บทที่ 2 Account ปริศนา

ใช่! เธอต้องหาแฟนก่อนแต่งงานให้ได้

คิดแบบนั้นมือเรียวก็ยกขึ้นมาดีดนิ้วเปาะ รีบหยิบสมาร์ตโฟนหรูออกมาเพื่อไล่ดูชื่อไอจีคนคุยที่เข้ามาจีบเธอแต่ละคน

“ไม่ผ่าน เทสต์แย่”

“หมอนี่ก็ไม่ผ่าน หน้าตาจืด”

“อืม หมอนี่หล่ออยู่นะว่าไม่ได้ แต่โคตรหน้าหม้อ”

“หรือจะคนนี้ดี แต่ยี้ไม่เอาอะ”

รายชื่อคนเข้ามาจีบเธอเป็นสิบ ทว่าแต่ละคนดันไม่ตรงไทป์ที่เธอชอบเลยสักคน

มีอาถอนหายใจอีกระลอก ละสายตาจากหน้าจอสมาร์ตโฟน เงยหน้ามองดวงอาทิตย์ที่ใกล้จะลาลับขอบฟ้าอยู่ตรงหน้า แต่ทว่ารถของเธอยังจอดนิ่งสนิทเหมือนโดนสตาฟให้อยู่กับที่

“ถ่ายรูปดีกว่า”

ใช่! สำหรับเธอในตอนนี้ จะมีอะไรดีไปกว่าการจัดการความรู้สึกตัวเองด้วยการได้ทำสิ่งที่ชอบ คิดแบบนั้น มือเรียวจึงยื่นสมาร์ตโฟนออกมาถ่ายบรรยากาศของท้องฟ้าสีสวย ก่อนจะอัปรูปลงไอจีอย่างเช่นเคย

เมื่อรถยังติดอยู่เธอเลยเลือกที่จะไถไอจีเล่นฆ่าเวลาต่อ พลันสายตากลับสะดุดไปที่ภาพจากไอจีของใครคนหนึ่งซึ่งเด้งขึ้นมาในฟีด

เขา…ลงรูปถ่ายเป็นรูปท้องฟ้าสีชมพูอมส้มเหมือนกับเธอ

“L”

เป็นชื่อสั้น ๆ ของเจ้าของแอ็กเคานต์ท้องฟ้านั่น

มีอาหันรีหันขวาง พยายามมองหารถคันอื่น ๆ ที่อาจจะอยู่ข้าง ๆ หรืออาจจะจอดอยู่ด้านหลังรถของเธอก็เป็นได้ เพราะถ้าดูจากรูปที่เขาลงในไอจีแทบจะเป็นท้องฟ้าที่ถ่ายจากมุมถนนเดียวกับเธอ

เมื่อไม่รู้ที่ไปที่มา มีอาจึงหันกลับเอนหลังพิงกับเบาะก้มมองรูปภาพนั้น ก่อนที่นิ้วเรียวจะเลื่อนดูภาพอื่น ๆ ของแอ็กเคานต์ดังกล่าวอย่างสนใจ เมื่อเห็นว่าไอจีของเขาชอบถ่ายท้องฟ้าเหมือนกับเธอ นิ้วเรียวจึงกด Follow ติดตามแอ็กเคานต์ของคนที่ชื่อ “ L ”

คนที่มีความชอบและรสนิยมเดียวกัน ทำความรู้จักก็ไม่ใช่เรื่องน่าเสียหาย

< ภาพสวยมากเลยค่ะ

เธอคอมเมนต์ใต้ภาพของคนคนนั้นอย่างไม่คิดอะไร

ใช่ มันจะมีอะไรได้ล่ะ ในเมื่อเธอไม่ได้รู้จักคนคนนั้นในไอจีแม้แต่นิด ก็แค่คนที่มีความชอบตรงกันก็เท่านั้น 

และเมื่อเห็นว่าสัญญาณไฟแดงตรงหน้าเปลี่ยนเป็นสีเขียว มือเรียวจึงรีบเก็บสมาร์ตโฟนก่อนจะออกรถเคลื่อนไปที่หมาย แต่ไม่วายดวงตาคู่สวยยังเหลือบไปเห็นรถบอดี้การ์ดจากที่บ้านอีกสามคันซึ่งขับตามรถของเธอจากด้านหลัง

อารมณ์ขุ่นมัวกลับมาคุกรุ่นในทันที เรียวคิ้วสวยขมวดเข้าหากันอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนที่ขาเรียวจะเหยียบคันเร่งรถให้เร็วและแรงขึ้น ไม่สนด้วยว่าบอดี้การ์ดที่ขับตามเธอเป็นพรวนจากด้านหลังจะขับตามทันหรือไม่! ทันก็ช่าง ไม่ทันก็ช่าง ใครสน

แต่ก็นั่นแหละ ต่อให้มีอาอยากขับหนีให้พ้น ๆ ทว่าพอรถสปอร์ตหรูของเธอเคลื่อนตัวด้วยความเร็วได้อีกไม่เท่าไร พอถัดไปได้อีกไม่กี่แยกไฟแดงสุดท้ายก็มาติดแหง็กเหมือนเดิม

“ให้มันได้แบบนี้สิ ไฟแดงที่กรุงเทพฯ มีล้านกว่าที่หรือไงนะ!” เจ้าของเสียงหวานบ่นออกมาอย่างหงุดหงิด

ก่อนที่เธอจะได้ยินเสียง

ติ๊ง! สัญญาณจากแอปพลิเคชันไลน์ในสมาร์ตโฟนดังขึ้น

‘มาหยา’ เพื่อนสาวคนสนิทส่งข้อความให้มาหาพร้อมบอกพิกัดร้านอาหารที่เจ้าหล่อนนั่งดื่มเสร็จสรรพ

 เข้าทาง…ในเมื่อเธอเองก็อยากหาที่ดื่มอยู่พอดี

จวบจนสัญญาณแปรเปลี่ยนเป็นสีเขียว มือเรียวรีบหักพวงมาลัยเลี้ยวเพื่อย้ายเลนกะทันหัน ก่อนจะเลี้ยวรถกลับไปอีกทิศทางหนึ่งในทันที

ใช้เวลาไม่นานนัก เมื่อมาถึงร้านอาหารสไตล์ฝรั่งเศสซึ่งเป็นร้านชื่อดังแห่งหนึ่งในย่านสุขุมวิท ขาเรียวสวยจึงเดินฉับเข้ามาภายไปร้านอาหาร ดวงตาคู่หวานรีบกวาดสายตามองหามาหยาเพื่อนสาวคนสนิท ซึ่งไม่รู้ว่าตอนนี้มาดื่มมาดริงก์อยู่มุมไหน

“ให้ตายเถอะ นัดมาในที่จืดชืดแบบนี้เนี่ยนะ”

หญิงสาวคว่ำปากก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาอย่าง

เซ็ง ๆ 

“จะชวนมาดื่มทั้งที เลือกร้านที่มันได้ฟีลสนุกสนานกว่านี้ก็ไม่ได้” เธอบ่นกระปอดกระแปดถึงเพื่อนสาวที่ควรจะเลือกสถานที่เป็นไนต์คลับที่หรูหราและเปิดเพลงเร้าใจมากกว่านี้ แต่เอาเถอะที่ไหนมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็พออะลุ่มอล่วยได้เหมือนกัน

ที่สุด ดวงตาคู่หวานก็มองหาจนกระทั่งเจอร่างบางของเพื่อนสาวที่นั่งฟุบดูเมามายอยู่ตรงเคาน์เตอร์บาร์ สองขาเรียวจึงรีบเดินจ้ำเข้าไปหาในทันที

“ว่าไงยัยมาหยา สภาพ! ไหวปะเนี่ย”

จากที่ตั้งใจจะเอ่ยปากบ่นเรื่องร้านที่นัดให้มาหา พอเห็นมาหยาที่เมามายหมดสภาพอยู่ตรงหน้า มีอาถึงกับต้องถอนหายใจพลางส่ายหน้าด้วยความเป็นห่วง ก่อนเธอจะทิ้งตัวลงนั่งข้าง ๆ วินาทีนี้เธอคงต้องสวมบทเป็นแพทย์สนามคอยปลอบใจเพื่อนไปก่อน และไม่ลืมที่จะโทรหา ‘โมนา’ เพื่อนสาวคนสนิทอีกคนที่ไม่ได้มาด้วยกัน

“เธอจะมาหายัยมาหยาที่ผับด้วยกันมั้ยโมนา”

“ไม่” เสียงเรียบเอ่ยสั้น ๆ

สมกับฉายา ‘ยัยแม่มด’ ประจำกลุ่ม ที่หนึ่งเรื่องความเย็นชาและไม่สนใจโลก แต่ก็ฉลาดเป็นกรดกว่าทุกคนในทีม

“แล้วยัยมาหยาเป็นอะไร” 

ถึงปากจะบอกว่าไม่มา แต่ถึงแบบนั้นโมนาก็ยังมีแก่ใจถามไถ่เพื่อนอีกคนด้วยความเป็นห่วง

“จะเป็นอะไร ดูจากสภาพ เมาแบบนี้ คงอกหักละมั้ง”

“หึ” เสียงโมนาแค่นหัวเราะในลำคอก่อนจะเอ่ยต่อ

 “ไหน ส่งสายมาให้ฉันคุยเอง”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป