้เลยว่าตัวเธอจะกล้าหลับนอนกับแฟนหนุ่มได้ถี่อย่างในสัญญาระบุมาหรือเปล่า มันดูเป็นงานหินที่ชวนใจสั่นสะท้านยิ่งกว่ากระโดดน้ำจนหนาวตายเสียอีก

โดยเฉพาะกับเงื่อนไขอื่นๆ นี่ด้วย

มีหลายข้อที่แก้วอัปสรแสดงความไม่พอใจออกมาทางสีหน้าและแววตา แต่เธอก็ยังไม่พูดอะไร มีเพียงความรู้สึกที่ว่า

ยิ่งอ่าน ยิ่งปวดหัว

นี่มันสัญญาทาสชัดๆ ไม่แปลกเลยที่หาคนมาทำไม่ได้

แต่ถึงแม้จะคิดแง่ลบอย่างนั้น หญิงสาวก็ยังคงมองว่าสัญญาไม่ได้เอาเปรียบเธอมากนัก เพราะเธอมีเงื่อนไขเพิ่มเติมคือขอให้ภวิศช่วยลบคำครหาเรื่องโกงเงิน และไหนจะเงินค่าจ้างสิบล้านที่เธอยังคงได้รับอีก ซึ่งทุกอย่างก็ได้ระบุเอาไว้ในเอกสารสัญญาอย่างละเอียดครบถ้วน

"ฉันโอเคกับสัญญา ไม่มีข้อไหนที่รู้สึกติดขัด" เมื่ออ่านจนครบดีแล้ว แก้วอัปสรจึงได้พูดขึ้น

"ข้อไหนที่คุณไม่สะดวก สามารถขอแก้ไขได้นะ นี่คือทนายเจนภพเขาเป็นคนจัดทำเอกสารสัญญานี้ขึ้นมา"

แก้วอัปสรหายใจเข้าลึกๆ เงยหน้าขึ้นมองภวิศ สายตาเต็มไปด้วยความหนักแน่น เธอรู้ว่านี่คือช่วงเวลาสำคัญช่วงหนึ่งที่จะกำหนดเส้นทางการทำงานในอนาคต แก้วอัปสรเข้าใจถึงความเสี่ยงของการรับงานนี้ดี แต่เธอไม่สามารถปล่อยให้ความกลัวรั้งตัวเองไว้ได้อีกต่อไป

ถ้าเปลี่ยนใจไม่อยากตาย...ก็ต้องเดินหน้าต่อ มีอะไรให้ต้องลังเลอีกเล่า

"ค่ะ ฉันอ่านดีแล้วทุกข้อ ทุกบรรทัด ไม่มีข้อไหนติดใจหรือต้องการจะแก้"

"ถ้าอย่างนั้นก็ดี ถือว่าที่ผมลงมือไปไม่ได้สูญเปล่า"

ภวิศมักเป็นคนที่ชอบทำให้คนฟังประหลาดใจว่าเขากำลังพูดถึงเรื่องอะไรอยู่ หญิงสาวแสดงความสงสัยออกมาทางสีหน้าอย่างชัดเจน จนทำให้ภวิศรับรู้ได้

"ผมส่งคนไปรวบรวมหลักฐานเรื่องที่คุณถูกกล่าวหามาเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่คุณเซ็นสัญญานี้ ผมจะส่งคนเข้าไปเจรจากับบริษัท เพื่อให้เพิกถอนคำกล่าวหา และชดเชยค่าเสียหายให้กับคุณ ถ้าทางนั้นไม่ยอมง่ายๆ ก็คงต้องยื่นฟ้อง"

"ดูคุณมั่นใจจังเลยนะคะว่ามันจะสำเร็จ"

ภวิศบิดมุมปากขึ้นยิ้มขณะที่เขาจิบกาแฟดำ "คุณคงลืมไปแล้วว่าผมมีอำนาจแทรกซึมในหลายหน่วยงาน เรื่องพวกนี้ แค่กระดิกนิ้วเพียงครั้งเดียว ทุกอย่างจะพลิกกลับตาลปัตรเหมือนว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นเลยล่ะ"

คำพูดที่มีพลังอำนาจนั้นทำเอาแก้วอัปสรหมดข้อสงสัยในความสามารถของอีกฝ่าย แต่ยังคงไม่ใช่กับอีกประเด็นที่เธอยังแคลงใจอยู่

"แล้ว...เหตุผลอะไรกันที่ทำให้คุณมั่นใจว่าฉันจะยอมทำงานให้คุณ"

ด้วยความเป็นคนช่างสังเกตแก้วอัปสรจึงได้พูดขึ้น เธอรู้สึกเหมือนว่าภวิศจะมั่นใจเหลือเกินว่าเธอจะยอมทำงานนี้ ตั้งแต่ตอนที่คุยกันเมื่อคืนก่อนนั้นแล้ว

"คุณต้องการความช่วยเหลือนี่ และปัญหาของคุณ…คุณก็ดูจะแก้เองไม่ได้ ผมถึงได้มั่นใจว่าคุณจะทำงานให้ผมแน่ๆ" ภวิศตอบ ซึ่งเหตุผลของเขาก็ลบความแคลงใจของหญิงสาวไปได้เกินครึ่ง

แก้วอัปสรพยักหน้าตอบรับคำอธิบายของอีกฝ่าย ชายหนุ่มรู้สึกโล่งใจ เขาเห็นไฟในตัวแก้วอัปสร พลังที่ทำให้เธอก้าวต่อไปได้แม้ในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุด เขาเชื่อในความสามารถของเธอ การสืบเรื่องงานจากบริษัทเก่าทำให้เขาได้รู้จักตัวตนของเธอมากขึ้นด้วย

ปากกาในมือของแก้วอัปสรจรดลงนามในสัญญาอย่างรอบคอบ

เมื่อหมึกบนหน้ากระดาษที่สลักชื่อของคนทั้งสองแห้งลง ความรู้สึกเหมือนถูกโซ่ตรวนพันธนาการร่างกายก็ปรากฏขึ้นกับแก้วอัปสร

หลายอย่างในสัญญาเธอไม่พอใจอย่างมาก แต่เพราะอยากลบมลทินให้ตัวเองเหลือเกินถึงได้จำใจยอม

"หลังจากนี้ก็เตรียมย้ายของจำเป็นเข้ามาอยู่ที่นี่ได้เลย จะให้คนเตรียมห้องไว้ให้"

น้ำเสียงของภวิศดูจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย มันฟังดูแข็งขึ้น และห่างเหินมากขึ้นอย่างน่าประหลาด เขาเน้นเสียงตรงคำว่า ‘จำเป็น’ จนคนฟังเข้าใจได้เองอัตโนมัติว่าไม่ควรเอาข้าวของติดตัวมามากเกินไป

"แล้ว...ในสัญญาบอกว่าฉันต้องช่วยงานบ้านของคุณด้วย ใช่ไหม"

"ใช่"

"แล้วก็ยังต้อง...ทำงานเลขาให้คุณอีก ใช่ไหม"

"ใช่"

"แต่ว่าแค่งานเลขามันก็ทำจนหมดวันแล้ว เวลาเข้าออกงานก็ตามพนักงานปกติ ถ้าเกิดวันไหนมีโอทีอีก..."

"ผมบอกคุณไปแล้วนี่ ถ้าต้องการแก้ไขสัญญาให้แจ้งตั้งแต่ก่อนเซ็น"

++++

ฝากคอมเม้น กดใจ กดเข้าชั้นด้วยนะคะ มีดูคนเปลี่ยนไปกันค่ะ 🤣🤣

บทก่อนหน้า
บทถัดไป