บทที่ 6 ตอนที่ 6 Bombay Blood group

เหตุการณ์ที่พึ่งเกิดขึ้น..มันเป็นอะไรที่เธอไม่สามารถประคับประคองสติสัมปชัญญะได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว เพราะหลังจากที่เธอบอกพวกเขาออกไปแบบนั้น..เธอก็ถูกบรรดาหมอและพยาบาลที่แทบจะยกเธอขึ้นเสลี่ยง พาตัวเข้ามาในห้องปลอดเชื้อเพื่อทำการผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าและทำร่างกายให้สะอาดที่สุด จนเธอถึงกับมึนงงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองในตอนนี้เป็นอย่างมาก นึกอยากย้อนเวลากลับไปเมื่อหนึ่งนาทีก่อนหน้านี้..เพื่อที่เธอจะได้เลือกเป็นคนใจร้ายไม่พาตัวเองเข้ามาอยู่ในความวุ่นวายนี้ แต่ถึงจะคิดแบบนั้น..แต่เอาเข้าจริงเธอคงไม่สามารถทนใจดำ มองคนตายต่อหน้าต่อตาทั้งที่ตัวเองช่วยเหลือเขาได้หรอก

“ขอบคุณที่ช่วยชีวิตพวกเรานะ”ในขณะที่เธอถูกพาตัวออกมาจากห้องปลอดเชื้อ เสียงขอบคุณจากบรรดาหมอและพยาบาลนับสิบก็พูดกับเธอด้วยน้ำเสียงดีอกดีใจ..เสมือนคนที่กำลังเข้ารับการผ่าตัดในตอนนี้มีอิทธิพลมากล้น แต่ก็คงจะไม่เกินจริงถ้าหากบุคคลระดับนั้นจะเลือกใช้บริการโรงพยาบาลแห่งนี้ เพราะที่นี่การันตีเรื่องความพร้อมและมีเครื่องมือทางการแพทย์ที่ครบครัน..จนทุกคนต่างยกให้เป็นโรงพยาบาลอันดับหนึ่งของโลก

“ไม่เป็นไรค่ะ..แค่บริจาคเลือดเอง”แม้ภายในใจจะรู้สึกหวั่นๆอยู่ไม่น้อย แต่พอเห็นทุกคนมีความหวังเธอก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมานิดหน่อย..ก่อนจะดึงบรรยากาศกดดันให้กลับมาเป็นปกติ เพราะทุกคนทำเหมือนกำลังจะส่งตัวเธอไปเป็นเครื่องสังเวยซาตานยังไงยังงั้นเลย ‘ให้ตายสิ..ใจคอเริ่มไม่ค่อยจะดีแล้วอะ!’

ติ้งงงง!!!

แต่ก็เหมือนสวรรค์จะสนุกสนานอยู่บนความทุกข์ของเธอไม่น้อย..เพราะยังไม่ทันได้ประคับประคองสติให้กลับเข้าที่เข้าทางพลันเสียงประตูห้องผ่าตัดตรงหน้าก็ดังขึ้น ทำเอาหัวใจดวงเล็กของเธอแทบร่วงไปอยู่ตาตุ่ม..ความรู้สึกเสมือนกำลังจะเดินเข้าไปในห้องเชือดเข้ามาเยือนเธออีกครั้ง

อึกกกก!!!

“พร้อมแล้วนะ”อยากบอกเหลือเกินว่าไม่..แต่พอเห็นสายตามีความหวังของทุกคนเธอจึงทำได้เพียงแค่พยักหน้าหงึกๆ ก่อนจะทำใจดีสู้เสือแล้วรวบรวมเรี่ยวแรงก้าวขาที่หนักอึ้งราวกับหิน เดินตามกลุ่มคุณหมอเข้าไปภายในห้องผ่าตัด..ที่เต็มไปด้วยบรรดาหมอและพยาบาลมากกว่าสิบชีวิต พลันจังหวะนั้นเองสายตาน่ากลัวคู่หนึ่งที่ตวัดมองมายังเธอแทบไม่ต่างจากยาชาชนิดรุนแรง..ที่ทำร่างกายของเธอคล้ายกับถูกสาป เฌอแตมพยายามเรียกขวัญกำลังใจของตัวเอง ก่อนจะเลื่อนสายตาสั่นระริกมองไปยังบุคคลที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง..ที่บัดนี้รายล้อมเต็มไปด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ที่กำลังช่วยยื้อชีวิตของเขาอยู่ ใบหน้าที่ยังคงความหล่อเหลาช่างมีอิทธิพลต่อจิตใจเธอเหลือเกิน..เฌอแตมฝืนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เหงื่อกาฬมากมายพลันผุดขึ้นมาตามขมับบางและฝ่ามือเล็กทั้งสองที่สั่นเครือ..ราวกับกำลังหวาดกลัวคนที่นอนไร้สติอยู่บนเตียงเป็นอย่างมาก

“เตียงพร้อมแล้วค่ะ”หนังศีรษะทุยเล็กพลันชาวาบ..เมื่อเสียงนุ่มของพยาบาลสาวที่เตรียมอุปกรณ์สำหรับถ่ายเลือดจากเธอเสร็จเรียบร้อยแล้ว เฌอแตมสะดุ้งเล็กน้อยก่อนรีบดึงสายตาจากคนไข้ที่กำลังนอนรอเลือดจากเธอ..ก่อนจะเดินขาสั่นตามพี่สาวพยาบาลขึ้นไปนอนบนเตียงข้างๆกับคนไข้สุดน่ากลัวอย่างไม่อาจมีปากมีเสียง เพราะช่วงเวลานี้ภายในห้องกำลังตลบอบอวลเต็มไปด้วยความกดดัน..เมื่อทุกคนต่างต้องการยื้อชีวิตของชายปริศนาให้กลับมา

“เจ็บนิดหน่อยนะคะ”ทันทีที่เธอนอนราบลงไปบนเตียง..พยาบาลคนเดินก็พูดกับเธออย่างนุ่มนวล เฌอแตมพยักหน้าเบาๆปล่อยให้พี่พยาบาลใช้เข็มเจาะผ่านเส้นเลือดบริเวณข้อพับแขน ความเจ็บจี๊ดราวกับมดแดงกัดทำเฌอแตมเบ้หน้าเล็กน้อย และไม่รู้เพราะอะไรถึงทำให้เธอเลือกเบนสายตามองไปยังคนบนเตียงข้างๆ..ที่กำลังรอเลือดจากเธออยู่

ติ้ดๆๆๆ!!!

เสียงเครื่องตรวจจับชีพจรคนข้างๆดังขึ้นอย่างเป็นจังหวะ…มันช่างอะไรที่บังเอิญเสียจริงๆที่มันดันตรงกับการเต้นของหัวใจเธอในตอนนี้ ไฟที่เปิดสว่างไสวภายในห้องบวกกับกลิ่นยาและกลิ่นคาวเลือดทำเอาเฌอแตมแทบประคองสติสตังของตัวเองไม่อยู่ เลือดถุงแล้วถุงเล่าที่รับจากเธอไปให้คนข้างๆทำเธอเริ่มรู้สึกมึนเมา หูทั้งสองข้างพลันอื้ออึงไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะเอ่ยปากบอกให้ทุกคนช่วยหยุดรีดเค้นเอาเลือดจากเธอสักที แต่นอกจากทุกคนจะไม่สนใจอาการย่ำแย่ของเธอแล้ว..ยังทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เลือดจากเธอมากที่สุด เพียงเพื่อยื้อชีวิตคนข้างๆ..โดยที่ไม่คิดสนใจความเป็นตายของเธอเลยสักนิดเดียว!

เวลาต่อมา

ติ้ดๆๆๆ!!!

“อื้อออ~~”เสียงเครื่องมือทางการแพทย์ที่ดังขึ้นใกล้ๆหู..ช่วยปลุกเธอให้ตื่นจากฝันร้ายที่กำลังจะถูกความดำมืดกลืนกิน เปลือกตาทั้งสองข้างขยับยุกยิกก่อนจะค่อยๆลืมขึ้นเมื่อความอ่อนล้าที่แผ่กระจายไปทั่วร่างกาย..ทำเธอเสมือนเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตครึ่งซีก ใบหน้าหวานที่ซีดเผือกค่อยๆกลับมามีสีสันก่อนเสียงหวานจะครางเบาๆในลำคอระหง ต่อสู้กับเปลือกตาที่หนักอึ้งจนกระทั่งสามารถดึงตัวเองกลับมายังโลกปัจจุบันได้ แสงไฟที่สว่างจ้าทำเฌอแตมต้องใช้เวลาปรับสายตาเพียงชั่วครู่ ก่อนจะเลื่อนมองไปยังถุงน้ำเกลือที่แขวนอยู่บนเสาเหนือศีรษะ ริมฝีปากบางที่แห้งผากบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเธอนั้นสูญเสียเลือดไปมากแค่ไหน ภาพใบหน้าของคนที่รับเลือดจากเธอไปทำเฌอแตมรู้สึกเคืองโกรธจนน้ำตาถึงกับร่วง เพราะวินาทีที่ชีวิตเธอเกือบจะสูญสลายนั้น..พวกเขากลับไม่แม้จะเห็นค่าหรือหันมาสนใจเธอเลยด้วยซ้ำ!

“ฟื้นแล้วหรอคะ”ในช่วงเวลาที่เธอกำลังดิ่งไปกับความคิดมากมายที่วุ่นวายอยู่ภายในหัวนั้น พลันน้ำเสียงไถ่ถามที่ดังขึ้นอย่างเป็นห่วงใยเป็นใยก็สามารถดึงเธอกลับมายังปัจจุบัน..และเริ่มเรียบเรียงสถานการณ์ตอนนี้ได้จนครบถ้วนสมบูรณ์

“เป็นเพราะผลข้างเคียงจากยานะคะ..อาจจะทำให้น้องมึนๆหน่อยนะคะ”รอยยิ้มอ่อนโยนที่ได้รับไม่อาจทำให้เฌอแตมรู้สึกดีได้เลย เธอเพียงพยักหน้าเข้าใจเบาๆ..เพราะพอจะรับรู้ถึงผลข้างเคียงของยาที่เกิดกับร่างกายเธอในตอนนี้ได้ แม้จะยังไม่ทราบก็ตามว่ามันคือยาชนิดใด..แต่สภาพเธอในตอนนี้แทบไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะอ้าปากพูดโต้ตอบหลอนด้วยซ้ำ

“คืนนี้ก็นอนที่นี่ไปก่อนนะคะ เพราะกว่าน้ำเกลือจะหมดก็คงจะดึกแล้ว..เดี๋ยวพี่ทำเรื่องให้ค่ะ”พี่สาวพยาบาลตรวจเช็คสายน้ำเกลือของเธออีกครั้ง ก่อนจะจดค่าต่างๆลงไปในสมุดสำหรับคนไข้..จากนั้นก็หันกลับมาพูดกับเธออย่างเป็นขั้นตอน

“แต่หนู…ต้องเก็บของ”เป็นครั้งแรกหลังจากที่ตื่นขึ้นมาเธอหาเสียงของตัวเองเจอ เฌอแตมฝืนกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่..แล้วพูดกับพี่สาวพยาบาลถึงสิ่งที่เธอต้องเตรียมความพร้อม เพราะเธอต้องกลับไปเก็บกระเป๋าเพื่อเข้ามาอยู่ในตึกบุคลากรของโรงพยาบาล..ในระหว่างที่ฝึกภาคปฏิบัติอยู่ที่นี่สองปี

“พี่แจ้งทางคนดูแลนักศึกษาฝึกภาคปฏิบัติให้แล้วค่ะ”ความเป็นกังวลของเด็กสาวทำพี่สาวพยาบาลต้องรีบบอก ถึงเรื่องที่ตัวเองได้รับคำสั่งจากเบื้องบนให้ลงไปแจ้งกับคนดูแลนักศึกษาภาคปฏิบัติ..ถึงสิ่งที่เด็กสาวพึ่งกอบกู้โลกเอาไว้

“ขอบคุณ..ค่ะ”เฌอแตมเอ่ยขอบคุณเบาๆ..พร้อมกับพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกไปหนึ่งเปราะ เพราะถ้าหากพรุ่งนี้เธอไม่ไปรวมตัวตามนัดหมาย..เรื่องก็คงจะวุ่นวายอย่างแน่นอน และไม่แคล้วที่อนาคตของเธอก็คงจะมืดมิดไร้หนทางแก้ไข

“มีอะไรกดกริ่งเรียกนะคะ..พี่อยู่เวรชั้นล่าง”ก่อนที่พี่สาวพยาบาลที่ดูแลเธอจะเดินออกไปจากห้อง..ก็ไม่ลืมที่จะหันกลับมาพูดกับเธอทิ้งท้าย

“ค่ะ…เออ..พี่คะ…คนไข้คนนั้นเขา…”เฌอแตมเหลือบตามองไปยังปุ่มที่อยู่บริเวณเหนือศีรษะพร้อมขานรับ แต่ในเสี้ยววินาทีหนึ่งไม่รู้อะไรโดนใจให้เธอโพล่งปากถามถึงเขาคนนั้น..ที่เธอมอบเลือดให้เขาจนเกือบจะเอาชีวิตตัวเองไปแลก

“^.^ปลอดภัยแล้วค่ะ…เพราะได้เลือดของน้องเลยนะคะ”คำตอบที่ยินเขย่าหัวใจดวงเล็กภายใต้หน้าอกของเธอให้สั่นไหว การเต้นของหัวใจพลันขยับจังหวะจนเครื่องตรวจจับชีพจรร้องเตือนเบาๆ

“ออ..งั้นก็ดีแล้วค่ะ”เธอพยายามข่มความรู้สึกแปลกประหลาดทั้งหมดเอาไว้..ก่อนจะพึมพำพูดออกไปราวกับคนละเมอ มือไม้ทั้งสองข้างพลันสั่นเครือจนเธอต้องบีบเข้าหากันแน่น..และรอจนกระทั่งพี่สาวพยาบาลเดินออกไปจากห้องพักฟื้นแล้ว เธอถึงได้แสดงความกังวลใจทั้งหมดออกมาโดยที่ไม่อาจปิดบังมันเอาไว้ได้อีกต่อไป

“รู้สึกใจคอไม่ดีเลย..”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป