บทที่ 3 ตอนที่ 3 ก้าวสู่กรงทอง

ตอนที่ 3 ก้าวสู่กรงทอง

รถยนต์คันหรูแล่นผ่านประตูรั้วเหล็กดัดสีดำสนิทเข้ามาจอดที่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ พลอยไพลินก้าวลงจากรถพร้อมกระเป๋าใบเดิมที่กอดไว้แน่น สายตามองสำรวจความหรูหราตรงหน้าด้วยความรู้สึกอึดอัดมากกว่าตื่นตาตื่นใจ

“เชิญครับคุณพลอย” ธันวาเดินนำเธอเข้าไปในโถงบ้านที่กว้างขวาง

ที่โซฟากลางห้องโถง ภิภัทรนั่งไขว่ห้างถือไอแพดอยู่ในมือ เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนเสื้อแบบสบายๆ แต่รังสีความน่ากลัวยังคงกระจายอยู่รอบตัว เมื่อเห็นร่างเล็กก้าวเข้ามา สายตาคมกริบก็ละจากหน้าจอแล้วตวัดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า

“มาแล้วเหรอ? ชักช้าจริง” ภิภัทรเปิดฉากพ่นคำพูดเย็นชา วางไอแพดลงบนโต๊ะเสียงดัง

“พลอยก็มาตามเวลาที่รถของคุณไปรับนี่คะ ไม่ได้ชักช้าเลย” พลอยไพลินเถียงกลับน้ำเสียงเรียบ

“อย่ามาปากดีพลอยไพลิน มาถึงวันแรกก็คิดจะต่อปากต่อคำกับฉันเลยหรือไง” ภิภัทรลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินเข้ามายืนค้ำหัวเด็กสาว สายตาคมเข้มจ้องเขม็งราวกับจะขู่ให้เธอหวาดกลัว “อยู่ที่นี่ห้ามทำตัวมีปัญหา ฉันไม่ใช่สถานสงเคราะห์ที่จะใจดีกับเด็กไม่มีที่ไปที่มาอย่างเธอ”

“พลอยทราบดีค่ะ ว่าตัวเองมาอยู่ในฐานะอะไร และพลอยก็ไม่ได้ขอให้คุณมาทำตัวเป็นสถานสงเคราะห์ด้วย”

“รู้ก็ดี” ภิภัทรแค่นยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ริม “จำใส่หัวไว้ด้วยว่าคฤหาสน์หลังนี้ต้อนรับเฉพาะคนที่มีประโยชน์ ส่วนเด็กขัดดอกที่มีดีแค่ชื่ออย่างเธอ... ถ้าทำตัวน่ารำคาญหรือสร้างความเดือดร้อนให้ฉันแม้แต่นิดเดียว ฉันจะโยนเธอออกไปนอนข้างถนนทันที”

“ค่ะ พลอยจะอยู่เงียบๆ ในมุมของพลอย จะไม่สร้างปัญหาให้คุณภิภัทรต้องรำคาญใจเด็ดขาด” พลอยไพลินเม้มริมฝีปากแน่น สบตาเขาอย่างตรงไปตรงมาไม่มีวี่แววหวาดกลัวเลยสักนิด

ชายหนุ่มเลิกคิ้วสูง รู้สึกมันเขี้ยวกับความอวดดีของเมียเด็กคนนี้เหลือเกิน เขาก้าวเข้าไปใกล้เธอจนเกือบจะชิดร่างเล็ก ทำให้พลอยไพลินเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าว

“เงียบให้ตลอดแล้วกัน อย่าให้ฉันเห็นว่าแอบไปบีบน้ำตาร้องไห้เรียกร้องความสนใจล่ะ ฉันเกลียดน้ำตาผู้หญิง มันน่าสมเพช!”

“ไม่มีวันนั้นแน่นอนค่ะ”

“ธันวา!” ภิภัทรหันไปเรียกมือขวาเสียงเข้ม “พาเธอขึ้นไปห้องพักซะ แล้วบอกกฎของบ้านนี้ให้เธอฟังอย่างละเอียด อย่าให้ตกหล่นแม้แต่ข้อเดียว”

“ครับนาย เชิญครับคุณพลอย”

ธันวาเดินนำพลอยไพลินขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน ทิ้งให้มาเฟียหนุ่มใหญ่ยืนมองตามแผ่นหลังบางด้วยสายตาที่อ่านได้ยาก ก่อนที่เขาจะพึมพำกับตัวเองเบาๆ

“เด็กอวดดี ดูซิว่าจะทนได้สักกี่น้ำ”

ชั้นสองของคฤหาสน์

บนชั้นสองของคฤหาสน์ ธันวาเปิดประตูห้องพักห้องหนึ่งที่ค่อนข้างกว้างขวาง แต่ตกแต่งด้วยโทนสีเทาดำดูเคร่งขรึม มีเฟอร์นิเจอร์ครบครันแต่กลับไร้ชีวิตชีวา

“นี่คือห้องพักของคุณพลอยครับ” ธันวาเอ่ยพูดน้ำเสียงอย่างสุภาพ ต่างจากเจ้านายของเขาสิ้นดี

“ขอบคุณค่ะคุณธันวา แล้วกฎที่คุณภิภัทรบอก... คืออะไรบ้างคะ” พลอยไพลินหันมาเอ่ยถามถึงกฎที่ภิภัทรพูดทิ้งไว้

ธันวากระแอมกระไอเล็กน้อย ก่อนที่จะหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมา

“ข้อแรก... ห้ามคุณพลอยเข้าไปในเขตห้องนอนและห้องทำงานส่วนตัวของคุณภิภัทรเด็ดขาด หากไม่ได้รับอนุญาต ข้อสอง... ห้ามกลับบ้านเลทเกินสองทุ่ม ยกเว้นมีกิจกรรมของมหาวิทยาลัยแต่ต้องแจ้งผมล่วงหน้า ข้อสาม... ห้ามพาคนนอก โดยเฉพาะเพื่อนผู้ชายเข้ามาในคฤหาสน์นี้เด็ดขาดครับ”

“แล้วถ้าเป็นเพื่อนผู้หญิงล่ะคะ”

“ต้องขออนุญาตคุณภิภัทรก่อนครับ... และข้อสุดท้าย ซึ่งสำคัญที่สุด” ธันวาสบตาเธอด้วยสีหน้าจริงจัง “ต่อหน้าคนของตระกูล หรือเวลาออกงานสังคม คุณพลอยต้องแสดงตัวเป็นภรรยาที่รักและเคารพคุณภิภัทรอย่างที่สุด ห้ามแสดงท่าทางห่างเหินให้ใครจับพิรุธได้เด็ดขาดครับ”

“ภรรยาที่รักงั้นเหรอคะ ทั้งที่ความจริงเขาเห็นฉันเป็นแค่ไม้กันหมา” พลอยไพลินเหยียดยิ้มสมเพชตัวเอง

“ถึงคุณภิภัทรจะปากร้าย... แต่จริงๆ แล้วถ้าคุณภิภัทรพูดอะไร ขอให้คุณพลอยทำตามจะปลอดภัยที่สุดครับ” ธันวาเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี “พักผ่อนตามสบายนะครับ ตอนเย็นจะมีแม่บ้านมาเรียกไปทานข้าว”

“ขอบคุณค่ะ”

เมื่อประตูห้องปิดลง พลอยไพลินทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงกว้าง ความเงียบเข้าจู่โจมจนขอบตาร้อนผ่าว แต่เธอรีบกะพริบตาถี่ๆ ไล่น้ำตาออกไปทันที

“ห้ามร้องไห้เด็ดขาดพลอยไพลิน... เธอต้องเรียนให้จบ แล้วออกไปจากนรกแห่งนี้ให้ได้” เธอให้กำลังใจตัวเองเสียงแผ่ว

เวลาล่วงเลยผ่านไป จนถึงช่วงค่ำที่ห้องอาหารหรู โต๊ะอาหารยาวเหยียดมีอาหารราคาแพงวางอยู่ห้าหกอย่าง ภิภัทรนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะในชุดที่เปลี่ยนใหม่แล้ว พลอยไพลินเดินเข้ามาอย่างเจียมตัวและเลือกนั่งลงบนเก้าอี้ที่ห่างออกไปถึงสองตัว

ภิภัทรตวัดสายตามองค้อนใส่เธอทันที

“นั่งซะไกลขนาดนั้น กลัวฉันจะคาบเธอไปกินหรือไง? ขยับมานั่งข้างๆ นี่!”

“แต่ตรงนี้ก็ทานสะดวกดีค่ะ”

“ฉันสั่งให้ขยับมานั่งนี่!” ชายหนุ่มตบโต๊ะเสียงดัง สั่งด้วยน้ำเสียงเผด็จการ “ต่อไปนี้เวลากินข้าว เธอต้องนั่งข้างฉัน คอยตักอาหารให้ฉัน ทำหน้าที่เมียให้มันคุ้นมือ เผื่อวันไหนออกงานจะได้ไม่ทำฉันขายหน้า”

พลอยไพลินจำใจลุกขึ้นขยับมานั่งเก้าอี้ข้างๆ เขา เธอยื่นมือไปจับทัพพีแล้วตักข้าวให้กับเขาช้าๆ

“พอใจหรือยังคะ”

“ตักข้าวแค่นี้ทำเป็นมือสั่น ทีเวลาเถียงล่ะปากเก่งนักนะ” ภิภัทรเหน็บแนม ริมฝีปากหนาชิมอาหารไปคำหนึ่งก่อนจะขมวดคิ้ว “แล้วทำไมทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้ ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเธอเลยนะ”

“พลอยไม่ได้จะร้องไห้ค่ะ พลอยแค่...”

“แค่คิดถึงบ้าน? หรือคิดถึงพ่อที่ทิ้งเธอไป” เขาเอ่ยพูดแทงใจดำอย่างเยือกเย็น “เลิกดราม่าไร้สาระได้แล้วพลอยไพลิน ที่นี่คือความจริง เงินห้าล้านของฉันซื้อชีวิตเธอมาแล้ว เพราะฉะนั้นทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี ทานข้าวซะ ผอมแห้งจับไปมีแต่กระดูกแบบนี้ พาออกงานคนเขาจะหาว่าฉันเลี้ยงเมียไม่ดี”

พลอยไพลินสูดหายใจเข้าลึกๆ ข่มความเสียใจไว้ใต้ท่าทีที่นิ่งสงบ เธอตักข้าวเข้าปากเงียบๆ ไม่ต่อปากต่อคำกับเขาอีก

ชายหนุ่มแอบชำเลืองมองใบหน้าหวานที่ดูหม่นหมองลง ใจหนึ่งก็รู้สึกหงุดหงิดที่เธอไม่เถียงต่อ

“พรุ่งนี้ต้องเรียนใช่ไหม” ภิภัทรทำเป็นเอ่ยถามน้ำเสียงเรียบ

“ค่ะ”

“เดี๋ยวให้ธันวาไปส่ง ห้ามไปรถเมล์หรือรถสาธารณะเด็ดขาด”

“แต่พลอยไปเองได้นะคะ คฤหาสน์คุณอยู่ไกลก็จริง แต่พลอยต่อรถไฟฟ้าได้...”

“ฉันสั่งคำไหนต้องเป็นคำนั้นพลอยไพลิน!” ภิภัทรหันมาถลึงตาใส่ ขู่ด้วยน้ำเสียงเข้มขึ้น “เมียของภิภัทร จะต้องไม่มีใครเห็นว่าไปยืนโหนรถเมล์ซอมซ่อให้เสื่อมเสียเกียรติของฉัน จำใส่หัวเอาไว้!”

“ค่ะ... พลอยจะทำตามคำสั่งของคุณทุกอย่างค่ะ คุณจอมบงการ” พลอยไพลินประชดเสียงเบาในประโยคท้าย เพื่อให้คนที่ชอบบงการไม่ได้ยินประโยคนี้

“เธอว่าอะไรนะ?!”

“ไม่มีอะไรค่ะ ขอตัวขึ้นห้องก่อนนะคะ” พลอยไพลินวางช้อน รวบผ้าเช็ดปากแล้วลุกเดินหนีขึ้นชั้นบนทันที

ภิภัทรมองตามร่างบางที่เดินลิ่วๆ ขึ้นบันไดไป มาเฟียหนุ่มเคี้ยวข้าวในปากด้วยความฉุนเฉียว มือหนากระแทกแก้วน้ำลงบนโต๊ะจนน้ำกระฉอกหกเล็กน้อย

“เด็กบ้า!! ปากดีไม่มีใครเกินจริงๆ”

แม้ปากจะบ่นว่าน่ารำคาญ แต่สายตาเขากลับยังคงจับจ้องไปยังทิศทางที่เธอเดินหายไป คฤหาสน์หลังนี้อาจจะขังเธอไว้ได้ตามสัญญา แต่นับจากวันนี้เป็นต้นไปเธออาจจะหาวิธีแผลงฤทธิ์ออกมาก็ได้ ใครจะไปรู้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป