บทที่ 7 Blacklist แบล็กลิสต์

ในตอนดึกของคืนนั้น…มีอานอนหลับใหลอยู่บนเตียง ก่อนที่เธอจะรู้สึกถึงลมเย็น ๆ ที่พัดโชยเข้ามาจากริมระเบียง เธอลืมตาตื่นขึ้นก่อนจะหันไปมองม่านสีขาวที่พลิ้วไหวอย่างงุนงง

เดี๋ยว? เธอลืมปิดประตูบานเลื่อนได้ไงก่อน จำได้ว่าก่อนนอนเธอปิดมันไปแล้วกับมือไม่ใช่เหรอ?

ไม่ทันแก่ แต่อัลไซเมอร์ถามหาตอนอายุ 21 

มีอาผุดลุกขึ้นนั่ง ขาเรียวก้าวไปที่ระเบียงเพื่อปิดประตู ทว่าจังหวะนั้นสายตากลับเหลือบไปเห็นแผ่นหลังของชายบางคนที่เดินอยู่ในสวน และเขาใส่เสื้อโค้ตเหมือนกับผู้ชายที่เธอเห็นภาพจากไอจีแบบเดียวกันเป๊ะ

ทำไม? เขาถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ

มีอาก้าวออกไปที่ระเบียง ก่อนตะโกนเรียกชื่อสุดเสียง

“คุณแอล นั่นคุณแอลใช่ไหมคะ” เธอเรียกเขา

ได้ผลเขาคนนั้นหยุดชะงัก พร้อมกับหันกลับมา

“…!”

ทันใดนั้น ดวงตาคู่หวานกลับเบิกกว้างด้วยความตกใจ เพราะทันทีที่เธอเห็นใบหน้าของผู้ชายคนนั้นอย่างชัดเจน 

นั่นมัน

 ‘อิล’ บอดี้การ์ดของเธอนี่!

กรี๊ดดด!!

มีอาสะดุ้งตื่น! ก่อนมองไปรอบ ๆ 

ทุกอย่างดูปกติ ประตูบานเลื่อนริมระเบียงยังคงปิดสนิท เครื่องปรับอากาศภายในห้องยังเย็นฉ่ำ และเธอ…ยังคงนอนอยู่บนที่นอน

นี่เธอเป็นเอามาก

 มาก…ถึงขนาดเธอเก็บเอาหมอนั่นไปนอนฝัน? 

รุ่งเช้า

ทันทีที่ตื่นนอน หญิงสาวรีบแต่งตัวเพื่อจะลงไปด้านล่างให้ทันคุณพ่อ ก่อนที่ท่านจะออกไปทำธุระข้างนอก ดีว่าวันนี้เธอมีเรียนตอนสิบโมงทำให้ไม่ต้องรีบไปมหาวิทยาลัยแต่เช้าเหมือนทุกวัน ซึ่งความรีบร้อนทำให้เธอลืมนัดที่จะถ่ายรูปพระอาทิตย์ให้คนในไอจีดูเสียสนิท

ห้องทำงาน

“คุณพ่อต้องไล่หมอนั่นออก!” 

มือเรียววางลงบนโต๊ะทั้งสองข้างอย่างเอาแต่ใจ พลางจ้องหน้า ดร.ทิวผู้เป็นพ่อ ที่ได้แต่มองหน้าลูกสาวกลับพร้อมกับถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย

วันก่อนแผลงฤทธิ์อย่าง

มาอีกวันแผลงฤทธิ์อย่าง

มีแต่เรื่องน่าปวดหัว

“นะคะคุณพ่อ ไล่เขาออกไปเลย มีอาไม่ชอบหน้า”

“ใคร?” ดร.ทิว ถามกลับอย่างใจเย็น ถามทั้งที่รู้ดีว่าลูกสาวหมายถึงใคร

“ก็บอดี้การ์ดคนใหม่ของคุณพ่อไงคะ มีอาไม่ชอบเขา”

“แล้วเขาทำอะไรให้ลูกไม่พอใจ?” 

มีอาเม้มปากหาเหตุผลให้ตัวเอง

ใช่! มันไม่มีเหตุผลนักหรอก การที่คนเราจะชอบหน้าหรือไม่ชอบหน้าใครบางคน ต่อให้คนคนนั้นจะหล่อเหลาปานเทพบุตรหรือแสนดีมาจากไหน ในเมื่อเธอไม่ชอบหน้า ก็คือไม่ชอบหน้า

แต่กับบอดี้การ์ดคนนั้น เธอมีเหตุผลมากพอที่จะไม่ชอบ และเธอขึ้นแบล็กลิสต์เขาเอาไว้ในใจหลายข้อ 

ทั้งหน้านิ่ง เย็นชา กวนประสาท ไม่เชื่อฟังคำสั่ง และโดยเฉพาะข้อสุดท้ายที่ทำให้มือสวย ๆ ของเธอต้องไปจับ ‘ไอ้นั่น’ ของเขา 

“ว่าไงลูก เขาทำอะไรให้ลูกไม่พอใจ”

“เยอะแยะค่ะ เจอวันเดียวยังแผลงฤทธิ์ใส่มีอาตั้งเยอะ” 

“ก็ลองไล่เหตุผลมาให้พ่อฟัง ว่าเขาทำอะไร”

เจอถามกลับมาอีก หญิงสาวถึงกับขมวดคิ้วเข้าหากัน ที่ผ่านมาพ่อของเธอไม่เคยถามอะไรกลับแบบนี้ แค่เธอบอกไม่ชอบ พ่อก็ไล่ออกโดยไม่เคยถามเหตุผล

แต่อยู่ ๆ เมื่อวานก็บอกจะให้แต่งงาน 

และอยู่ ๆ ก็หาบอดี้การ์ดมาให้ไม่บอกไม่กล่าว

ว่าแต่หมอนั่นทำอะไรให้เธอไม่พอใจงั้นเหรอ? 

มีอายกมือซ้ายของตัวเองที่จับไอ้นั่นเมื่อคืนขึ้นมาดู

“เขา…”

ริมฝีปากบางหยุดชะงักคำพูด ก่อนจะกำฝ่ามือที่แบเอาไว้แน่นแล้ววางลงข้างลำตัว

 “หมอนั่น ขัดคำสั่งหนูค่ะ “

 “ทำไมถึงขัดคำสั่งล่ะ?” พ่อของเธอถามอีกคำถามกลับ และนั่นก็ทำให้เธอหงุดหงิดขึ้นไปอีก

 “ก็มีอาให้เขาไปส่งที่ผับอีกที่ แต่เขาดันพามีอากลับบ้าน” เธอโพล่งออกมาอย่างลืมตัว

 “อืม งั้นก็หมายความว่า เมื่อคือลูกจะไปเที่ยวต่อแต่เขาไม่ยอมพาไป?” ดร.ทิวหัวเราะในลำคอ พลางมองหน้าลูกสาวที่ไม่ยอมสบสายตากลับเหมือนตอนแรก

“ค่ะ” เสียงหวานเริ่มแผ่วลง 

“แล้วเขาทำผิดยังไง?”

“ผิดตรงขัดคำสั่ง” ยังเถียงข้าง ๆ คู ๆ แต่น้ำเสียงของมีอาฟังดูแผ่วลงกว่าตอนแรก

“แสดงว่าเขาผิดจริง “

“ชะ ใช่ค่ะ”

“ผิดที่เขาหวังดี เพราะรู้ว่าวันนี้ลูกมีเรียน?”

“คุณพ่อ!” มีอาหน้าเหวอ คิดว่าพ่อจะเข้าข้างตัวเอง แต่ที่ไหนได้กลับไปเข้าข้างบอดี้การ์ดเฉย 

ได้ไงก่อน?

“เอาเถอะมีอา ถึงสิ่งที่เขาทำ อาจไม่ถูกใจลูก แต่ที่เขาทำมันดันถูกใจพ่อมาก ดังนั้นพ่อคงไม่ไล่เขาออกด้วยเรื่องนี้”

“คุณพ่อ!”

อยากกระทืบเท้าลงพื้นแล้วลงไปนอนดิ้นเหมือนตอนเป็นเด็ก ทว่าตอนนี้ไม่ใช่แล้ว ที่ทำได้คือพ่นลมหายใจฮึดฮัด แสดงออกชัดว่าไม่ชอบ ไม่พอใจ 

และจากที่ไม่ชอบหน้าบอดี้การ์ดคนนั้น พานทำให้เธอยิ่งไม่ชอบหน้าเขาหนักกว่าเดิม

“นี่คุณพ่อจะให้ท้ายหมอนั่นเกินไปไหมคะ ทำแบบนี้เขาจะไม่ยิ่งได้ใจหรือคะ”

“นั่นสินะ คนเราถ้าให้ท้ายมากจะยิ่งเหลิง ยิ่งได้ใจ และยิ่งเอาแต่ใจ ที่สุดก็จะไม่ค่อยเชื่อฟัง และดื้อรั้น อืม…มันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ตัวอย่างก็มีให้ดูให้เห็น ถ้าอย่างนั้นพ่อจะจัดการยังไงดี หรือพ่อควรตัดไฟแต่ต้นลมด้วยการไม่ตามใจอีกต่อไปดีไหม?” 

พ่อของเธอพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย และมีอารู้ดีว่าที่ท่านพูด กำลังหมายถึงเธอกลาย ๆ 

“คุณพ่อแอบว่าลูกใช่ไหมคะ” มีอาคว่ำปากงอน “ได้ค่ะ งั้นลูกจะเป็นคนกระชากหน้ากากหมอนั่นออกมาเอง ลูกมั่นใจว่าเขาไม่ได้เป็นคนดีแบบที่คุณพ่อคิด แล้วเมื่อถึงเวลานั้นคุณพ่อก็อย่าลืมไล่เขาออกก็แล้วกัน”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป