บทที่ 8 หายกัน

รู้ว่าเถียงไปก็แพ้วันยังค่ำ หญิงสาวเลยสะบัดหน้าหนี ก่อนจะหันหลังแล้วเดินจ้ำไปสองสามก้าวและหยุดชะงัก

“อ้อ ส่วนเรื่องแต่งงาน มีอาก็ยังยืนกรานคำเดิมนะคะว่าไม่แต่ง”

พูดจบหญิงสาวก็เดินกระแทกเท้าออกจากห้องทำงานของพ่อเธอด้วยความไม่พอใจ แต่ถึงแม้จะไม่พอใจมากแค่ไหน ในหัวก็ยังพยายามนึกหาวิธีการที่จะกำจัดบอดี้การ์ดของตัวเอง และปฏิเสธการแต่งงานให้ได้

มันต้องมีวิธีใดวิธีหนึ่งสิน่า

และเมื่อนึกถึงคนที่ไม่ชอบ คนที่ไม่ชอบก็โผล่มาให้เห็น เหมือนเป็นการขยี้ความรู้สึกให้ขุ่นมัวมากยิ่งขึ้น 

เธอเห็นบอดี้การ์ดที่ชื่ออิล กำลังเดินขึ้นบันไดสวนกับเธอที่กำลังจะลงไปพอดี สองสายตาสบประสานกันครู่หนึ่ง แต่ความรู้สึกแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

เขาดูเย็นชาและเรียบนิ่งไม่บ่งบอกความรู้สึกใด ๆ ในขณะที่เธอทั้งคุกรุ่นและขุ่นมัว พร้อมประกาศสงครามกับเขาแบบสุด ๆ และเขากลับยิ่งทำให้เธอโมโหหนักขึ้นด้วยการเลือกที่จะเมินต่อสายตาของเธอก่อน ซ้ำยังเดินขึ้นบันไดขั้นต่อไปอย่างไม่สนใจเธอ

มีเหรอคนอย่างมีอาจะยอม เรื่องอะไรจะปล่อยบอดี้การ์ดอย่างเขาเมินใส่เธอซึ่ง ๆ หน้า 

มีอากัดฟันกรอดเดินกระแทกเท้าลงบันไดสวนลงไปตั้งใจจะเดินชนคนตัวโตให้รู้แล้วรู้รอด 

แต่เธอคงคิดผิด

ในจังหวะที่ทั้งคู่สวนกัน เธอจงใจเดินชนเขา แต่เขากลับเบี่ยงตัวหลบไปอีกทางเป็นเหตุให้ร่างเล็กเซถลาไปด้านหน้าจนเกือบล้ม

“ว้าย!”

หมับ! 

มือหนาเข้ารั้งตัวหญิงสาวไว้ได้ในเสี้ยววิ 

“ระวังตัวหน่อยสิครับคุณหนู” เสียงทุ้มเอ่ยเข้ม ท่ามกลางความโล่งใจของทั้งคู่

โชคดีที่ไม่ตกบันไดกลิ้งลงไปทั้งสองคน 

แต่ที่โชคไม่ดีคือ…

แขนแกร่งของเขากำลังโอบรัดโดนหน้าอกของเธอไป

เต็ม ๆ 

“กะ กรี๊ดดดดด ปะ ปล่อยฉันนะ” 

หญิงสาวโวยวาย เขาถึงได้สติว่าท่อนแขนกำลังกอดรัดความนิ่มหยุ่นของเธออยู่ แต่เมื่อจะคลายอ้อมแขนออก เธอก็ดันยืนไม่มั่นพานจะล้มไปข้างหน้าอีก อิลเลยต้องกระชับท่อนแขนแกร่งไว้ตามเดิมแล้วพยายามประคองเธอให้ยืนได้คงที่

ทว่าพอปลอดภัยจากการล้มและตั้งหลักได้ มือเรียวก็ยกขึ้นฟาดใบหน้าเขาทันที

เพียะ! 

ใบหน้าไม่ได้หันไปตามแรงตบ แค่รู้สึกแสบ ๆ คัน ๆ แต่ไม่มาก อิลใช้ลิ้นดันที่กระพุ้งปาก แต่สายตาคมยังคงมองนิ่งไปที่หญิงสาวตรงหน้า

“ลามปาม! กล้าดียังไงมาแตะต้องตัวฉัน” 

“ผมแค่ช่วยไม่ให้คุณหนูตกบันได” เขาตอบกลับเสียงเรียบ

“ก็ช่วยไปสิ แล้วทำไมต้องโดน นะ…” 

เธออ้าปากค้างไม่กล้าพูดต่อว่าโดน ‘นม’

ทว่าใบหน้าขาวเริ่มแดงก่ำ แยกไม่ออกว่าตอนนี้กำลังโกรธหรือกำลังอาย แต่เขากลับใช้สายตามองไปที่เนินอก แล้วยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะโน้มตัวไปกระซิบข้างหู

“งั้นเสมอกันนะครับ เมื่อคืนคุณจับโดนของผม วันนี้ผมจับโดนของคุณ งั้นถือว่าเราสองคนหายกัน”

...

ไม่เคยมีอะไรที่ทำให้มีอารู้สึกขุ่นมัวได้ขนาดนี้ และไม่เคยมีอะไรที่ทำให้คนอย่างมีอารู้สึกแพ้ราบคาบแบบนี้มาก่อน แต่ใด ๆ ตอนนี้เหมือนจะไม่ใช่แค่เธอที่ประกาศสงครามกับเขาฝ่ายเดียว ทว่าดูเหมือนเขาก็ประกาศสงครามกับเธอด้วยเช่นกัน

ก็เอาสิ…ให้มันรู้กันไปเลยว่าใครจะแน่กว่าใคร

เธอจ้องตาเขา เขาก็จ้องตาเธอกลับ ราวกับเกมจ้องตาใครกะพริบตาก่อนคนนั้นแพ้ 

แต่…

เคยมีทฤษฎีหนึ่งที่บอกว่า ถ้าเราจ้องตากับใครเกิน 8 วินาทีจะทำให้คนเราตกหลุมรักกัน ทว่าสำหรับมีอากับบอดี้การ์ดของเธอไม่ใช่ฟีลแบบนั้น 

มันไม่ใช่เป็นการจ้องตากันเพื่อตกหลุมรัก 

แต่เป็นการจ้องตากันด้วยความรู้สึกที่อยากขุดหลุมฝังกันไปเลย!

“ฝากไว้ก่อนเถอะ ฉันเอาคืนนายแน่ ๆ” 

“แบบไหนครับ หรืออยากจะจับของผมแบบเดิมอีก?”

กวนตีน! เป็นคำที่มีอานึกด่าสวนกลับคนตรงหน้าอยู่ในใจ แต่เธอเลือกที่จะไม่พูดออกมาเพราะ ‘มันหยาบ’ ลูกคุณหนูแบบเธอพูดจาอะไรแบบนี้ไม่ได้

“กวนประสาท! นายกวนประสาทฉันมากเกินไปแล้ว อย่าคิดนะว่าคุณพ่อให้ท้ายนายแล้วนายจะมาทำทะลึ่งกับฉันแบบนี้ได้”

“แต่คุณหนูไม่ใช่เหรอครับ ที่เป็นคนเริ่มก่อน” 

คนตรงหน้าเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าบนใบหน้าเฉยชาแต่แววตากลับมีความเย้ยหยันซ่อนอยู่ 

มีอาเม้มริมฝีปากเถียงไม่ออก ใช่ที่ว่าเมื่อคืนเธอเป็นฝ่ายไปขยำไอ้นั่นของเขาก่อน และก็ใช่ที่เธอตั้งใจจะชนเขาจนตัวเองเกือบตกบันได 

และถ้าไม่เพราะเขารับเอาไว้ เมื่อครู่เธอก็คงตกบันไดไปแล้ว

“ฉันไม่อยากเสียเวลาคุยกับนายมากกว่านี้ แต่คอยดูก็แล้วกัน ฉันจะทำให้คุณพ่อไล่นายออกให้ได้!” มีอาเอ่ยคาดโทษ ก่อนจะสะบัดหน้าใส่แล้วเดินกระแทกเท้าลงบันได

บทก่อนหน้า
บทถัดไป