บทที่ 2 CHAPTER 1 จุดเริ่มต้น(พิษรัก)
CHAPTER 1 จุดเริ่มต้น(พิษรัก)
เหตุการณ์เมื่อสามปีที่แล้ว
นันท์นภัส นัท หญิงสาวที่เพิ่งเรียนจบหมาด ๆ ในวัย 23 ปี แล้วก็ต้องบินกะทันหันทำให้ความรักถึงกับสั่นคลอน อนาคตที่วาดฝันดับสลายเมื่อมีเหตุการณ์บางอย่างเข้ามาบีบคั้นให้รักที่ยาวนานถึง 5 ปี ต้องจบลง..
เธอเลือกไม่ได้ ตัดสินใจไม่ได้ เหมือนเป็นแสงสว่างทางสุดท้ายที่ทำให้ธุรกิจครอบครัวสามารถไปต่อได้..
มือเรียวสวยสั่นเทาหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูที่ปรากฏรูปคู่บนหน้าจอขึ้นมาทั้งน้ำตา พยายามตั้งสติอันน้อยนิดเรียบเรียงข้อความในช่องแชตคนสำคัญให้เรียบและกระชับมากที่สุด
N : ขอโทษนะที่ไม่สามารถยืนเคียงข้าง ขอโทษนะที่วาดฝันไว้แต่ก็ทำไม่ได้ ขอโทษนะ ขอโทษจริง ๆ หลังจากนี้ไม่ต้องอดทนแล้วนะ สามารถมีชีวิตใหม่เริ่มต้นใหม่ในแบบที่อยากเป็นได้เลย 'ขอให้ทุกวันเป็นวันที่ดีของกวินท์นะ'
"ข..ขอโทษนะวิน ขอโทษ..ขอโทษ.." นัทย่อตัวลงนั่งพิงเตียงนอน กอดขาที่สั่นเทาไว้แน่น ก้มหน้าร่ำไห้อย่างที่ไม่สามารถอดทนต่อความรู้สึกเจ็บปวดที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงในคราวนี้ได้อีกแล้ว
ไม่สามารถฝืนยิ้มอดกลั้นน้ำตาที่อยากจะไหลออกมาตลอดทางได้อีกแล้ว..
เสียงร่ำไห้สะอึกสะอื้นดังก้องภายในห้องนอนขนาดไม่ใหญ่มากอย่างน่าสงสาร สายตาสองคู่ที่ยืนมองจากบานประตูพลอยมีน้ำตาคลอหน่วยพร้อมไหลทุกเมื่อด้วยความสงสารจับใจ..
อีกด้านของคนได้รับข้อความ..
กวินท์ วิน ชายหนุ่มที่เพิ่งเรียนจบหมาด ๆ ในวัย 23 ปี ไม่ต่างกัน ทุกย่างก้าวของเขามีผู้หญิงคนหนึ่งคอยอยู่เคียงข้าง ทั้งเรื่องเรียนปัญหาครอบครัวและอีกหลาย ๆ อย่าง เธอเปรียบเสมือนที่ปรึกษาที่พักพิง ทว่าในวันที่เขาเรียนจบพร้อมจะเติมเต็มซึ่งกันและกัน พร้อมทำตามฝัน สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น..
เขาถูกเธอคนนั้นบอกเลิกอย่างไร้เยื่อใย ไร้คำอธิบาย มีเพียงข้อความสุดท้ายที่ส่งมาแล้วก็หายไป..
"วินผิดอะไร ?" เขาเฝ้าถามตัวเองเสมอ ถามอยู่ทุกวันว่าตัวเขาผิดอะไร ทำไมเธอถึงทิ้งกัน เลือกไม่จับมือแต่กลับปล่อยให้เขาโดดเดี่ยว ทั้งที่ตรงนี้ควรมีเขาและเธอยืนข้างกัน
มือหนาสั่นเทากดพิมพ์ข้อความทั้งน้ำตา ต่อสายหาเลขหมายที่ปิดไปนับครั้งไม่ถ้วนอย่างมีความหวัง หวังว่าเธอแค่โกรธหรือน้อยใจ หวังว่าสักวันเธอจะติดต่อกันกลับมาบ้าง แต่แล้วก็เป็นแค่หวัง ที่หวังลม ๆ แล้ง ๆ
"กลับมาบอกกันก่อนไม่ได้หรอ วินผิดอะไร ไม่ดีตรงไหนกลับมาบอกให้แก้ไขได้ไหม.." เขาพร่ำเพ้อถึงเธอไม่เว้นแต่ละวันจนเพื่อนสนิทอย่างขุนเขาต้องเข้ามาปลอบ
"ให้เวลาหน่อย นัทอาจจะมีเหตุผล"
"เหตุผลของมันคือต้องการจะทิ้งกูไง! เห็นไหม มันไปแล้วกูเป็นยังไง ร้องไห้เหมือนหมาสะใจมันหรือยัง!" เขาหันไปตวาดใส่เพื่อนรักที่พยายามปลอบให้ใจเย็นลงทุกทาง โดยที่ตัวมันเองก็ไม่ได้รู้อะไรไปมากกว่าที่เขารู้
จนเมื่อวันเวลาผ่านไป..ความรักที่เคยมีเปรียบเสมือนพิษรักที่เธอมอบไว้ให้เขา เขาที่เป็นคนธรรมดา..
"นัทกำลังจะแต่งงานนะ แต่งเงียบ ๆ กับนักธุรกิจ"
"..." เขาได้แต่นั่งขบกรามแน่น หันมองเมญ่าเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของนัทด้วยแววตายากจะคาดเดา
"รวยอันดับต้น ๆ ของสิงคโปร์" เมญ่าพูดต่อด้วยแววตาที่เศร้าลง หันมองขุนเขาและกวินท์สลับกันไปมา
"เธอจะพูดให้ได้อะไรญ่า เธอไม่พูดก็ไม่มีใครว่าอะไรนะ เก็บปากไว้กินข้าวเหอะ" ขุนเขายกมือปรามเมญ่าที่เหมือนกำลังจะพูดอะไรต่อให้หยุดและเก็บคำพูดเหล่านั้นไป สายตากวินท์ตอนนี้ดูดุดันราวกับกำลังจะระเบิดในอีกไม่ช้า และเขาไม่อยากให้มันกลายเป็นหมาบ้าแบบนั้น
"วิน..โอเคใช่ไหม ให้ญ่าอยู่เป็นเพื่อนนะ ญ่าจะปลอบวินเอง"
"กลับไปเถอะ อย่าทำให้ฉันดูโง่ไปมากกว่านี้เลย.." กวินท์ตอบกลับเสียงเรียบ หยัดกายลุกขึ้นเต็มความสูงเดินไปเปิดประตูห้องให้เมญ่าเดินออกไป
หลังจากที่เมญ่าเดินออกไป บานประตูก็ปิดลงเสียงดัง..
"มึงใจเย็น กูว่ามึงรู้จักเมียมึงดีที่สุดนะไอ้วิน"
"มึงรู้จักคำว่า..รู้หน้าไม่รู้ใจไหม กูกำลังเป็นแบบนั้นเลย มึงอยากจะเข้าข้างมันก็เข้าข้างไป แต่กูคิดเข้าข้างไม่ได้จริง ๆ"
"เออกูเข้าใจ"
"เข้าใจแล้วก็รู้ไว้ซะ เมื่อไหร่ที่มันกลับมาเหยียบที่นี่ กูจะทำให้มันรู้ พิษรักที่มันทิ้งไว้ให้กูเป็นยังไง!" กวินท์พูดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด มองภาพคู่หญิงสาวในห้องก่อนจะเดินไปเก็บทิ้งลงถังขยะ
"กูอยากให้มึงรอนะ รอให้ถึงวันนั้น..ทุกอย่างแม่งมีที่ไปที่มาเสมอ เรายังเด็กไม่เข้าใจหรอก รอโตอีกหน่อย ใจเย็นลงอีกนิดเชื่อกู"
"พูดง่าย เพิ่งนอนเอากับกูไป อีกวันบอกเลิกกูแล้วหายไปเลย ดีว่ะ ดีจริง ๆ" เขาพูดพลางแค่นหัวเราะเย้ยหยันตัวเอง เดินเก็บรูปที่เหลือทิ้งลงถังขยะราวกับไม่ไยดี
