บทที่ 8 ตอนที่ 8 งานเลี้ยง

ตอนที่ 8 งานเลี้ยง

เช้าวันรุ่งขึ้น

แสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านผืนหนาเข้ามาในห้องนอนใหญ่ หญิงสาวค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาด้วยความรู้สึกหนักอึ้งที่ศีรษะ พิษไข้ลดลงไปมากแล้วเนื่องจากฤทธิ์ยาเมื่อคืน แต่สิ่งที่ทำให้เธอชะงักคือแผ่นคูลฟีเวอร์ที่ติดอยู่บนหน้าผาก และถ้วยข้าวต้มร้อนๆ ที่ถูกวางไว้บนโต๊ะข้างเตียงพร้อมแก้วน้ำและซองยา

เธอพยุงตัวลุกขึ้นนั่งช้าๆ มองถาดอาหารตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย หญิงสาวรู้ดีว่าใครเป็นคนสั่งให้คนเอาขึ้นมา

พลอยไพลินสูดหายใจเข้าลึกๆ เธอไม่คิดจะเรียกร้องความเห็นใจ ไม่คิดจะง้องอน หรือซาบซึ้งกับความเมตตาอันน้อยนิดที่แฝงไปด้วยคำดูถูก ร่างเล็กขยับตัวลงจากเตียงเพื่อจัดการตัวเอง แม้ร่างกายจะยังอ่อนเพลีย แต่จิตใจของเธอกลับเด็ดเดี่ยวยิ่งกว่าเดิม

คนตัวเล็กเดินลงมาจากชั้นสอง เสียงฝีเท้าของหญิงสาวทำให้ภิภัทรซึ่งนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่โซฟากลางห้องโถงชะงัก ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองเธอ นัยน์ตาคมเข้มกวาดสำรวจใบหน้าหวานที่ยังดูซูบซีดเล็กน้อย ก่อนที่จะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเคร่งขรึมตามเดิม

“ฟื้นแล้วก็ดี” ภิภัทรเอ่ยพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา “นึกว่าจะนอนป่วยเป็นภาระให้คนในบ้านคอยดูแลไปอีกหลายวัน ตัวแค่นี้ทำเป็นความอดทนต่ำ ทีเวลาเถียงล่ะเก่งนัก”

พลอยไพลินหยุดยืนตรงหน้าเขา ใบหน้าเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ สายตามองสบเขาตรงๆ ราวกับมองอากาศธาตุ

“ขอบคุณสำหรับค่ายาและค่ารักษานะคะคุณภิภัทร จดลงในบัญชีหนี้สินของหนูได้เลย หนูจะหามาคืนให้ครบทุกบาท”

คำพูดที่เต็มไปด้วยระยะห่าง และการปฏิเสธความห่วงใยอย่างสิ้นเชิง ทำให้หัวใจของภิภัทรเกิดอาการกระตุกวูบไหว มาเฟียหนุ่มบดกรามแน่น ร้อนรุ่มในอกจนต้องวางหนังสือพิมพ์ลงบนโต๊ะเสียงดัง

“พลอย! อย่ามาทำเป็นปากดี” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาขู่ด้วยสายตาที่ดุๆ “คิดว่าแปลเอกสารงกๆ ไม่กี่หน้าแล้วจะมีปัญญาคืนเงินห้าล้านให้ฉันงั้นเหรอ หึ! เลิกทำตัวเป็นเด็กอมมืออยากเอาชนะได้แล้ว เพราะคืนนี้... เธอมีหน้าที่ต้องทำ”

“หน้าที่อะไรคะ?” คนตัวเล็กขมวดคิ้วสงสัย

“งานเลี้ยงประจำปีของตระกูล” ชายหนุ่มเอ่ยตอบน้ำเสียงเรียบ “พวกผู้ใหญ่ในตระกูลรวมถึงคุณหญิงมณีจันทร์จัดงานนี้ขึ้นมาเพื่อจะลองเชิงฉัน และพวกมันจะใช้เธอเป็นจุดโจมตี คืนนี้แต่งตัวให้มันดูเป็นมนุษย์หน่อย อย่าทำตัวเป็นจุดอ่อนให้ฉันโดนหัวเราะเยาะ!”

พลอยไพลินจ้องมองหน้าชายหนุ่มนิ่งๆ ก่อนที่จะยกยิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุข แต่แฝงไปด้วยความสมเพชในความปากแข็งของชายตรงหน้า

“สบายใจได้ค่ะคุณสามี! หนูรู้หน้าที่ของ ‘ไม้กันหมา’ ดี หนูจะไม่ทำตัวเป็นภาระ หรือทำให้คุณขายหน้าในงานของตระกูลแน่นอน”

พูดจบ คนตัวเล็กก็เดินเลี่ยงออกไปทางห้องอาหารทันที ทิ้งให้ภิภัทรกำหมัดแน่นอยู่ในห้องโถงใหญ่ ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ทุกครั้งที่พยายามจะสร้างรอยแผลให้เธอ แต่เธอกลับใช้ความเงียบและความเย็นชาตบลบทคืนกลับมาอย่างเยือกเย็น

โรงแรมหรูระดับห้าดาว

บรรยากาศภายในห้องจัดเลี้ยงโถงใหญ่เต็มไปด้วยความหรูหราอลังการ เหล่าคนดังในวงการธุรกิจ ไฮโซ และสมาชิกคนสำคัญของตระกูลมาเฟียต่างมารวมตัวกันอย่างพร้อมหน้า

เสียงฮือฮาดังขึ้นทันทีที่ประตูบานยักษ์เปิดออก ภิภัทรในชุดสูททักซิโด้สีดำสนิทก้าวเข้ามาในงาน ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของทุกคนในงานให้หยุดนิ่ง กลับไม่ใช่ภิภัทร แต่เป็นเธอ

พลอยไพลินอยู่ในชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มตัดกับผิวขาวเนียนละเอียด เรือนผมยาวสลวยถูกรวบขึ้นเป็นมวยอย่างพิถีพิถัน เผยให้เห็นลำคอขาวเนียนและใบหน้าหวานที่แต่งแต้มด้วยโทนสีหรูหราดูมีเสน่ห์ แม้เธอจะไม่ได้สวมเครื่องประดับเพชรราคาแพงระยิบระยับเหมือนหญิงสาวคนอื่นในงาน แต่กิริยาท่าทางที่สง่างาม อ่อนน้อม ก็ทำให้เธอดูโดดเด่นและมีภูมิฐานอย่างน่าประหลาด

ภิภัทรขยับแขนให้เธอควง มือหนาเอื้อมไปกุมมือเล็กของเธอไว้แน่นบนท่อนแขนของเขา แอบบีบเบาๆ ราวกับจะส่งสัญญาณเตือน

“อย่าเกร็ง วางท่าให้เหมือนเมียมาเฟียหน่อย” ภิภัทรกระซิบชิดใบหูขาวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

“หนูไม่ได้เกร็งค่ะ” พลอยไพลินตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ไม่แม้แต่จะหันไปสบตากับเขา “แต่ถ้าคุณสามีเกร็งมือขนาดนี้... เสื้อสูทคุณอาจจะยับได้นะคะ”

มาเฟียหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะแอบกัดฟันด้วยความขัดใจที่โดนย้อนกลับ

ไม่นานนัก กลุ่มผู้ใหญ่ของตระกูลนำโดย ‘คุณหญิงมณีจันทร์’ และ ‘นายใหญ่สุเชษฐ์’ ซึ่งเป็นอาผู้ใหญ่ที่มีอำนาจรองลงมาจากภิภัทร ก็เดินเข้ามาทักทายพร้อมสายตาที่จับจ้องพลอยไพลินอย่างไม่มิตร

“มากันแล้วเหรอตาภัทร” สุเชษฐ์เปิดฉากพูดด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ สายตามองพลอยไพลินอย่างพิจารณาและเหยียดหยาม “นี่น่ะเหรอ... แม่สาวน้อยที่แกอุ้มชูไว้จนคนเขานินทาไปทั่วเมือง ดูท่าทางยังเด็กมาก ไม่รู้ว่าจะรับมือกับเรื่องในตระกูลเราไหวหรือเปล่า”

“หนูชื่อพลอยไพลินค่ะ คุณอาสุเชษฐ์” พลอยไพลินเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อนอย่างนอบน้อม เธอยกมือไหว้ด้วยท่าทางที่ถูกต้องตามกาลเทศะ ก่อนจะที่จะเดินเข้างานมา ภิภัทรได้ป้อนข้อมูลสำคัญๆ ให้เธอหมดแล้ว “ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ แต่เรื่องการรับมือ... หนูคิดว่าความตั้งใจและความซื่อสัตย์ น่าสำคัญกว่าอายุหรือประสบการณ์ค่ะ”

คุณหญิงมณีจันทร์เหยียดยิ้มสมเพช

“ตั้งใจงั้นเหรอ หึ! ได้ข่าวว่าพ่อแท้ๆ โดนฟ้องล้มละลายหนีหนี้ไปต่างประเทศ ลูกสาวเลยต้องระเห็จมาค้ำประกันหนี้ขัดดอก ถึงได้จดทะเบียนสมรสเข้ามาอยู่ในตระกูลเรา... คนในวงสังคมเขารู้กันหมดแล้ว ว่าเธอเป็นแค่เด็กไม่มีที่มาที่ไป ชุบตัวขึ้นมาจากสลัม!”

เสียงหัวเราะเบาๆ จากคนรอบข้างดังขึ้นเพื่อผสมโรง หวังจะทำให้พลอยไพลินอับอายจนร้องไห้เดินหนีออกไป

ภิภัทรตวัดสายตาคมเข้มมองคุณหญิงมณีจันทร์ทันที ชายหนุ่มกำลังจะอ้าปากสาดคำพูดเด็ดขาดเพื่อปกป้องเธอ

ทว่าร่างเล็กกลับขยับตัวก้าวขึ้นมาข้างหน้าเล็กน้อย คลี่รอยยิ้มเรียบๆ ประดับบนใบหน้าหวาน ไม่มีแววสะทกสะท้านเลยสักนิด

“คุณหญิงมณีจันทร์พูดถูกแล้วค่ะ” พลอยไพลินเอ่ยพูดน้ำเสียงนิ่งๆ “ครอบครัวของหนูเคยล้มละลาย และหนูก็ไม่ได้มีชาติตระกูลสูงส่งเหมือนพวกคุณ... แต่หนูภูมิใจค่ะ ที่หนูสู้ชีวิตด้วยสมองและความสามารถของตัวเอง หนูเป็นนักศึกษาทุนเกียรตินิยม ไม่เคยโกงใคร ไม่เคยสูบเลือดสูบเนื้อตระกูลเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว”

ประโยคหลังของเธอ จี้เข้ากลางใจของพวกผู้ใหญ่ที่แอบยักยอกเงินของตระกูลอย่างจัง คุณสุเชษฐ์และคุณหญิงมณีจันทร์ถึงกับหน้าซีดด้วยความโกรธ

“นอกจากนี้...” พลอยไพลินเอ่ยต่อ สายตามองตรงไปที่คุณหญิงมณีจันทร์อย่างท้าทาย “หนูมาอยู่ในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของคุณภิภัทร ชดใช้หนี้สินด้วยศักดิ์ศรีของหนูเอง ไม่ได้มาในฐานะคนอาศัยเกาะกินอำนาจใคร... หากคุณหญิงคิดว่าการสู้ชีวิตของหนูเป็นเรื่องน่าอาย หนูคงต้องเสียใจด้วยนะคะ ที่มาตรฐานคุณค่าของคนเรามันต่างกัน”

บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบลงทันที ผู้ใหญ่หลายคนที่แอบฟังอยู่ถึงกับอึ้งในตรรกะและการตอกกลับที่คมคาย นอบน้อมแต่เชือดนิ่มๆ ของเด็กสาววัยเพียงยี่สิบปี สุเชษฐ์กำมือแน่นจนสั่น แต่กลับหาคำพูดมาโต้แย้งตรรกะของเธอไม่ได้เลยแม้แต่คำเดียว

ชายหนุ่มมองใบหน้าหวานของเมียเด็กด้วยความทึ่ง นัยน์ตาคมเข้มฉายแววความภาคภูมิใจและชื่นชมอย่างปิดไม่มิด เขาขยับตัวเข้ามาโอบเอวบางของเธอไว้แน่น ดึงเธอเข้ามาชิดลำตัว ก่อนจะตวัดสายตามองพวกผู้ใหญ่

“ได้ยินชัดเจนแล้วใช่ไหมครับ” ภิภัทรเอ่ยน้ำเสียงเรียบ “พลอยไพลินคือคนที่ผมเลือก และเธอคือคุณนายของตระกูลนี้อย่างถูกต้อง หากใครคิดจะใช้เรื่องอดีตหรือเรื่องหนี้สินมาดูถูกภรรยาของผมอีก... ถือว่าคนคนนั้นกำลังท้าทายผม และผมจะไม่เว้นหน้าใครทั้งนั้น!”

สิ้นคำพูดของมาเฟียหนุ่ม สุเชษฐ์และคุณหญิงมณีจันทร์ทำได้เพียงกัดฟันสะบัดหน้าเดินหนีไปพร้อมกับความขายหน้า

เมื่อลับสายตาคน พลอยไพลินก็ค่อยๆ ขยับตัวออกจากอ้อมกอดของชายหนุ่มทันที ท่าทีเหินห่างกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มมองมือที่ว่างเปล่าของตัวเองแล้วรู้สึกใจหายวาบ

“ทำได้ดี” ภิภัทรเอ่ยน้ำเสียงเรียบ เขาพยายามปรับสีหน้าให้นิ่งตามเดิม “ตอกกลับพวกนั้นได้สะใจดี ไม่เสียแรงที่ฉันพามา”

“หนูแค่ทำตามหน้าที่ ‘ไม้กันหมา’ ให้คุ้มกับเงินห้าล้านที่คุณจ่ายไปค่ะ ไม่ได้ทำเพราะอยากให้คุณมาประทับใจ ขอตัวไปห้องน้ำนะคะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป