บทที่ 5 ตอนที่ 5 ปั่นประสาท

ตอนที่ 5 ปั่นประสาท

เวลาสองทุ่มตรงเป๊ะ รถหรูแล่นเข้ามาจอดสนิทหน้าคฤหาสน์ ภิภัทรที่นั่งรออยู่ที่โซฟาตัวเดิมตั้งแต่หกโมงเย็นชำเลืองมองนาฬิกาข้อมือ ใบหน้าคมเคร่งขรึมบึ้งตึง นัยน์ตาฉายแววหงุดหงิดทันที

แกร๊ก!

ประตูเปิดออก พลอยไพลินก้าวเข้ามาในบ้านด้วยท่าทางสบายๆ แต่สิ่งที่ทำให้มาเฟียหนุ่มถึงกับควันออกหู คือชุดนักศึกษาทรงเอที่สั้นขึ้นกว่าเมื่อเช้าเล็กน้อย กระดุมเม็ดบนถูกปลดออก และในมือถือถุงขนมพลาสติกราคาถูกติดมือมาด้วย

“กลับมาแล้วค่ะ คุณสามี” พลอยไพลินเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงระรื่น ใบหน้าหวานประดับรอยยิ้มกวนประสาท

ภิภัทรลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้าไปหาเมียเด็กทันที

“นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว แล้วทำไมแต่งตัวแบบนี้!”

“สองทุ่มตรงเป๊ะค่ะ ไม่เลทแม้แต่วินาทีเดียว” พลอยไพลินยื่นข้อมือให้ดูนาฬิกา “ส่วนชุด... เพื่อนๆ ที่คณะบอกว่าเมื่อเช้าหนูแต่งตัวเชยมากค่ะ หนูเลยปลดกระดุมออกนิดหน่อย ลมมันเย็นดีค่ะ”

“พลอยไพลิน!” ภิภัทรตวาดเสียงดังลั่น คว้าข้อมือบางเอาไว้ทันที “ใครสั่งให้เธอไปฟังคนอื่น ฉันสั่งให้แต่งยังไงก็ต้องแต่งแบบนั้น ปลดกระดุมทำไม อยากให้ไอ้พวกผู้ชายหน้าไหนมันมองนักหรือไง!”

“อ้าว!~ ก็คุณภัทรบอกเองไม่ใช่เหรอคะว่าไม่อยากให้หนูทำคุณขายหน้า หนูก็แค่ทำตัวให้กลมกลืนกับวัยรุ่นวัยเดียวกัน” พลอยไพลินแกล้งทำตาซื่อ ตาหวานช้อนมองเขาอย่างท้าทาย “วันนี้ที่คณะมีแต่คนชมค่ะว่าหนูสวยมาก โดยเฉพาะพี่ๆ ปีสี่... เข้ามาขอไลน์กันเต็มเลย”

“พลอย!” ภิภัทรบีบข้อมือแน่นขึ้น “ถ้าเธอแอบแจกไลน์ให้ไอ้หน้าตัวเมียพวกนั้น ฉันจะสั่งให้คนของฉันไปจัดการพวกมัน”

“โอ๊ย! คุณภัทรคะ หนูเจ็บนะ” พลอยไพลินแกล้งร้องเสียงอ่อย แต่แววตากลับสนุกที่ปั่นหัวเขาได้สำเร็จ “หนูเป็นเด็กดีจะตายค่ะ ไม่ได้ให้ไลน์ใครเลย... แต่หนูให้เฟซบุ๊กไปแทน สะดวกกว่าเยอะค่ะ”

“พลอยไพลิน!!” ภิภัทรหน้าแดงระเรื่อด้วยความโมโห “เธอกล้าดียังไง ถึงกล้ามาลองดีกับฉัน ลบทิ้งเดี๋ยวนี้!”

“ไม่ลบค่ะ เรื่องส่วนตัวของหนู” พลอยไพลินสะบัดมือออกสำเร็จ เธอเดินเลี่ยงไปที่ห้องอาหารแล้ววางถุงขนมลงบนโต๊ะ “หิวจังเลยค่ะ วันนี้ป้าสายทำอะไรกินคะ... อ้าว ต้มยำกุ้งน้ำใสเหรอ หนูไม่อยากกินเลยค่ะ ซื้อส้มตำปูปลาร้าหน้าปากซอยมา กลิ่นนัวมาก คุณภัทรลองชิมไหมคะ”

ภิภัทรเดินตามเข้ามา มองถุงส้มตำราคาหลักสิบบนโต๊ะหรูด้วยสายตารังเกียจ

“เอาขยะพวกนี้ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้ กลิ่นเหม็นน่ารำคาญ!”

“ขยะที่ไหนกันคะ นี่มันอาหารระดับจิตวิญญาณเลยนะ” พลอยไพลินแกะถุงเทใส่จานหรูอย่างไม่แคร์ “อ้อ... ลืมไป คุณอายุเยอะแล้ว คงกินของแซ่บๆ แบบวัยรุ่นไม่ได้ ธาตุคงจะอ่อน กินแล้วระวังท้องเสียนะคะลุงพัทธภัทร”

คำว่า ‘ลุง’ และ ‘อายุเยอะ’ เหมือนเป็นมีดแทงใจมาเฟียหนุ่ม ภิภัทรเดินเข้ามาประชิดตัวเธอจนแผ่นหลังบางติดกับขอบโต๊ะอาหาร ชายหนุ่มเท้าแขนสองข้างกักตัวเธอไว้

“เมื่อกี้เธอเรียกใครลุง?” ภิภัทรเค้นเสียงต่ำ “อยากลองดีใช่ไหมพลอยไพลิน”

“ก็เรียกคุณนั่นแหละค่ะ ห่างกับหนูตั้งสิบห้าปี ไม่ให้เรียกลุงจะให้เรียกพี่ภัทรขาเหรอคะ ฝันไปเถอะค่ะ” พลอยไพลินเชิดหน้าสบตาอย่างท้าทาย ไม่มีแววเกรงกลัวเลยสักนิดเดียว “ปล่อยค่ะ หนูจะกินส้มตำ”

“ฉันไม่ปล่อย! และห้ามกินไอ้กุ้งหอยปูปลาเน่าๆ นี่ด้วย!” ภิภัทรปัดจานส้มตำเลื่อนออกไปไกลๆ “กลิ่นเหม็นติดปาก ถ้าคืนนี้กลิ่นมันรบกวนฉัน เธอโดนดีแน่”

“รบกวนคุณ? จะรบกวนได้ยังไงคะ ในเมื่อเราแยกห้องนอนกัน หรือว่า... คุณภัทรอยากมานอนห้องเดียวกับหนู เหมือนที่โกหกคุณหญิงมณีจันทร์เมื่อเช้าเหรอคะ?”

ชายหนุ่มชะงักทันที ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ก่อนจะรีบเปลี่ยนเป็นความแข็งกระด้าง ปากแข็งเป็นหินตามเดิม

“เหยียดหยามฉันเกินไปแล้วพลอยไพลิน! เด็กผอมแห้งไม่มีส่วนเว้าส่วนโค้งแบบเธอ ต่อให้แก้ผ้าเดินผ่านหน้าฉัน ฉันยังไม่ชายตามองเลยด้วยซ้ำ! ที่ฉันพูดเมื่อเช้ามันคือละคร”

“อ๋อ ละคร... งั้นก็โล่งอกไปค่ะ” พลอยไพลินแกล้งถอนหายใจยาวๆ “เพราะหนูก็กลัวเหมือนกันว่าลุงแก่ๆ จะตบะแตก ขืนมาแตะต้องเนื้อตัวหนู หนูจะฟ้องคุณธันวาว่าคุณผิดสัญญาข้อแรก!”

“พลอยไพลิน!! เธอหาว่าฉันแก่หลายรอบแล้วนะ” ภิภัทรบดกรามแน่น ความอดทนสิ้นสุดลง มือหนาคว้าเอวบางดึงกระชากเข้าหาตัวจนเนื้อตัวแนบชิดกัน หญิงสาวส่งเสียงร้องด้วยความตกใจเมื่อใบหน้าคมเข้มโน้มลงมาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนๆ

“อยากรู้ไหมว่าคนแก่... เขามีวิธีจัดการกับเด็กปากดีที่ชอบปั่นประสาทเจ้าหนี้ยังไง?”

ดวงตากลมโตสั่นระริกเมื่อเจอโหมดจริงจังของพยัคฆ์ร้าย แต่เธอก็ยังใจดีสู้เสือ

“คุณไม่กล้าทำอะไรหนูหรอกค่ะ เพราะคุณมัน... คนปากเก่ง!”

“งั้นก็ลองดู!”

ภิภัทรขยับริมฝีปากประชิดหมายจะสั่งสอนเด็กดื้อให้เข็ดหลาบ

ทว่าพลอยไพลินกลับไว ตีกระเป๋าแบรนด์เนมใบใหม่ระเบิดใส่หน้าอกเขาเต็มแรงพร้อมกับเอื้อมมือไปคว้าชามต้มยำกุ้งทำท่าจะสาดใส่เสื้อสูทราคาแพงของเขา

“ถ้าคุณจูบหนู... เสื้อสูทตัวละแสนของคุณพังแน่ค่ะ” พลอยไพลินขู่

ภิภัทรชะงัก สายตามองชามต้มยำสลับกับใบหน้าหวานที่สู้ยิบตา มาเฟียหนุ่มยอมปล่อยมือช้าๆ

“หึ! ฝากไว้ก่อนเถอะพลอยไพลิน ดื้อด้านไม่มีใครเกิน!” ภิภัทรสะบัดหน้าหนี หันหลังกลับ เดินกระแทกเท้าออกจากห้องอาหารไปด้วยความหงุดหงิด

คนตัวเล็กมองตามแผ่นหลังกว้างแล้วหลุดหัวเราะคิกคักสะใจ เธอขยับเสื้อนักศึกษาให้เข้าที่ก่อนจะคว้าเอาจานส้มตำกลับมาตรงหน้า

“ชนะใสๆ ค่ะลุงภัทรปากร้าย... คืนนี้ก็นอนอกแตกตายไปเถอะ!”

สงครามประสาทในห้องอาหารจบลงด้วยชัยชนะย่อยๆ ของเมียเด็ก แต่คนอย่างภิภัทรไม่มีทางยอมให้อีกฝ่ายนั่งกินส้มตำอย่างสบายใจได้นาน

เพียงครู่เดียวมาเฟียหนุ่มก็เดินกระแทกเท้ากลับเข้ามาในห้องอาหารอีกครั้ง หลังจากถอดเสื้อสูทตัวนอกทิ้งไว้ที่โซฟา เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทที่ปลดกระดุมคอเสื้อออกสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและรอยสักจางๆ ที่โผล่พ้นร่มผ้า

เขานั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม กอดอก จ้องมองเด็กสาวที่กำลังเคี้ยวส้มตำตุ้ยๆ ด้วยสายตาจับผิด

“กินเข้าไปได้ยังไง ของไร้สาระ” ภิภัทรเปิดฉากพ่นคำพูดทันที “กลิ่นคลุ้งไปทั้งห้องอาหาร พรุ่งนี้ฉันต้องสั่งให้คนมาพ่นสเปรย์ฆ่าเชื้อใหม่ทั้งหมด”

พลอยไพลินเงยหน้าขึ้นมา จ้องตาใสพลางซดน้ำส้มตำโชว์ไปหนึ่งที

“อร่อยจะตายค่ะ ของดีราคาประหยัด คนรวยๆ อย่างคุณไม่เข้าใจหรอกค่ะ วันๆ กินแต่ไข่ปลาคาร์เวียกับสเต๊กเนื้อนอก น่านับถือจริงๆ ที่ลิ้นยังไม่ชาจนรับรสชาติอื่นไม่ได้”

“ปากดีไม่มีตก” ภิภัทรแค่นเสียงต่ำ “ฉันกินของที่มีประโยชน์ ไม่ใช่ของหมักดองเน่าเปื่อยแบบนั้น แล้วนี่อะไร...” สายตาคมตวัดลงมองโทรศัพท์มือถือของพลอยไพลินที่วางอยู่ข้างจาน มันกำลังสั่นรัวๆ พร้อมหน้าจอที่สว่างวาบถถี่ๆ จากการแจ้งเตือนแอปพลิเคชัน

ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!

“เฟซบุ๊กสั่นเป็นเจ้าเข้าขนาดนั้น ไอ้หน้าตัวเมียคนไหนมันทักมาอีกล่ะ” น้ำเสียงของมาเฟียหนุ่มเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นัยน์ตาคมจ้องหน้าจอราวกับจะใช้สายตาเผามันให้ไหม้

พลอยไพลินแกล้งทำเป็นรีบตะครุบโทรศัพท์มือถือมากดดู พลางทำหน้าตาตื่นเต้นเกินจริง

“อุ๊ย! พี่นนท์ ประธานรุ่นปีสี่ทักมาค่ะ เขาบอกว่าเห็นพลอยแต่งตัววันนี้แล้วสะดุดตามาก อยากชวนไปเป็นดาวคณะ”

“ดาวคณะ?” ภิภัทรหัวเราะในลำคอเสียงดัง “สภาพอย่างเธอเนี่ยนะจะเป็นดาวคณะ? คนคัดเลือกสายตาพิการหรือไง หรือว่าไอ้ประธานรุ่นอะไรนั่นมันแค่อยากหาเรื่องเคลมเด็ก”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป