บทที่ 9 คนที่กวนที่สุด

ตอนที่ 9. คนที่กวนที่สุด

ระหว่างทางกลับบ้านนั้น ทั้งสองคนต่างก็ไม่พูดอะไรกันแม้เพียงสักคำ แต่พอเห็นว่าพายุกำลังขับรถออกนอกเส้นทาง เลยอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามขึ้นมาในทันที

“นี่เราจะไปที่ไหนกันเหรอคะ มันไม่ใช่ทางที่จะไปสำนักงานไม่ใช่เหรอคะ”  ดรีมถามด้วยความสงสัยและมองไปรอบ ๆ ทั้งสองด้านเพื่อนที่จะดูว่าที่ไหนคือสถานที่เขาจะไปนั่นเอง

“กลัวเหรอ  ? ไม่ต้องกลัวหรอกฉันไม่ทำอะไรเธอหรอกน่า”  พายุตอบออกมาทั้งที่สายตาของเขาจับจ้องไปที่ท้องถนน ดรีมได้แต่ถอนหายใจอยู่อย่างนั้น เพราะไม่รู้ว่าเขาจงเกลียดจงชังอะไรเธอนักหนา เพราะต่อให้เธอพูดดีกับเขาเท่าไหร่ แต่ทว่าเขากลับเย็นชาและร้ายกาจกับเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน จนถึงตอนนี้เลยก็ว่าได้

       รถยนต์คันหรูเบรกจอดหน้าอาณาจักร Sea World พายุดึงแว่นตาดำออกขณะก้าวลงจากรถ

              "หึ เมืองสวรรค์ของไอ้พี่ทะเลเหรอ" พายุเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ เขาชักเดือดมากที่ไอ้พี่ชายตัวดีชอบเบี้ยวหนี้ แต่ทีเงินลงทุนอ่างสวรรค์กลับไม่เสียดาย

ยิ่งมาเห็นแสงสีหน้าตึกอลังการขนาดนี้ด้วยแล้ว พายุก็ยิ่งโมโห และไม่นึกลังเลเลยด้วยที่เขาจะหักคอพี่ชาย เขาเดินหน้านิ่งเข้าไปภายในร้านโดยมีดรีมเดินตามเข้าไปติด ๆ

               "คุณพายุมาหานายเหรอครับ"    บอดีการ์ดที่ดูแลความเรียบร้อยหน้าทางเข้าเอ่ยถามด้วยท่าทีนอบน้อม แม้จะไม่ค่อยเจอพายุที่ Sea World บ่อยนัก แต่ก็รู้ดีว่า ทุกครั้งที่เขามาจะต้องตรงดิ่งไปยังห้องทำงานของสมุทรทันที

               "เปล่า...จะมาเที่ยว"  พายุตอบหน้านิ่งและมองดูโดยรอบของอาณาจักรแห่งนี้พร้อมกับกระตุกยิ้มอย่างผู้ปราชัย

             "เที่ยว? " ทั้งบอดีการ์ด ทั้งดรีมต่างตกใจร้องเสียงหลงไปพร้อม ๆ กัน

               "ก็เออดิ ทำไม ทนายอย่างฉันจะมาหาความสำราญบ้างไม่ได้หรือไง"

    พายุพูดอย่างกวนๆ พลันกวาดตามองไปยังตู้กระจกขนาดยักษ์ ด้านในมีบรรดาเหล่านางฟ้านั่งหน้าสลอนกันเต็มไปหมด

“เที่ยว !! หัวหน้าคะนี่มันอะไรกัน กลางวันแสก ๆ คุณจะมาเที่ยวอาบอบนวดแบบนี้ และพาฉันมาที่นี่ด้วยทำไม” 

ดรีมถามพายุแต่ทว่ากลับไม่ได้รับคำตอบที่เธอต้องการ เพราะจากคำถามของเธอนั้นพายุไม่ได้ตอบ หากแต่ว่าเขาดันพูดเรื่องไม่เป็นเรื่องขึ้นมาเสียได้นี่สิ บ้าไปแล้ว

"ดูท่าจะล็อตใหม่สินะ สวยดีนี่ " เป็นอีกครั้งที่เขากระตุกยิ้มไม่ต่างจากเสือร้าย ที่ทั้งดูเย็นชา และน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน

            ลูกน้องมองตามสายตาน้องชายของเจ้านายก่อนจะหันมายิ้มแห้งๆ อย่างแปลกใจ ที่จู่ๆ ทนายสุดตรงฉินจะมาเที่ยวมากกว่าจะมาทวงเงินเจ้านาย แถมวันนี้ยังควงสาวสวยหน้าตาจิ้มลิ้มเข้ามาอีกต่างหาก หรือว่าเขาหิ้วสาวสวยมาจากด้านนอกเองเลยหรือยังไง

"ให้ผมไปบอกนายก่อนดีไหมครับ"

              "ไม่ต้องหรอก ฉันแค่มาเที่ยวเองจะไปวุ่นวายนักธุรกิจพันล้านเขาทำไม นายจะไปทำอะไรก็ไปทำเถอะ จริงสิ หาตัวท็อปมาให้สักสามคนสิ"

"สามเลยเหรอครับ" บอดีการ์ดถึงกับหน้าถอดสี เพราะว่าไม่ว่าใครก็ตามใช่ว่าจะให้ตัวท็อปของร้านมานั่งทำงานได้แบบสบาย ๆ แบบนั้นถ้าไม่ได้รับอนุญาต

             "ทำไม มีปัญหาเหรอ"  พายุหันมามองด้วยสายตาที่ราบเรียบแต่แฝงความเย็นชาเอาไว้เป็นอย่างมาก

                 "ไม่ๆ ครับ งั้นเดี๋ยวผมไปตามพวกเด็กๆ ให้นะครับ เชิญคุณพายุที่ห้องวีไอพีชั้นสองได้เลยครับ"

                "ก็แค่นั้น"

                พายุแค่นหัวเราะ ก่อนจะตบบ่าลูกน้องของพี่ชายหนักๆ แรงๆ จนเจ้าตัวถึงกับสะดุ้ง เผลอร้องอูยออกมาเสียงแผ่ว

    พายุมองสำรวจห้องพักรับรองแขกของพี่ชาย เขามองไปก็ผิวปากไปด้วย ทำเหมือนว่าชมนกชมไม้ แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่าสายตานกเหยี่ยวเช่นเขามันไม่เคยมองอะไรแค่เพียงผิวเผินแล้วจบกันไป  เช่นเดียวกับดรีมที่ได้แต่มองภายในห้องด้วยสายตาที่ทึ่งเป็นอย่างมาก นับว่าเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่เธอได้มาสถานที่แบบนี้ เพราะหญิงสาวอย่างเขาลำพังตัวคนเดียวคงไม่กล้าที่จะมาสถานที่แบบนี้แน่นอน “เปิดประสบการณ์สุด ๆ ไปเลยดรีมเอ๊ย”  ดรีมได้แต่คิดในใจ

ชายหนุ่มมายังห้องวีไอพีเย็นฉ่ำ เขาเข้ามานั่งได้สักครู่ก็มีเสียงเคาะประตู    อ่อ...ไม่ใช่ส ถ้าจะดังเสียขนาดนั้น เขาก็คงต้องบอกว่าถีบประตูเปิดเข้ามามากกว่า

              "มาป่วนอะไรถึงนี่"

 ประโยคแรกที่เจอกันทำเอาพายุแทบจะสำลักนำลายเอาเสียตรงนั้น  น้ำเสียงแข็งกระด้างออกอย่างนั้น ไม่มองหน้าก็รู้ว่าพี่ชายเหนียวหนี้มันโผล่มาแล้ว และตอนนี้คงกำลังโมโหเป็นอย่างมากแน่นอน เขาเอาหัวรับประกันได้เลยว่ามันต้องเป็นอย่างนั้นเป็นแน่

"อะไรกันพี่ ผมแค่จะมาเที่ยวเองนะ ทำไมต้องใช้คำว่าป่วนด้วยล่ะ"   พายุตวัดตอบลูกพี่ลูกน้องอย่างปกติก็จริง แต่มันไม่ใช่กับแววตาเลย แววตาที่มันสื่อให้อีกฝ่ายรู้ว่า เขาจงใจมาที่นี่ทำไม และมาเพราะอะไร

                "เที่ยวเหรอ หึ ไอ้ทนาย อย่ามาทำตัวเป็นเด็กเลี้ยงแกะหน่อยเลย แถไม่เก่งก็อย่ามาฝืดแกล้งทำ เที่ยวบ้าบออะไรของแก"

              "พี่นี่นะ...ไม่เคยมองน้องชายในแง่ดีบ้างเลย"

               "มันก็คงเหมือนมึงนั่นล่ะ ที่ไม่เคยมองกูเป็นพี่ที่ดีบ้าง"

สองพี่น้องต่างพ่อแม่แต่มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกันต่อปากต่อคำกันอย่างไม่ลดละ ชนิดที่ว่าไม่มีใครยอมใครเลยสักนิด

"หึ" พายุยิ้มเยาะ " ถ้าจะให้ผมมองพี่แบบนั้นก็ช่วยจ่ายเงินให้ครบสิ รายได้วันๆ มีตั้งเท่าไหร่แต่กับเงินแค่สองล้านพี่ต้องให้ผมทวงแม่งทุกเช้าเย็น ไม่เบื่อบ้างหรือไงครับที่ถูกทวงบ่อยๆ"

              สมุทรมองน้องชายอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์สักเท่าไหร่  

"ช่วงนี้มีรายจ่ายเยอะ เอาไว้จะจ่ายทีหลังล่ะกัน"

              "ไม่ล่ะ ผมเบื่อทวงแล้ว"

               "ไอ้นี่" สมุทรขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน

"มองกูเป็นพี่สักหน่อยเถอะ จะมาเคี่ยวห่าอะไรนักหนา"

พายุยิ้มให้กับคำด่าของพี่ชาย เขาไม่โกรธหรอกที่อีกฝ่ายจะชอบพูดคำหยาบแล้วพาลโมโห เพราะการที่เขามาในวันนี้ ใช่ว่าต้องกลับไปมือเปล่าเสียเมื่อไหร่ มันไม่ใช่สำหรับคนอย่างเขาเลยสักนิด เพราะคนอย่างพายุไม่ว่าทำอะไรจะไม่เคยพลาด และจะไม่เสียผลประโยชน์อะไรทั้งนั้น ต่อให้ช้าหรือเร็วเขาก็ต้องได้มันคืนทุกอย่าง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป