บทที่ 13 พิศวาสรักเมียชั่วคืน บทที่13
ไม่จริง! ผู้ชายในคืนนั้นเป็นหมอเหรอ!? หนำซ้ำเขายังเป็นหมอที่รักษาพ่อของเธออีกต่างหาก
ไอ้จี๊ดหนีไปเร็ว!
สัญญาณเอาตัวรอดกรีดร้องกึกก้อง แต่เธอจะหนีไปไหนได้
และไม่แน่…บางทีเขาอาจจะลืมหน้าเธอไปแล้ว
“อาการเป็นยังไงครับถึงได้มาก่อนนัด” จิตใจว้าวุ่นยังไม่ทันจะสงบลง ศัลยแพทย์หนุ่มก็เอ่ยถามคนไข้ของตนเอง ไม่เพียงเขาไม่มองหน้าเธอ ยังดูเหมือนว่าจะจำเธอไม่ได้อีกด้วย
โล่งอก...
“ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ครับคุณหมอสองสามวันนี้เหนื่อยง่าย แล้วก็แน่นหน้าอก” ประสิทธิ์ตอบ
ได้ฟังที่คนไข้แถลงไขชายหนุ่มก็ให้ประสิทธิ์ไปนอนบนเตียงแล้วทำการตรวจเบื้องต้น ก่อนจะสั่งให้พยาบาลนำประสิทธิ์ไปอีกห้องตรวจหนึ่งเพื่อตรวจให้ละเอียดมากขึ้น โดยที่คนเป็นหมอเดินตามออกไปด้วย
หลังพ้นสายตาอัจจิมาก็พ่นลมหายใจยาวอย่างโล่งอกอีกครั้ง จะเป็นการดีถ้าหากเขาจำเธอไม่ได้ คืนนั้นเธอเป็นฝ่ายเริ่มก่อนแถมยังเสนอตัวให้ผู้ชายลากออกไป
เรื่องใหญ่กว่านั้นคือการที่เธอไม่ใกล้เคียงคำว่าถูกผู้ชายขืนใจหรือเอารัดเอาเปรียบ เพราะเหมือนเธอจะจำได้ราง ๆ ว่า คืนนั้นเธอเองก็แสดงลีลาได้เร่าร้อนพอตัว ยิ่งหวนคิดถึงวีรกรรมของตัวเอง เธอก็แทบอยากจะเอาศีรษะไปโขกกับต้นเสา
การมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้ชายคนอื่นในวันที่ถูกแฟนบอกเลิก มันคือความผิดพลาดครั้งใหญ่ในชีวิตของเธอ สาบานเลยว่าชาตินี้เธอจะไม่แตะเหล้ายี่ห้อนั้นอีกเป็นอันขาด
ระหว่างความคิดกังวลกำลังก่อตัวเป็นมวลขนาดใหญ่ เจ้าของร่างสูงดูภูมิฐานในชุดกาวน์สะอาดตาก็เดินกลับเข้ามาในห้องพร้อมกับปิดประตู แต่พ่อของเธอกับพยาบาลไม่ได้กลับมาด้วย
หรือว่ายังตรวจไม่เสร็จ
“พ่อฉันล่ะคะ” สถานการณ์บังคับให้เธอต้องเปิดบทสนทนากับอีกฝ่าย คุณหมอนั่งลงยังเก้าอี้ประจำตำแหน่งด้วยท่าทางสุขุม วางสีหน้าเรียบเฉยไม่บ่งบอกเหมือนคนเคยเห็นหน้ากันมาก่อน
“พยาบาลพาออกไปสูดอากาศข้างนอก”
“…” บนใบหน้างดงามปรากฏเป็นเครื่องหมายคำถามตัวเบ้อเริ่ม
อะไรคือพาออกไปสูดอากาศ? งงแล้วหนึ่ง
แล้วความสงสัยก็เบาบางลงเมื่อพยาบาลคนเดิมเปิดประตูเข้ามาในห้องตรวจ
อย่าคิดมากสิจี๊ด มันชัดเจนอยู่แล้วว่าเขาจำเธอไม่ได้น่ะ
ทว่าความโล่งใจก็หายไปในพริบตาที่คนเป็นหมอเอ่ยขึ้นว่า “ผมขอคุยกับญาติคนไข้ตามลำพัง”
นางพยาบาลรับคำสั่งในทันที บรรยากาศในห้องตรวจถูกความอึดอัดเข้าปกคลุมเล็กน้อย เมื่อญาติคนไข้กับคุณหมออยู่ด้วยกันสองคน
ไม่สิ เมื่อเธอรู้แจ่มแจ้งว่าศัลยแพทย์หนุ่มตรงหน้าคือผู้ชายที่ตัวเองเคยวันไนท์สแตนด์ด้วยต่างหาก
“คุณพ่อของฉันเป็นยังไงบ้างคะคุณหมอ” ก่อนจะเปิดเผยอะไรผ่านสีหน้าไปมากกว่านี้อัจจิมาก็ตัดสินใจถามถึงอาการของบิดา ทว่าเสี้ยววินาทีสั้น ๆ หญิงสาวรู้สึกได้ว่าถูกสายตาคมกล้าจ้องมอง
“อาการแย่กว่าตอนที่มาตรวจคราวที่แล้ว ไม่ทราบว่าช่วงนี้คนไข้มีเรื่องอะไรให้เครียดหรือเปล่าครับ”
“ช่วงนี้ที่บ้านมีปัญหานิดหน่อยค่ะ” ความกังวลปรากฏบนใบหน้าของอัจจิมา เธอไม่ได้คาดหวังว่าเพ็ญพักตร์จะดูแลประสิทธิ์ดีได้เท่าแม่ของเธอ แต่ก็ไม่คิดว่าเพ็ญพักตร์จะถูกผีพนันเข้าสิงจนเธอกับประสิทธิ์ต้องมานั่งใช้หนี้สินแทนครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วก็คงจะเป็นเรื่องนี้เองที่กระทบจิตใจจนพ่อของเธอไม่ได้ออกไปขับแท็กซี่หลายวัน
“ตอนนี้อาการโดยรวมยังไม่ได้น่าเป็นห่วงมากแต่ก่อนจะทำบอลลูนครั้งหน้าต้องระวังไม่ให้มีเรื่องอะไรมากระทบจิตใจ ไม่งั้นอาการอาจจะแย่กว่านี้ หมอแนะนำให้ดูแลคนไข้อย่างใกล้ชิดและพยายามอย่าให้เครียด” ชายหนุ่มอธิบายด้วยน้ำเสียงทุ้มน่าฟังขณะบันทึกอาการของคนไข้ลงไปในคอมพิวเตอร์
“ค่ะ” เธอโล่งใจลงไปเยอะเมื่อคิดว่าการสนทนาอันน่ากระอักกระอ่วนได้จบลงแล้ว ไม่คิดว่าจู่ ๆ อีกฝ่ายจะชวนคุยต่อ
“เป็นลูกคนเดียวเหรอครับ”
“คะ?” เป็นอีกครั้งที่อัจจิมาเกิดความสงสัยในคำถาม ไม่ยักรู้ว่าหมอสมัยนี้จำเป็นต้องซักไซ้เรื่องภายในครอบครัวของคนไข้ด้วย
“ไม่ทราบว่าคำถามนี้เกี่ยวกับอาการของพ่อฉันยังไงเหรอคะ”
“ก็ทั้งเกี่ยวและก็ไม่เกี่ยว” เมื่อสายตาคมคายหันมามองหน้าหญิงสาว ลีลาสวาทของเธอกับเขาพลันกลับเข้ามาหัวเธอราวกับมีคนกดปุ่มสวิตช์ ภาพกอดรัดฟัดเหวี่ยงค่อย ๆ ฉายชัด เพียงเพราะเขาและเธอสบตากัน
แต่ทันทีที่ตั้งสติได้อัจจิมาก็กลับเข้าเรื่อง
“ตกลงเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวคะ?”
“ก็อย่างที่ผมเพิ่งตอบไป เกี่ยว เพราะบางครั้งหมอจำเป็นต้องรู้เรื่องในครอบครัวของคนไข้ ส่วนที่บอกว่าไม่เกี่ยว” จบประโยคนี้ ชายหนุ่มสวมชุดกาวน์ภูมิฐานก็ลุกขึ้นยืน ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงไปหาอัจจิมาก่อนจะพูดด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
“ผมแค่อยากรู้อะไรเกี่ยวกับผู้หญิงที่เพิ่งจะมีอะไรด้วย” สัมผัสได้ถึงภัยอันตรายที่ซ่อนอยู่ในประโยค คนตัวเล็กถึงกับพูดไม่ออก เหมือนหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ
เขาจำเธอได้!
“คุณหมอพูดเรื่องอะไรคะ ฉันไม่เข้าใจ” หญิงสาวตีหน้านิ่งแกล้งจำอีกฝ่ายไม่ได้
ถ้าเธอไม่ยอมรับซะอย่าง เรื่องในคืนนั้นก็ถือว่าไม่เคยเกิดขึ้น
หากแต่รอยยิ้มมีนัยก็ปรากฏขึ้นยังมุมปากหยักหนาของผู้เป็นหมอ
“ผมเข้าใจนะที่คุณจะทำเป็นจำผมไม่ได้ แต่…” คำพูดที่อีกฝ่ายตั้งใจจะเว้นจังหวะ ทำให้คนนั่งตัวลีบกลืนน้ำลายเหนียวลงคออึกใหญ่ หัวใจเต้นแรงลุ้นจนตัวโก่ง ภาวนากับเจ้าที่เจ้าทางขอให้เขาอย่าจำเธอได้
เขาจะพูดอะไรกันแน่
แต่อัจจิมาคงจะลืมนึกไปว่าที่นี่เป็นถิ่นของเขา ผีสางเทวดาก็คงเลือกเข้าข้างเขามากกว่าคนแปลกหน้าอย่างเธออยู่แล้ว ถึงได้พูดในสิ่งที่เธอขลาดกลัวยิ่งกว่ารู้ว่าโลกกำลังจะแตก
“ผมจำคุณได้ จำได้แม้กระทั่งว่าคุณมีไฝอยู่ที่…” เขาหยุดเอาไว้แค่นั้น สายตาคมกริบราวกับใบมีดกำลังจ้องตำแหน่งหน้าอกของหญิงสาว แต่สิ่งที่ทำให้ลำคอแห้งผาก มือสองข้างบีบเข้าหากันแน่นไม่ต่างจากคนมีความผิด เป็นเพราะบริเวณใต้ราวนมของเธอดันมีไฝเล็ก ๆ อยู่เม็ดหนึ่งจริง ๆ
ถ้าไม่ใช่ตอนที่ไม่มีเสื้อผ้าอยู่บนร่างกายไม่มีทางที่คนอื่นจะมองเห็น
นั่นแปลว่า เขาจำเธอได้ หนำซ้ำยังจำรายละเอียดบนร่างกายเธอได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย
เอาแล้วไงนังจี๊ด
