บทที่ 9 กำจัด

 @มหาวิทยาลัยคานท์

 เสียงยางรถลัมโบร์กีนีสีแดงสดเสียดสีกับพื้นคอนกรีต ก่อนจะจอดนิ่งสนิทตรงลานจอดรถวีไอพีของ "Cannes University" มหาวิทยาลัยเอกชนที่ขึ้นชื่อว่าแพงและหรูหราติดอันดับในประเทศ 

และทันทีที่รถซูเปอร์คาร์ของมีอาจอดสนิท พนักงานรับรถของทางมหาวิทยาลัยก็ตรงเข้ามาค้อมศีรษะพร้อมกับเปิดประตูรถให้เธอลง

 ขาเรียวสวมรองเท้าส้นสูงแบรนด์หรูก้าวออกมาจากรถแตะลงบนพื้นเสียงดัง กึก มีอาก้าวลงจากรถยืนเต็มความสูง แว่นกันแดด Chanel สีดำถูกดึงลงเล็กน้อย เผยให้เห็นดวงตาคู่หวานที่ยังฉายแววหงุดหงิด ทุกสายตาของนักศึกษารอบข้างต่างจ้องมองไปที่เธอพร้อมกับเสียงซุบซิบที่ส่วนใหญ่จะชื่นชมมากกว่านินทา

“โคตรสวย...”

“เหมือนเดินลงมาจากรันเวย์”

“ขนาดหน้าตึงไปนิด แต่ก็ยังเริดอยู่ดี”

“ใครไปทำให้มีอาคนสวยหงุดหงิดแต่เช้าวะ?”

 มีอาไม่ได้สนใจเสียงซุบซิบพวกนั้น เพราะวันนี้เธออารมณ์เสียเกินกว่าจะสนใจเรื่องอื่น ใบหน้าหวานเชิดขึ้น สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ ก่อนจะก้าวขึ้นบันไดหินอ่อนของอาคารเรียนและเดินตรงไปที่ห้องเรียน 

และทันทีที่มาถึง 

ดวงตาคู่หวานกวาดมองหาเพื่อนสาวคนสนิทอย่างโมนาและมาหยา แต่เธอกลับเห็นเพียงโมนาที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะริมหน้าต่างเพียงลำพัง เห็นดังนั้นร่างเล็กก็เดินตรงไปหาเพื่อนของเธอทันที

“มาหยาล่ะ?” เห็นหน้าก็ถามหาเพื่อนสนิทอีกคนที่ไม่รู้หายหัวไปไหนเพราะสายโด่งป่านนี้ยังไม่เห็น พลางหย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้ที่ติดกัน

โมนาปิดหนังสือที่อ่านค้างไว้ ก่อนจะตอบเสียงเรียบ “ไม่มา”

“ทำไมไม่มาอะ?”

“ฉันสิต้องเป็นคนถามว่าทำไม เมื่อคืนเธอสองคนอยู่ด้วยกันไม่ใช่?” โมนาถอนหายใจพลางกอดอกและจ้องหน้ามีอาเอาคำตอบ

“อ่า ก็ใช่อยู่ด้วยกัน”

“แล้ว?”

 “ก็ไม่แล้วไง เมื่อคืนนางอกหัก ดื่มหนักไปนิด ฉันตั้งใจจะพานางกลับบ้าน แต่บอดี้การ์ดของนางมาเอาตัวกลับไปก่อน” เธอว่า

“งั้นก็เมาหนัก มาไม่ไหว” โมนาสรุปจบ ก่อนจะเอนตัวพิงพนักเก้าอี้แล้วบ่น “จะบ้าตาย อกหักเพราะหลงรักบอดี้การ์ดตัวเองเนี่ยนะ ทำไปได้”

พอได้ยินเพื่อนสาวพูดคำว่า ‘บอดี้การ์ด’ เหมือนกระตุกต่อมจี๊ดในสมองของมีอาขึ้นมาอย่างทันทีทันใด

“นี่โมนา!” น้ำเสียงจริงจังบวกท่าทางซีเรียสแบบฉับพลัน ทำให้เพื่อนสาวมองสบตาด้วยท่าทีประหลาดใจ 

“อะไร?”

มีอาจ้องมองโมนานิ่ง ก่อนจะขยับตัวโน้มใบหน้าเข้าไปพลางกระซิบเสียงต่ำ

“เธอช่วยฉันคิดแผนกำจัดบอดี้การ์ดหน่อยสิ” 

“…ทำไม?” โมนาเลิกคิ้วเล็กน้อย นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มฉายแววสงสัย

“ไม่ทำไม ฉันไม่ชอบหน้าอีตาบอดี้การ์ดคนใหม่ของฉันอะ แบบแค่เห็นหน้าก็คือไม่ถูกชะตาขึ้นมาเลย”

“ว่าแต่ เธออยากกำจัดเขามากนักเหรอ?”

“อืมสิ อยากมาก”

“งั้นก็ไม่เห็นจะยาก แค่สั่งให้คนไปฆ่าแล้วโยนทิ้งลงทะเล” คนพูดพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวกับว่าการฆ่าคนเป็นเรื่องธรรมดา 

แต่คนฟังอ้าปากค้าง 

0_0 

“โห พูดจริงปะเนี่ย โหดจัดอะแม่” 

โมนาพูดฟังดูง่าย เหมือนแค่เป็นการตบแมลงหวี่แมลงวันแล้วเขี่ยลงถังขยะธรรมดา แต่สำหรับมีอาฟังแล้วจัดเป็น ‘งานยาก’ 

ฆ่าคนทั้งคนเลยนะ!

“อ้าวก็ถามว่าให้กำจัดยังไง กำจัดสำหรับฉันความหมายก็คือต้องฆ่าทิ้ง เพราะถ้าเป็นฉัน อะไรที่ไม่ชอบหรือรกหูรกตาก็กำจัดทิ้งทั้งหมด” โมนาไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระแถมยังพูดเรื่องฆ่าคนเหมือนเป็นเรื่องเล็ก ๆ ก่อนจะตั้งท่าเปิดหนังสือที่อ่านคาเอาไว้มาอ่านต่อ 

และตอนนี้เองมีอาถึงสังเกตปกหนังสือที่โมนาอ่าน มันคือเรื่อง ‘ปริศนาฆาตกรรมอำพราง’ 

“ค่ะ ยอม ยอมใจ เห็นเรื่องที่อ่านก็พอเข้าใจในคำตอบ ความจริงฉันไม่ควรถามเรื่องนี้กับเธอ เพราะถ้าฉันเกิดทำให้เธอหงุดหงิดขึ้นมา ดีไม่ดีอาจจะสั่งเก็บฉันด้วยก็ได้” 

“อืม คิดอยู่” 

“ฮะ!” มีอาหน้าเหวอ ในขณะที่โมนาหัวเราะขำออกมาเบา ๆ 

“หึ จะบ้าเหรอ ใครจะไปฆ่าเธอได้ สวยขนาดนี้เก็บไว้ดูเล่นให้เจริญหูเจริญตาดีกว่า” มือเรียวเอื้อมไปหยิกแก้มมีอาหนึ่งกรุบแล้วยิ้มให้ ก่อนจะก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือต่อ ทิ้งให้คนโดนหยิกแก้มเบ้หน้าเพราะรู้สึกเจ็บจริง ๆ 

“มือหนัก” 

“ไม่แปลกฉันซ้อมยิงปืนบ่อย” โมนาตอบโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้น มือเรียวยังคงเปิดอ่านหนังสือในมืออยู่อย่างแทบจะไม่สนใจสิ่งรอบตัว เห็นเธอตัวเล็กดูบอบบางแบบนี้ แต่ความจริงแล้วเธอเก่งเรื่องการต่อสู้ทุกชนิด ทั้งยิงปืน ยิงธนู ฟันดาบ รวมไปถึงยูโดสายดำ โมนาผ่านการฝึกมาแล้วตั้งแต่เด็กทั้งหมด แต่ก็ไม่แปลกเพราะตระกูลสิงหาวัฒนชัยของโมนาเป็นตระกูลที่มีอิทธิพลพอสมควร

ผิดกับมาหยา ขานั้นดูอ่อนหวาน บอบบางและเรียบร้อย ราวกับหลุดมาจากนางในวรรณคดีประมาณนั้น

ส่วนมีอาน่ะเหรอ? เรื่องต่อสู้ก็ไม่ได้ เรื่องใช้สมองวางแผนลึกซึ้งยิ่งไม่ต้องพูดถึง สิ่งเดียวที่เธอถนัดที่สุดก็คงจะเป็นเรื่องใช้เงิน เที่ยว ช็อปปิ้ง ส่วนความชอบ คือชอบดูหนังฟังเพลง ชอบเพนต์เล็บ ชอบแต่งตัว แล้วก็ชอบสุด ๆ คือการถ่ายรูปท้องฟ้า

โอ๊ะ!!! นึกถึงท้องฟ้า เหมือนเธอจะลืมอะไรไปสักอย่าง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป