บทที่ 6 6

“อะไรนะมัม บริษัทนั่นเป็นของผมนะครับ แม้แต่ชื่อยังเป็นชื่อผมด้วยซ้ำ แล้วผมจะเหลืออะไรติดตัวละครับ”

“เราตั้งชื่อลูกตามชื่อบริษัทต่างหากละ” อาร์เธอร์ที่นั่งอยู่ข้างภรรยากล่าวเสริมขึ้นมาทันที

แอชตันอ้าปากค้างเมื่อได้ยินคำตอบของผู้เป็นพ่อที่รับลูกคู่เสริมทัพให้มารดา

“ลูกเลือกเองว่าจะเอายังไง ถ้าแต่งทุกสิ่งทุกอย่างก็ยังจะเป็นของลูกเหมือนเดิม แต่ถ้าไม่ ก็จะตกเป็นของการกุศลทันที”

ชายหนุ่มกำหมัดแน่นสูดลมหายใจเข้าไปจนเต็มปอดอย่างแรงเพื่อสงบสติอารมณ์ที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันพลุ่งพล่านมากขนาดไหน เรื่องอะไรจะปล่อยให้ทุกสิ่งทุกอย่างหลุดมือไปเป็นของคนอื่นทั้งที่บริษัทนี้มันสมควรจะเป็นของเค้า

“แล้วผมต้องแต่งกับใคร”

“แพรวา โฮเมอร์”

“หึ แล้วมันจะต่างอะไรกับผู้หญิงที่ผมควงละครับ ผู้หญิงคนนี้ก็เปลี่ยนผู้ชายไม่ซ้ำหน้าเหมือนกันถึงแม้จะเป็นลูกสาวของคุณลุงคุณป้าก็เถอะ”

“ลูกแพรไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้นแน่ มัมมั่นใจ”

“ได้ฉายาว่า นางฟ้าคาสโนวี่ นี่นะครับไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้น”

“ไม่แต่งก็ตามใจ ที่รักคะ จัดการเลยค่ะ” คุณหญิงสุชาดาสะบัดหน้าใส่ลูกชายก่อนจะหันไปสะกิดสามีสุดที่รักให้ลงมือจัดการตัดทุกสิ่งอย่างตามที่เอ่ยทันที

“เฮ้! เดี๋ยวก่อนครับ ผมยังไม่ได้บอกสักคำว่าจะไม่แต่ง”

“งั้นก็แปลว่าลูกตกลง”

แอชตันหลับตากำมือแน่นก่อนจะพยักหน้าตอบตกลงบุพการีทั้งสองด้วยความไม่เต็มใจ แต่ก็ต้องยอมตามใจทั้งสองคนไปก่อน แล้วค่อยหาวิธียกเลิกงานแต่งนี้ทีหลังก็ยังไม่สาย

“ดีมากจ๊ะ ลูกรัก มัมนัดทานข้าวกับครอบครัวฝ่ายนู้นเย็นพรุ่งนี้ที่บ้านเราหนึ่งทุ่มตรง อย่าสายนะ” แอชตันมองมารดาของตนที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ เดินเข้ามาโอบกอดทำเหมือนกับเรื่องราวที่คุยก่อนหน้าไม่เคยเกิดขึ้นแล้วกลับไปนั่งดูทีวีตามเดิม ชายหนุ่มจึงได้แต่ส่ายหน้าเดินออกจากห้องนั่งเล่นตรงไปยังรถสปอร์ตคู่ใจแล้วขับตรงไปยังสถานบันเทิงชื่อดังใจกลางมหานครนิวยอร์ก

“มาพบฉันที่เดิม ฉันให้เวลานายไม่เกินครึ่งชั่วโมง”

“จะบ้าหรือไง ฉันอยู่แอลเอจะไปหานายที่นิวยอร์กทันได้ยังไงในครึ่งชั่วโมง”

“ฉันรู้ว่าตอนนี้นายอยู่นิวยอร์ก อีกครึ่งชั่วโมงเจอกันที่เดิม ถ้านายไม่มาคงรู้นะว่าอะไรจะเกิดขึ้น”

แอชตันตัดสายทันทีก่อนจะเลี้ยวรถมุ่งหน้าไปตามทางที่คุ้นเคยจนกระทั่งถึงที่หมาย ร่างสูงใหญ่ที่วันนี้ไม่ได้เนี๊ยบเหมือนกับทุกวันแต่ยังคงความหล่อเหลาได้อย่างไม่มีตกหล่นก้าวลงจากรถเข้าไปยังผับชื่อดังด้วยความหงุดหงิด พนักงานต้อนรับที่เห็นว่าใครกำลังเดินเข้ามาก็รีบกุลีกุจอเข้ามาต้อนรับแล้วนำทางไปยังห้องวีไอพีส่วนตัวที่เป็นห้องประจำสำหรับชายหนุ่ม

ยี่สิบห้านาทีสำหรับการขับรถมายังที่นัดหมาย ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตสีเขียวเข้มพับแขนขึ้นเหนือข้อศอกกับกางเกงยีนส์ตัวเก่งสลัดคราบนักธุรกิจหมื่นล้านเหลือเพียงชายหนุ่มในลุคสบายๆ กับแว่นตาสีดำปิดบังใบหน้า หักเลี้ยวรถสปอร์ตคันหรูสัญลักษณ์กระทิงดุเข้าช่องจอดโดยไม่ทันสังเกตรถยนต์คันเล็กที่เปิดไฟขอทางอยู่ก่อนหน้าเพื่อถอยเข้าช่องจอด

“นี่คุณ ไม่เห็นหรือไงว่าฉันกำลังถอยรถจะเข้าจอดช่องนี้ ไม่มีมารยาท”

ร่างสูงเพรียวในชุดรัดรูปสีดำอวดเน้นรูปร่างจนเห็นสัดส่วนโค้งเว้าชัดเจนลงมาจากรถคันเล็กเพื่อต่อว่าเจ้าของรถสปอร์ตคันหรูที่ตัดหน้าเข้าที่จอดรถทั้งๆ ที่เธอมาก่อน

“ลงมาเดี๋ยวนี้เลยนะ”

ชายหนุ่มดับเครื่องยนต์แล้วก้าวลงจากรถเพื่อเผชิญหน้ากับหญิงสาวที่ทำให้ใจเต้นผิดจังหวะ ผมสีน้ำตาลเข้มบวกกับเครื่องหน้าแบบคนเอเชียทำให้ชายหนุ่มสนใจเธอเป็นพิเศษ สัดส่วนโค้งเว้าพร้อมกับเรียวขาสวยที่โผล่พ้นชายกระโปรงที่แหวกขึ้นจากข้อเท้าจนเห็นขาอ่อน ทำให้ชายหนุ่มมัวแต่จ้องอีกฝ่ายจนไม่ได้ยินเสียงของร่างบางที่กำลังต่อว่าเขาอยู่ในขณะนี้

“นี่คุณ ฉันกำลังพูดกับคุณอยู่นะ ได้ยินไหม ไม่มีมารยาทแล้วยังหูตึงอีก คนแก่ก็แบบเนี้ย”

แก่!!เขานี่นะแก่ หนุ่มฮ็อตอันดับหนึ่งของแอลเอที่สาวๆ รุมล้อมจนต้องเรียงคิวเข้าหาและเป็นหนุ่มโสดเนื้อหอมที่ถูกจัดอันดับให้เป็นผู้ชายน่ากอดที่สุดในโลก แต่กลับถูกผู้หญิงคนนี้กล่าวหาว่าเป็นคนแก่หูตึง มันน่าจับหอมแก้มเป็นการลงโทษสักทีสองที

“ผมต้องขอโทษจริงๆ ครับ ผมไม่ทันเห็นว่าคุณกำลังถอยรถเข้าที่จอดรถตรงนี้อยู่”

“ไม่ทันเห็นหรือตั้งใจกันแน่ รถทั้งคันนะไม่ใช่มดที่จะมองไม่เห็นหน้าตาก็ดีขับรถก็หรู แต่นิสัยใช้ไม่ได้ นี่แหละเค้าถึงว่าเงินซื้อจิตสำนึกดีๆ ไม่ได้”

พูดจบร่างบางก็สะบัดตัวกลับขึ้นรถแล้วขับวนออกไปทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมจางๆ ให้ชายหนุ่มได้สูดหายใจเข้าไปจนเต็มปอด ก่อนจะเดินเข้าไปพบคนที่นัดหมายเอาไว้ในสถานบันเทิงแห่งนี้

“นายมาช้า”

“ขอโทษทีวะ ที่จริงฉันมาถึงที่นี่ก่อนเวลานัดหมายนะแต่พอดีมีเรื่องที่ลานจอดรถนิดหน่อย”

“มีเรื่องอะไร”

“ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร แค่เข้าใจผิดกันนิดหน่อยนะ” พลันสมองของเขาก็คิดถึงร่างเพรียวบางในชุดรัดรูปสีดำคล้องคอปิดหน้าปิดหลังโชว์หัวไหล่เนียนและสัดส่วนโค้งเว้า กลิ่นหอมอ่อนๆ ราวกับกุหลาบแรกแย้มทำให้เขาจินตนาการไปถึงไหนต่อไหนถ้าได้เธอกลับไปขึ้นเตียงด้วยในคืนนี้

“เฮ้ ฟังฉันอยู่หรือเปล่าลูฟ”

“วะ..ว่าไงนะ”

“นายเป็นอะไร ใจลอยไปถึงไหน ฉันถามว่านายรู้เรื่องที่ฉันจะต้องแต่งงานกับน้องสาวนายหรือยัง”

“อ้อ..เรื่องนั้นฉันก็เพิ่งรู้เหมือนกัน”

“แต่นายดูเหมือนไม่ตกใจกับข่าวนี้เท่าไหร่เลยนะ” แอชตันหรี่ตามองเพื่อนสนิทที่ไม่มีสีหน้าตกใจกับข่าวแม้แต่น้อย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป