บทที่ 9 CHAPTER 8 ทำระยำจังเลยนะ Nc++
CHAPTER 8 ทำระยำจังเลยนะ Nc++
หญิงสาวนอนนิ่งร่วมรักกับคนข้างกายต่อจนแทบนับครั้งไม่ถ้วน พูดว่ากวินท์แทบไม่หลั่งน้ำหลังเสร็จเลยก็ว่าได้ เพราะเขาเองรู้ตัวว่าเสร็จ มีน้ำซึมออกมาบ้างไม่มีบ้าง..
ความอ่อนเพลียทำให้สองเราผล็อยหลับไปพร้อมกัน..ทว่าความรู้สึกแปลบในใจทำให้เธอไม่สามารถนอนหลับได้นาน เพียงแค่พักเอาแรงเท่านั้น
เนื้อตัวที่เปรอะเปื้อนน้ำคาวแห้งเป็นจุด ๆ ทำเธอข่มความรู้สึกนั้นไว้ในใจไม่กล้าแม้แต่จะเข้าไปล้างเนื้อล้างตัว รีบหยิบเสื้อผ้าที่ถอดออกกลับมาใส่เหมือนเดิม และทำให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้
ก่อนจะเดินออกจากห้องแห่งนี้ไป ปล่อยให้เขานอนหลับใหลอยู่กับหมอนข้างใบนั้น..
เธอค้นหาโรงแรมแถวนี้ดูเพื่อที่จะได้เข้าไปพัก..เป็นช่วงรุ่งเช้าที่รู้สึกทรมานใจมากที่สุดเท่าที่เคย..และเมื่อได้โรงแรมเธอรีบอาบน้ำล้างเนื้อล้างตัว หยิบยาคุมฉุกเฉินที่แวะซื้อก่อนเข้าโรงแรมมากินกันเอาไว้ ก่อนจะเผลอหลับเป็นตายหลังจากที่เหนื่อยล้ามาตลอดทั้งวัน
ช่วงสาย..
กวินท์พลิกตัวขยับไปมาคว้าร่างเล็กด้านข้างมาโอบกอด ทว่าเขาคว้าได้เพียงหมอนข้างนุ่มนิ่มเท่านั้น ไร้ซึ่งตัวเธอ ทำให้เขารีบลุกขึ้นนั่งหันมองรอบห้อง ทุกอย่างยับยู่ยี่ไปหมดจนเขาแยกไม่ออกระหว่างความฝันกับความจริง จนเมื่อเปิดผ้าห่มออกดูท่อนเนื้อที่หดไม่ขึ้นเลยในช่วงเช้า มันทำให้เขาประหลาดใจไม่น้อยก่อนจะเหลือบไปเห็นทิชชูที่เปื้อนเลือดนิดหน่อย ทำให้เขาพอปะติดปะต่อได้
"ไม่ใช่ฝันแต่เป็นเรื่องจริง.." เขาพึมพำในลำคอยกสองมือขึ้นลูบใบหน้าลวก ๆ ก่อนจะเสยผมขึ้น หันมองรอบห้อง มองหาสิ่งผิดปกติ
แม้แต่ห้องน้ำยังแห้งสนิท ไม่ผ่านการใช้งานเท่ากับว่านัทออกไปสภาพนั้น ที่ไม่ล้างไม่อาบน้ำคงเพราะกลัวเขาจะตื่นมาเจอเธอสินะ..
ตืด ตืด ตืด
เสียงโทรศัพท์สั่นหลายครั้งติดเรียกสติเขาให้กลับคืนมา..
(มึงอยู่ไหน กูมาคอนโดไม่เห็นมึงอยู่)
"...มีไร" ตอบกลับเสียงเรียบไม่อยากให้เป็นพิรุธมากจนเกินไป ไอ้ขุนเขามันรู้เยอะชอบถามซอกแซกเขาไม่อยากเป็นผู้ต้องหาให้มันเค้นหรือสอบปากคำ
(เอ้า กูก็มารับมึงไงถามแปลก ๆ แล้วนี่ไม่นอนคอนโดมึงนอนที่ไหน เมื่อวานไปส่งนัทถึงไหน จนตอนนี้ยังไม่กลับ อย่าบอกนะว่า..)
"ก็เออ.." เขาตอบกลับตัดความรำคาญ
(พากันไปรื้อฟื้นความหลังที่รังรักเก่าสินะ ขอสายหน่อย บอกนัทกูเอาเสื้อมาให้แล้ว)
"ไม่อยู่ละ ทิ้งเลย"
(ทิ้งเหี้ยอะไร เสื้อสูทไม่ใช่ตัวละสองร้อย)
"งั้นก็ไปหาที่ส่งคืนเอง อย่ามาถาม มาฝากกู กูไม่รู้"
(มึงนอนด้วยกันยังไงไม่รู้ ย..อย่าบอกนะว่า นัทไปแล้ว ?) ขุนเขาพูดด้วยน้ำเสียงตกใจ ถามไปอย่างคนตื่นตระหนก
"เออ หายไปละ ตื่นมาก็ไม่เจอ" เขาเดินไปทิ้งตัวนั่งที่ปลายเตียงหันมองเตียงนอนที่ยับยู่ยี่จากค่ำคืนเร่าร้อนของสองเราด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
(เชี้ยมาก มึงเนี่ย! ตกลงจะประกาศศัตรูจริง ๆ ใช่ไหม)
"ทำไมกูต้องไยดี ?" กวินท์ตอบกลับเสียงเรียบ
(ช่างหัวมึงเถอะ รำคาญ)
"อะไรของมึง!" เขาว่าพลางยกโทรศัพท์ดูสายเรียกเข้าที่ตัดไปแล้วด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนจะเปิดปิดหน้าจอโทรศัพท์ดู เข้าไปดูไลน์ที่ไอ้ขุนเขาส่งมา เป็นรูปภาพนัทตอนกำลังประชุม
ริมฝีปากหยักเผยรอยยิ้มตามคนในรูปภาพอย่างไม่รู้ตัว..
กวินท์อาบน้ำเปลี่ยนใส่ชุดธรรมดากลับไปยังคอนโดเพื่อที่จะแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนเข้าบริษัทแล้วก็ต้องงุนงง เมื่อเห็นไอ้ขุนเขานั่งรอพร้อมเสื้อสูทของนัท
"มึงทำระยำจังเลยนะ ก่อนไปเลานจ์ก็เพิ่งเอากับเด็กนั่นพอตอนกลับก็ลากนัทกลับ จิตใจมึงทำด้วยอะไร"
"ถามให้ได้อะไร"
"กูถาม เผื่อว่ามึงจะรู้สึกผิดบ้าง"
"ไม่นะ กับนัทไม่เหมือนคนอื่น กับคนอื่นกูไม่ได้บริการดีทุกระดับประทับใจ"
"แล้วมึงคิดว่ามึงทำให้นัทประทับใจแล้วหรอ"
"ก็พอตัว.." ไหวไหล่ไม่ยี่หระ ไม่สะทกสะท้าน
"งั้นมึงก็พอใจได้เลย นางสาวนันท์นภัสขอยกเลิกการทำงานร่วมกับบริษัทGVKKเนื่องจาก มีปัญหาขัดแย้งภายใน" ขุนเขาอ่านข้อความที่เป็นลายลักษณ์ตัวอักษรจากบริษัทชื่อดังแห่งหนึ่งที่ส่งมาในเมลของบริษัท โดยระบุชื่อนัทและชื่อบริษัทฝั่งไทยอย่างชัดเจน
"ก็ดีแล้วไหม กูจะได้ไม่ต้องเห็นหน้า กูบอกไปแล้วกูนี่แหละจะคอยเป็นเวรกรรมตามสนอง!"
"เออมึงก็จำคำพูดมึงวันนี้ไว้แล้วกัน"
"ทำไม ?"
"อะไรทำไม ?"
"ทำไมมึงต้องเข้าข้างนัทตลอด เพื่อนกูไหมมึงอะ"
"เอาจริงกูโกรธนัทนะที่ทิ้งมึง แต่กูเห็นสภาพอิดโรยเมื่อวานกูพูดตามตรงโกรธไม่ลงว่ะ เห็นเบ้าตาที่ปิดด้วยคอนซีลเลอร์ไหมปิดยังไงก็ไม่มิด เครื่องสำอางแพงแค่ไหนก็ปิดความเหนื่อยล้าของคนไม่ได้หรอกเว้ย!"
"มึงต้องการจะพูดอะไร" เขาถามกลับเสียงเรียบไม่เข้าใจความหมายที่มันกำลังจะพูด
"กูไม่รู้เรื่องทั้งหมดหรอกนะ แต่มึงก็รู้บ้านนัทตอนนั้นสภาพการเงินเป็นยังไง ? ขาดความคล่องตัว ขาดเงินทุนเงินหมุนเวียน ในหัวกูภาวนาให้นัทแต่งงานเพราะเรื่องธุรกิจ แต่มึงรู้ไหม สีหน้านัทไม่ได้มีความสุขเลยนะ ดูนัยต์ตาก็รู้..เหมือนคนเหนื่อยล้ามากกว่า ง่าย ๆ กูคิดว่านัทยังต้องทำงานหนัก ไม่ได้พักผ่อน มึงเข้าใจไหม ?" ขุนเขาตอบกลับหลังจากที่นอนคิดมาทั้งคืน พยายามเรียบเรียงเรื่องราวต่าง ๆ เข้าด้วยกัน แอบแปลกใจที่นัทไม่ได้พูดถึงสามีเลยสักนิด
"ไม่รู้หรอก ไม่อยากรู้ สามปีแล้ว สามปี..เป็นพันวันที่กูต้องจมกับความรู้สึกแย่ ๆ ดิ้นตัวเป็นเกลียวหัวเป็นนอตทำให้ตัวเองมีฐานะ มีบริษัท..มึงก็รู้ไอ้ขุนเขา" กวินท์พูดพลางเอนตัวนั่งพิงพนักพิงหลัง
"แล้วถ้าสิ่งที่กูพูดเป็นความจริง มึงคิดว่าไง"
"อดีตแก้ไขไม่ได้"
"มึงยังรักอยู่ไหมวะกวินท์..บางทีมึงก็เหมือนรัก บางทีมึงก็เหมือนไม่แคร์"
"ไอ้ขุนเขา กูบอกว่าสามปี! เป็นพันวันที่กูต้องจม มึงอยากให้กูจมอีกหรอ ?" เขาถามมันเสียงแข็งกร้าว
"เอ้า แล้วถ้านัทก็ต้องจมต้องอดทน มึงจะรู้สึกยังไง เสียใจไหมกับวันนี้ที่มึงทำลงไป คนเหี้ยอะไรจะบินมาคุยงานแล้วยกเลิกงานไม่ทำแบบนี้ ฉลาดหน่อย ตั๋วเครื่องบินเหมือนตั๋วเข้าห้องน้ำมั้งห้าบาทสิบบาท สัดเอ๊ย!" ขุนเขาว่าพลางหันไปแยกเขี้ยวใส่กวินท์
"รักเขารักฉิบหาย ปากอมตีนอยู่มั้งกูว่า" ขุนเขาพูดและส่ายหัวรัว ๆ ให้กับความบ้าบอของไอ้กวินท์ แทนที่จะคุยกันปรับความเข้าใจเผื่อว่าอนาคตจะพอกลับมารักกันได้บ้าง
"ทิ้งกูไปแต่งงานนะ ไม่ได้ไปนั่งเล่นตบแปะ มึงอะพูดอะไรคิดถึงใจกูด้วย กูก็เจ็บ..กูคนไม่รู้ รอแบบไม่รู้ทำอะไรผิดก็ไม่รู้ ทุกวันนี้กูยังไม่รู้เลยผิดอะไร กูแค่อยากปกป้องตัวเองบ้าง ทำให้นัทเจ็บบ้างจะได้เข้าใจความรู้สึกของกู.." เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เบาลง ใช้ไหล่เช็ดน้ำตาที่คลอออกไม่ให้ไหล
"เลิกกันแล้วก็เลิกแล้วต่อกันเหอะ ได้ไหมวะ"
"ไม่ได้ กูจะทำให้รู้ว่าพิษความรักมันเป็นยังไง รักมากก็เจ็บมากแค้นมาก มึงก็รู้นี่!"
"ช่างหัวมึงเถอะ เออเอาเลยกูจะคอยดูสงครามรักพวกมึงละกัน!" ขุนเขาเหนื่อยเกินกว่าจะพูดให้เพื่อนรักใจเย็น จึงทำได้แค่ยอมรับการตัดสินใจของอีกฝ่าย
