บทที่ 2 ไร้ทางหนี
ตอนที่ 2 ไร้ทางหนี
“เพ็ญ! นี่เธอตีมันเหรอ” เสียงตวาดดังลั่นก่อนจับใบหน้าหวานละมุนบอบบางพลิกไปพลิกมา
“คือ...ฉันแค่ลงโทษ”
“เธอจะบ้าหรือไง ฉันบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าวันพรุ่งนี้ฉันต้องส่งมันไปให้ คุณมาร์คัส ดูตัว แล้วนี่หน้ามันเป็นอย่างนี้ฉันจะส่งมันไปยังไง!”
“ขอโทษค่ะ ฉันแค่อยากทำให้มันเชื่อง ทำให้มันยอมเชื่อฟัง”
“ไม่ได้เรื่อง”
ศิตลายิ้มเยาะให้กับผู้ให้กำเนิดทั้งสอง ยิ่งเห็นอย่างนี้เขายิ่งอยากพาตัวเองหนีไปให้ไกล
“แกยิ้มอะไร”
“ยิ้มให้กับครอบครัวอบอุ่นของเราสามคนไงครับ”
“หยุดปากดีได้แล้ว มานี่!” แรงมหาศาลกระชากต้นแขนลูกชายที่ตัวเองไม่เคยต้องการให้เดินตามออกไป
“ปล่อยผมนะ ผมไม่ไป”
“อย่ามาจองหองใส่ฉัน ถ้าแกกล้าขัดคำสั่งฉัน คราวนี้ฉันจะไล่แม่แกออกจากบ้านหลังนี้ แล้วกลับไป...ทำอาชีพเดิม”
“...!...!...!...”
“อะไร ไม่เอาไม่ไป”
แขนสองข้างถูกผู้ชายร่างยักษ์สองคน ซึ่งยืนรออยู่ตรงลานจอดรถหน้าบ้านมารับช่วง ลากคนดื้อด้านแล้วจับโยนใส่เข้าไปในรถแวนสีดำซึ่งจอดรออยู่
“แม่ ผมไม่ไปนะ”
“ไปซะ ไปทำหน้าที่ของแก...” คนหัวรั้นพยายามยื่นหน้าออกมาจากตัวรถ หากแต่มือหยาบกลับผลักใบหน้าเรียวเล็กอ่อนวัยให้กลับเข้าไปตามเดิม
“ฟังนะไอ้ลูกชาย แกไม่มีทางเลือก” เสียงเหี้ยมอย่างคนเห็นแก่ตัวเอ่ยขึ้น ก่อนจะหันไปสั่งให้คนขับรถรีบออกไปให้พ้นบ้านหลังนี้
ณรงค์ เวฬุวันนรากรณ์ คือทายาทเศรษฐีเก่าสืบเชื้อสายมาแต่ดั้งเดิม เพราะเกิดมาบนกองเงินกองทองจึงมีนิสัยหยิ่งผยองยโส ต่อมาแต่งงานกับไฮโซสาวสวย ด้วยเหตุผลทางธุรกิจซึ่งเอื้ออำนวยประโยชน์ต่อกัน
หากทว่าภายหลังธุรกิจเกิดขาดทุน สูญเงินเป็นหลายร้อยล้านจนกลายเป็นหนี้ก้อนโต จนถึงขนาดยอมบากหน้าไปกู้เงินมาเฟียรัสเซียมากอบกู้ธุรกิจอันง่อนแง่น จวนเจียนจะล้มละลาย เกิดกลายเป็นพันธะการแต่งงานครั้งนี้
“รีบนอนซะ พรุ่งนี้แกต้องไปดูตัวกับว่าที่ผัวแกในอนาคต!”
ลูกนอกสมรสเกิดจากหญิงใจแตกหวังรวยทางลัด แอบเข้ามาลักหลับอาศัยช่วงที่เขาเมามีความสัมพันธ์แล้วปล่อยให้ตัวเองท้อง แถมยังข่มขู่ว่าจะออกมาเปิดโปงกับภรรยาตัวจริงหากไม่รับเลี้ยงดูส่งเสีย ทำให้เขารู้สึกชิงชังสองแม่ลูก
บัดซบหนักขึ้นไปอีกเมื่อยิ่งเวลาผ่านไป ศิตลายิ่งมีเค้าโครงเครื่องหน้าเหมือนกับต้นตระกูลฝั่งคุณย่า ทุกกระเบียดนิ้วทั้งปาก คอ คิ้ว คาง ริมฝีปากทั้งล่างบน ทั้งคุณสมบัติอันหาได้ยากนั้นคือสรีระร่างกายเป็นผู้ชายที่สามารถตั้งครรภ์ได้อย่างผู้หญิง ซึ่งหาได้ยากยิ่งกว่างมเพชรในมหาสมุทร และคุณสมบัตินี้เองที่ทำให้เขารู้สึกว่าศิตลา ลูกชายที่เขาไม่เคยต้องการอาจมีประโยชน์
“ผมไม่ไป ทำไมไม่ให้ลูกชายคุณไปแทนละ”
“หุบปากของแกซะ อย่าได้เอาตัวเองมาเทียบกับอรัญ แกไม่คู่ควรกับเขา”
“ถ้าผมไม่คู่ควรแล้วลากผมมาทำไม”
“ฉันไม่ได้ต้องการแก ไม่มีใครต้องการแก แม้แต่ตัวคุณมาร์คัสเอง...เขาแค่อยากได้มดลูกแกเท่านั้น เพราะฉะนั้นหยุดทำท่าดีดดิ้นน่าทุเรศนั่นซะ เข้านอนพรุ่งนี้ฉันจะพาแกไปหาผัว”
โรงแรมหรูบนชั้นสูงหมายเลขสามสิบห้า มันถูกดัดแปลงเปลี่ยนมาเป็น ‘คุก’ เพื่อขังศิตลาเอาไว้ไม่ให้หนี หากเขาต้องการออกไปจากที่นี่ ทางเดียวที่มีคือกระโดดลงไป แล้วทิ้งลมหายใจสุดท้ายไว้บนพื้นคอนกรีตเบื้องล่าง
“บ้าที่สุดเลย”
คนอารมณ์หงุดหงิดเดินวนไปวนมา จับโทรศัพท์ซึ่งมีประจำห้องพัก ยกขึ้นมาแนบหูแต่มันไร้สัญญาณ ไม่ต้องถามถึงโทรศัพท์มือถือส่วนตัว เพราะมันถูก พ่อบังเกิดเกล้ายึดไปตั้งแต่ขึ้นรถมาแล้ว
“ไอ้แก่ตัณหากลับเอ๊ย เพราะมึงคนเดียวเลย เสือกอยากมาแต่งงานอะไรกับคนบ้านนี้วะ ผู้หญิงสวยๆ มีอยู่ล้นโลกเสือกไม่อยากแต่ง” ขาสะบัดเตะนั่น เตะนี่ไปทั่วห้อง
คนไร้ทางเลือกถูกปล่อยทิ้งอยู่ในห้อง ทนท้องร้องเพราะขาดอาหารอยู่นานหลายชั่วโมง กว่าประตูห้องพักจะถูกเปิดออก พร้อมกับคนหน้าแปลกเดินเข้ามาสี่ห้าคน
พ่อเห็นแก่ตัวเดินเข้ามาแสยะยิ้มน่ารังเกียจ สะบัดมือให้คนนำถาดอาหารเป็นแค่ข้าวผัดธรรมดาหนึ่งจาน กับน้ำเปล่าหนึ่งขวดมาวางลงบนโต๊ะ
“นี่อาหารรีบกิน แล้วไปอาบน้ำเปลี่ยนใส่เสื้อผ้า มาแต่งหน้าให้พร้อม” น้ำเสียง สีหน้าท่าทางนั้น ไม่ต่างจากเรียกหมากินข้าว
“ห๊ะ แต่งหน้า?” ศิตลาหันขวับมองไปยังผู้หญิงคนหนึ่ง กำลังเดินตรงต่อไปนั่งลงตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ในมือมีกระเป๋ารูปทรงสี่เหลี่ยมวางเตรียมไว้พร้อม
ไม่เพียงเท่านั้นหากแต่ ผู้ชายที่เมื่อคืนเขาจำได้ว่า เป็นคนจับเขายัดใส่รถมา เดินหิ้วชุดทักซิโด้สีขาวครีมสุดหรูมาแขวนไว้ในตู้เสื้อผ้า
“ไม่ต้องพูดมาก รีบกินข้าวแล้วจัดการตัวเองให้เรียบร้อย”
