บทที่ 7 คู่หมั้น
“อ้าว แล้วทำไมเพิ่งมาบอกผมละพี่เมธไปดูคุณป้าเถอะวันนี้ผมไม่ออกไปไหนแล้วเดี๋ยวตอนเย็นผมโทรบอกพี่หมายให้มารับก็ได้ครับยังไงก็โทรมาบอกผมด้วยนะครับ”
“ขอบคุณครับคุณโดม” เมธาออกไปจากห้องทำงานของเจ้านายแล้วเขาก็รีบไปโรงพยาบาลทันที
วโรโดมนั่งกินอาหารกลางวันคนเดียวจนอิ่มแล้วเขาก็เดินขึ้นไปผ่อนคลายที่บนดาดฟ้าของตึกที่ตกแต่งเป็นสวนสวยและสระน้ำขนาดกลางที่เอาไว้พักผ่อนหย่อนใจ แม่ของเขากับป้าตีช่างเป็นเพื่อนที่รักกันมากจริงๆทำงานร่วมกันโดยไม่มีปัญหา
ชายหนุ่มเดินเข้าไปเขาได้ยินเสียงคุยโทรศัพท์และคิดว่ามีคนเดียวเท่านั้นที่ขึ้นมาได้จึงเดินเบาๆไปที่เก้าอี้ตรงมุมสวนสวยแอบฟังว่ายัยเด็กแสบคุยกับใคร
“อย่าให้พูดเลยวลีเขาเอาแต่สั่งๆอย่างเดียวแล้วตัวเองทำไม่ได้จะไม่ให้ติชาโมโหได้ยังไง” กันติชาระบายความอัดอั้นกับเกวลี จิรัตนศักดิ์ หรือวลีเพื่อนรักลูกสาวเสี่ยร้านทองเยาวราชที่ฝึกงานกับที่บ้านเหมือนกัน
“ฝึกงานอีกแป๊บเดียวเองติชาก็ทนๆไปเถอะ วลียังเอาตัวไม่รอดเลย” เกวลีก็เหมือนเพื่อนเพราะถูกพี่ชายเคี่ยวเข็ญให้ดูทองชั่งน้ำหนักทองคิดราคาทองและจิปาถะ
“รู้อย่างนี้ไปฝึกงานที่อื่นก็ดีไม่น่าเชื่อแกเลย คอยดูนะถ้ายังเผด็จการกับติชาอีกจะกระโดดกัดคอเลย พูดแล้วก็อารมณ์เสีย งั้นแค่นี้นะวลีเดี๋ยวคืนนี้ค่อยเม้าท์กันนะ บ่ายจ้ะ”
“โอเครจ้า สู้ๆนะติชา บ่ายจ้า”
เมื่อวางสายจากเพื่อนกันติชาก็เอนตัวลงนอนราบกับเก้าอี้อาบแดดครุ่นคิดถึงคำพูดของแม่ที่บอกเธอตอนอายุสิบห้าว่าเธอมีคู่หมั้นแล้ว
“น้องติชาจำพี่โดมลูกป้าณาได้มั้ยลูก”
“จำได้ค่ะแม่” จำได้สิพี่โดมกับพี่ธันว์ลูกชายป้าณาของเธอที่ตอนนี้ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศแล้วเธอก็ไม่ได้เจอเขาตั้งแต่นั้นมาจนนึกหน้าไม่ออกแล้วเพราะเขากลับบ้านช่วงที่เธอเรียนซัมเมอร์ที่ออสเตรเรียทุกครั้งจึงไม่ได้เจอกัน
“พี่โดมเป็นคู่หมั้นหนูนะลูก ป้าณาหมั้นหนูให้พี่โดมตั้งแต่อยู่ในท้องแม่แล้วและแม่ก็รับของหมั้นมาแล้วจากนี้ไปหนูไม่มีสิทธิ์ไปคบกับผู้ชายคนอื่นเพราะหนูมีคู่หมั้นที่จะแต่งงานกันแล้ว เข้าใจที่แม่พูดมั้ยจ้ะ” คุณวีระตีบอกลูกสาวคนเดียวของเธอเพราะเธอมีลูกยากกว่าจะมีกันติชาลูกชายเพื่อนก็เกือบสิบขวบแล้วทั้งที่เธอแต่งงานก่อนทักษิณาเพื่อนรักร่วมสาบานเพราะพ่อแม่ของเธอสนิทสนมกับพ่อแม่ของทักษิณาลูกๆก็เลยสนิทกันและอยากเป็นทองแผ่นเดียวกันพอรู้ว่าเธอได้ลูกสาวทักษิณาก็หอบของหมั้นมากำปั่นใหญ่เพื่อหมั้นลูกสาวที่อยู่ในท้องของเธอให้วโรโดมลูกชายคนเล็ก
“แม่คะ ลูกยังเด็กอยู่นะคะจะมีคู่หมั้นได้ยังไงแล้วป่านนี้พี่โดมคงมีเมียไปแล้วล่ะคะ” กันติชาเถียงแม่ของเธอแล้วสาวน้อยคิดว่าพี่โดมของเธอคงมีแฟนหรือไม่ก็มีเมียไปแล้ว
“ไม่มีจ้ะลูกรัก เพราะแม่กับป้าณาทำสัญญากันไว้ ยังไงหนูกับพี่โดมก็ต้องแต่งงานกันลูก” จากนั้นมาเธอก็เสาะหารูปของพี่โดมจากป้าณาหรือในเฟสที่เธอไปแอบส่องเป็นประจำจึงรู้ว่าเขาหล่อมากจนเธอใจสั่นหลงรักพี่โดมในภาพที่เห็นทางโซเชียลและแอบถามจากพี่ต้นที่กลับมาเมืองไทยทุกปีเพราะพวกเขาไปเรียนด้วยกันจนพี่ต้นสงสัยและถามเธอจึงรู้ว่าน้องสาวตัวน้อยของเขาหลงรักวโรโดมเพื่อนรักของเขาซะแล้ว
ปองคุณรู้ว่ายังไงวโรโดมต้องแต่งงานกับกันติชาแน่นอนแต่จะรักหรือไม่รักนั่นอีกเรื่องหนึ่งเพราะยังไงก็ขัดผู้ใหญ่ไม่ได้ ทำให้เด็กสาวรักฝังใจกับพี่โดมของเธอคนเดียวตั้งแต่รู้ว่าเขาเป็นคู่หมั้นจนชายหนุ่มกลับมาจากฝรั่งเศสเพื่อมาช่วยงานที่บริษัทเธอก็ยังแอบมองอยู่บ่อยถึงแม้จะรู้ว่าเป็นคู่หมั้นแต่สาวน้อยกันติชาก็พยายามไม่สนใจเขาตั้งแต่ได้ยินวโรโดมเถียงกับป้าณาเรื่องไปรับไปส่งเธอเพื่อทำความสนิทสนมกันก่อนจะแต่งงานเมื่อกันติชาเรียนจบ เขาปฏิเสธที่จะไปรับไปส่งจนถูกป้าณาบังคับแล้วยังบอกว่าจะแต่งงานกับเธอก็ได้แต่แค่ในนามแล้วก็จะหย่าเพราะไม่ได้รักเธอ ทำให้สาวน้อยพยายามตัดใจเลิกรักเขาแต่ใจเจ้ากรรมนี่มันไม่รักดีคอยแต่คิดถึงเขาอยู่ร่ำไป
“เฮ้อ เมื่อไหร่แม่จะกลับมาคะ ติชาไม่อยากให้นายพี่โดมมารับมาส่งแล้วค่ะ” กันติชาพูดจบก็ลุกขึ้นบิดขี้เกียจก่อนมองนาฬิกาบนข้อมือก็ได้เวลาทำงาน “ไปทำงานดีกว่าเดี๋ยวจะโดนยักษ์เขียวกินหัวอีก” กันติชาลุกขึ้นแล้วลงไปทำงาน
“ตกลงฉันเป็นอะไรกันแน่วะเนี่ย ยัยเด็กแสบนี่ช่างสรรหามาพูดจริงๆ” วโรโดมไม่รู้ว่าเขาจะโกรธหรือจะขำดีชายหนุ่มเดินมานั่งที่เดิมของกันติชา ไม่ใช่ว่าเขาไม่ชอบเธอตอนเด็กยัยเด็กแสบติดเขาเป็นตังเมมาบ้านเขาทีไรไม่เคยห่างกายเขาก็รักน้องสาวตัวน้อยน่ารักของป้าตีแต่พอรู้ว่าเป็นคู่หมั้นต้องแต่งงานกับเธอเขาก็ตีตัวออกห่างแล้วมันก็ห่างจริงๆสมใจเขาพอมาเจออีกทีน้องติชาของเขาก็ยังน่ารักเหมือนเดิมเพิ่มเติมก็สวยสะดุดตาทั้งรูปร่างอรชรอ้อนแอ้นใบหน้าหวานเขาเจอเธอครั้งแรกในรอบแปดปีที่เขาแทบไม่เจอแลยเพราะยัยเด็กแสบหลบลี้หนีหน้าตลอดแต่เขาก็ได้ยินปองคุณพูดถึงน้องติชาของเขาบ่อยๆถึงเขาจะมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงมากมายหลายเชื้อชาติตอนที่อยู่ต่างประเทศทุกคนไม่ได้เป็นแฟนเขาเพราะชายหนุ่มบอกผู้หญิงทุกคนที่อยากมีความสัมพันธ์กับเขาว่าแค่สนุกไม่ผูกพันครั้งเดียวจบไม่มีสานต่อหรือยืดเยื้อความสัมพันธ์สาวๆทุกคนก็ยินยอมเพราะชาวต่างชาติไม่ถือเรื่องนี้จึงทำให้เขาไม่มีปัญหาเรื่องนี้แต่กับสาวไทยที่ปากบอกว่าโอเคแต่ในหัวกลับคิดแต่จะจับเขาจึงทำให้ชายหนุ่มเบื่อหน่าย
“นี่อะไร ของยัยเด็กแสบเหรอ” วโรโดมหยิบสมุดขึ้นมาดูแต่ยังไม่เปิดอ่านเพราะเขาไม่อยากละลาบละล้วงของหญิงสาวแม้ว่าอีกใจอยากจะเปิดอ่าน “สมุดบันทึกการทำงานของกันติชาตอนฝึกงานก่อนจบก็อีกแค่ไม่กี่เดือนเองจ้า สู้ สู้” หนุ่มหล่ออ่านหน้าปกของสมุดบันทึกก่อนจะขยับตัววางสมุดไว้ที่เดิมเมื่อได้ยินเสียง
ประตูเปิดจึงเดินไปหลบอยู่มุมสวนเหมือนเดิม
“โอ้ย เหนื่อย แฮ่ก แฮ่ก” ปากอิ่มจิ้มลิ้มพูดแล้วพ่นเสียงหายใจหอบแฮ่ก “อยู่นี่เองทำไมขี้ลืมอย่างนี้นะยัยติชาเอ้ย” เสียงหวานบ่นให้ตัวเองก่อนจะเดินกลับไปที่เดิมจนเสียงประตูปิดวโรโดมก็เดินออกมาแล้วตามสาวน้อยลงไปทำงาน
“ก๊อก ก๊อกๆ” เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นเสียงเลขาสาวก็ดังตามมาแม้จะเกรงใจเจ้านายแต่ว่าตอนนี้มีเรื่องด่วน
“ผู้กำกับตี๋เล็กขอเข้าพบค่ะ” เมื่อแจ้งเจ้านายแล้วเลขาสาวก็เชิญผู้กำกับฝีมือดีของบริษัทเข้าไปพบเจ้านาย
“เชิญครับ”
“สวัสดีครับคุณโดม ขอโทษที่มารบกวนนะครับ”
“สวัสดีครับพี่ตี๋เล็ก ไม่เป็นไรครับ มีอะไรหรือเปล่าถึงมาพบผมกะทันหันอย่างนี้ครับ” เจ้านายหนุ่มหล่อถามผู้กำกับที่หน้าตาเคร่งเครียด
“ผมจะมาปรึกษาคุณโดมเรื่อนางเอกละครครับ” ตี๋เล็กพูดอย่างหนักใจเพราะที่ทางทีมงานถ่ายละครกำลังมีปัญหาและเกิดขึ้นในตึกที่ชั้นสิบสามที่ถูกตกแต่งสถานที่ให้เป็นห้องนอนห้องครัวห้องทำงานสุดหรูและออฟฟิศและอื่นอีกเพื่อเป็นฉากในละครหรือถ่ายทำรายการจะปรับเปลี่ยนไปเรื่อยและยังมีสถานที่นอกเมืองที่สร้างฉากจำลองไว้มากมายในบริเวรเนื้อที่ยี่สิบไร่ที่นครปฐม
“ว่ามาได้เลยครับ”
