บทที่ 7 7

“เฮ้ย ตกใจซิวะ ทำไมฉันจะไม่ตกใจ แต่ฉันตกใจไปก่อนหน้าที่จะมาเจอนายแล้วไง”

“แล้วนายรู้ไหมว่าทำไมพวกผู้ใหญ่ถึงต้องจับฉันแต่งงานกับน้องสาวนายด้วย”

“ไม่รู้เหมือนกันวะ” อันนี้เขาไม่รู้เหตุผลจริงๆ นั่นแหละ

“ฉันไม่อยากแต่งวะ ยังใช้ชีวิตโสดไม่คุ้มเลยนะเว้ย แล้วน้องนายเขายอมหรือไง”

“ก็คงต้องยอม”

“อะไรนะ” แอชตันไม่ค่อยได้ยินคำตอบที่เบาจนแทบจะอยู่ในลำคอของเพื่อนสนิทเท่าไหร่เพราะเหมือนฝ่ายตรงข้ามจะมัวแต่มองลงไปด้านล่างยังกลุ่มคนที่เพิ่งเข้ามาในร้าน จึงมองตามสายตาของเพื่อนที่จ้องมองหญิงสาวรูปร่างสูงโปร่งในชุดรัดรูปสีดำเด่นสะดุดตากำลังเดินนำกลุ่มเพื่อนไปยังที่นั่งด้านใน

“ลูฟ!”

“อะ..อะไร”

“นายต้องรู้เห็นกับเรื่องแต่งงานนี้แน่”

“ฉันไม่รู้จริงๆ แอชตัน พรุ่งนี้ค่อยคุยกันนะ” ลูฟรีบลุกจากเก้าอี้แล้วเปิดประตูออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว

ร่างเพรียวบางออกมาวาดลวดลายกับกลุ่มเพื่อนทั้งชายหญิงด้วยความสนุกสนานเพื่อระบายความเครียดที่สะสม หลังจากที่เหนื่อยจากการบินระยะไกลไม่ได้พักมาเกือบหนึ่งเดือนเต็มๆ แอร์โฮสเตสสาวประจำสายการบินโฮเมอร์ แอร์ไลน์ จึงขอสนุกสุดเหวี่ยงกับการออกมาเที่ยวในรอบหนึ่งเดือนอย่างเต็มที่

“อุ๊ย ขอโทษค่ะ”

“ไม่เป็นไรครับ”

“คุณ..”

เธออยากจะเก็บขอโทษคืนจากผู้ชายตรงหน้าขึ้นมาทันที มีอย่างที่ไหนช่วยแล้วไม่ยอมปล่อยแบบนี้ สู้ปล่อยให้เธอล้มไปบนพื้นยังจะดีกว่า

“ปล่อยได้แล้วค่ะ”

ลูฟไม่อยากจะปล่อยร่างนุ่มนิ่มที่หอมกลิ่นกุหลาบไปทั่วทั้งตัวแบบนี้ออกจากอ้อมกอดเลยสักนิด เขาไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองยื่นมือเข้าไปประคองหญิงสาวได้ยังไง รู้ตัวอีกทีก็มีร่างนุ่มนิ่มอยู่ในอ้อมแขนเสียแล้ว ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะปล่อยมือร่างทั้งคู่ก็ถูกดันด้วยคลื่นมนุษย์ที่ถาโถมกันเข้ามาในร้านเข้าไปติดอยู่ในมุมหนึ่งของร้านจนไม่สามารถขยับตัวได้ ต้องขอบคุณเหล่านักเที่ยวทั้งหลายที่เบียดเสียดกันเข้ามายังสถานที่แห่งนี้จนแน่นขนัดและเหมือนจะแน่นมากขึ้นทุกทีจนตอนนี้กลายเป็นว่าชายหนุ่มกำลังกอดร่างหอมกรุ่นนี้ไว้ด้านหลัง

“มันเกิดอะไรขึ้นเนี้ย”

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน” แต่ขออยู่แบบนี้นานๆ จะดีมาก

“โอ๊ย ฉันอึดอัดหายใจไม่ออก”

ลูฟหมุนตัวให้หญิงสาวเข้าไปอยู่ด้านในแทนเขาแล้วใช้ตัวเองเป็นเกราะกำบังผู้คนที่เบียดเสียดเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ตอนนี้กลายเป็นว่าทั้งคู่หันหน้ามาเผชิญหน้ากันในระยะที่ใบหน้าห่างกันไปถึงห้านิ้ว ยิ่งได้เห็นใบหน้าใกล้ๆ แบบนี้ยิ่งทำให้รู้ว่าคนตรงหน้านั้นสวยมากจนทำให้ใจเขาเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนอยากจะมอบค่ำคืนที่เร่าร้อนให้คนตรงหน้าเป็นการตอบแทนซะเหลือเกิน

“คุณหน้าคุ้นๆ เหมือนฉันเคยเห็นที่ไหนมาก่อน”

“คงเป็นที่ลานจอดรถเมื่อกี้ละมั้ง”

“เปล่า ฉันหมายถึงที่อื่น”

“งั้นก็คงเป็นตามหน้าหนังสือพิมพ์หรือไม่ก็นิตยสารทั่วไปละมั้ง”

“โอ้โห คุณดังขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ผมถูกโหวตให้เป็นผู้ชายที่น่ากอดที่สุดในโลกนะครับคุณผู้หญิง รู้ไหมว่าคุณโชคดีขนาดไหนที่คืนนี้คุณได้กอดผมแนบสนิทขนาดนี้”

“ตาแก่หูตึงอย่างคุณไม่น่าจะใช่ผู้ชายที่น่ากอดที่สุดในโลกหรอก แต่เป็นผู้ชายที่ไร้มารยาทที่สุดในโลกต่างหากละ”

“คำก็แก่ สองคำก็แก่ ลองจูบกับตาแก่หน่อยไหม”

ริมฝีปากหยักวูบฉกลงมาปิดทับริมฝีปากอิ่มไม่ทันตั้งตัว สองมือเล็กดันร่างหนาใหญ่ให้ถอยห่างแต่เพราะผู้คนที่เบียดเสียดแน่นหนาอีกทั้งยังถูกชายหนุ่มกอดไว้แนบสนิททำให้ไม่สามารถขยับไปไหนได้ ปากอิ่มหวานละมุนอยากจะรู้ว่าข้างในจะหวานมากขนาดไหน จึงส่งลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปากที่กำลังอ้าปากเพื่อสูดอากาศหายใจดูดซับความหวานที่ไม่เคยพบพานและกำลังจะทำให้เขาคลั่งตายไม่หยุด ลิ้นร้อนดูดดึงลิ้นเล็กไม่ให้หนีไปไหนทำเอาหัวใจดวงน้อยเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่ หัวสมองมึนงงไปกับรสจูบหอมหวานที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนความร้อนพุ่งกระฉูดไปทั่วร่าง แขนขาเริ่มไร้เรี่ยวแรงแล้วสติอันน้อยนิดของเธอก็ดับวูบ

“อ้าว เฮ้ย”

ร่างบางหมดสติเพราะจูบอันร้อนแรงของชายหนุ่ม ยังดีที่ลูฟกอดเธอไว้แน่นไม่อย่างนั้นคงหล่นลงไปกองกับพื้นเป็นแน่

เมื่อหันไปรอบๆ จึงเห็นว่าผู้คนเริ่มเคลื่อนย้ายออกจากตรงนี้จนบางตากันไปหมดแล้ว ชายหนุ่มจึงอุ้มร่างบางกลับไปยังโต๊ะที่เพื่อนๆ ของเธอนั่งอยู่ แต่ก็พบกับความว่างเปล่า ลูฟจึงพาร่างที่หมดสติออกจากร้านตรงไปยังรถสปอร์ตส่วนตัวของเขาแล้วขับออกไปพร้อมกับความมืดมิดในยามค่ำคืน

งานเลี้ยงทานอาหารระหว่างสองครอบครัวดำเนินไปอย่างราบลื่น ทุกอย่างเกือบจะสวยงามไร้ที่ติอยู่แล้วจนกระทั่งทั้งสองครอบครัวเคลื่อนย้ายจากห้องอาหารมายังห้องรับแขกขนาดใหญ่ของคฤหาสน์มารีโน่ ชายหนุ่มที่ทำตัวเงียบมาตลอดก็เปิดปากพูดขึ้นพร้อมกับจุดชนวนสงครามขึ้น

“ผมต้องแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้เหรอ เฮอะ! ก็สวยอยู่หรอกนะ ถ้าจะให้ควงเล่นๆ ละก็พอทน ผมกลัวว่าลูกที่ออกมาจะใช่ลูกของผมจริงหรือเปล่า”

“แหมๆๆๆ อย่ากลัวเลยค่ะว่าจะใช่ลูกของคุณจริงหรือเปล่า ดูตัวเองก่อนไหมคะ คุณก็ไม่ต่างอะไรจากฉันเลยสักนิด ว่าฉันก็เหมือนกับว่าตัวเองนั่นแหละค่ะ”

“ผมเป็นผู้ชายไม่มีอะไรเสียหาย แต่คุณเป็นผู้หญิงมันไม่เหมือนกัน”

“อย่ามาแบ่งว่าผู้ชายทำอะไรได้ผู้หญิงทำอะไรไม่ได้ ตอนนี้สิทธิชายหญิงเท่าเทียมกันหมดแล้วค่ะ หึ..อีกอย่างมันจะเป็นอะไรไปละคะคุณก็นอนกับผู้หญิงมากหน้าหลายตาไม่รู้ว่าเธอมีผัวมาแล้วกี่คนเหมือนกัน ส่วนฉันก็แค่คิดว่าคุณคือของเล่นชิ้นใหม่ก็แค่นั้นเองไม่เห็นจะยาก”

แอชตันกำหมัดแน่นเขาไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนกล้าพูดกับเขาแบบนี้มาก่อน ของเล่นชิ้นใหม่ยังงั้นเหรอ ไม่มีทาง! เธอต่างหากละที่จะเป็นของเล่นชิ้นใหม่ของเขา

“คุณคิดว่าเราแต่งงานกันเล่นๆ หรือไง”

“แล้วแต่คุณว่าจะคิดยังไง สำหรับฉันมันเป็นแค่เกม”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป