บทที่ 4 พิษรักพญามาร EP3
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง บ่งบอกสัญญาณให้คนภายในรับรู้ถึงการมา แต่ทว่ากลับไม่ได้รับคำอนุญาตอย่างเช่นปกติ
คนทำผิดได้แต่เอาใบหูแนบกับประตูหมายว่าจะได้ยินคำอนุญาต แต่ทว่ากลับเงียบไร้เสียงตอบกลับใดๆ ดังออกมา จนต้องยกมือขึ้นหมายจะเคาะเรียกอีกครั้ง
“ถ้าขืนแกเคาะอีกครั้ง ฉันจะหักนิ้วแก” เสียงคำรามดังลอดออกจากช่องประตู ทำเอาคนกำลังยกมือหมายจะเคาะ ถึงกับหยุดชะงัก ดวงตาเบิกกว้างลำคอแห้งผากจนกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคออย่างลำบาก
“ซวยแล้วไงไอ้เลียม ดันไปปลุกซาตานให้ตื่นตั้งแต่เช้า”
บ่นออกมาให้ได้ยินคนเดียว พร้อมกับยืนตัวตรงรอให้เจ้าของห้องเอ่ยอนุญาต เขาถึงจะสามารถเข้าไปได้
“ตกลงว่ายังไง จะบอกฉันไหมไอ้งานที่เหลือ” เมื่อเล่นงานคนด้านนอกเสร็จ ก็หันกลับมาเล่นงานคนตรงหน้าต่อ
“ค่ะๆ ช่วงสายๆ คุณโทมัสมีนัดสัมภาษณ์เรื่องที่ทางโรงแรมให้ใช้สถานที่ในการประกาศรับรางวัลนายแบบแห่งปีค่ะ ส่วนช่วงบ่ายคุณโทมัสมีประชุมที่ห้างเดอะเอ็มไพร์ทค่ะ ส่วนช่วงค่ำมีนัดทานข้าวกับคุณพราวพรรณรายค่ะ” ตอบแบบรวดเดียวจบ แต่ก็ยังไม่กล้าเงยหน้ามองคู่สนทนาอยู่ดี
“เวลาพูดเงยหน้ามองคู่สนทนาด้วยเป็นไหม”
‘นั่นไง ว่าแล้วต้องโดน’
มารตีลอบคิดในใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเจ้านายด้วยรอยยิ้มแหยๆ แบบจวนเจียนจะร้องไห้ถ้าทำได้ ไม่คุ้นชินเสียทีกับความเจ้าอารมณ์และโมโหร้ายของผู้เป็นนาย หนึ่งปีเต็มที่เธอทำงานในตำแหน่งผู้จัดการส่วนตัว ที่ต้องประสานงานกับทางเลขาฯ ส่วนตัวอย่างเลียม ตารางงานทุกอย่างเธอจะต้องรู้หมด แม้ไม่ต้องลงรายละเอียดเยอะ ทว่าเธอจำเป็นต้องรู้ถ้าถูกถาม ต้องตอบได้ใช่เป็นใบ้ เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นเธออาจจะได้เป็นใบ้แบบถาวร
“ค่ะ” ตอบกลับไปสั้นๆ
“ฉันละเบื่อพวกเธอจริงๆ ทำงานกับฉันมาแค่วันหรือสองวันหรือไง ทำไมถึงต้องให้ตำหนิติเตียนได้ตลอดเวลา หรือชอบมากนักที่ให้ฉันสวมบทเจ้านายจอมโหด” ถามกลับไปอย่างเบื่อหน่าย
“ขอโทษค่ะ”
“พูดเป็นอยู่สองคำหรืออย่างไร ค่ะ กับขอโทษค่ะ”
“ขอ...”
“ถ้าเธอพูดคำว่าขอโทษอีกคำเดียวฉันจะไล่เธอออก”
มารตีถึงกับรีบหุบปากทันที ใช่เธอกลัวการถูกไล่ออก ก็งานสมัยนี้หาง่ายเสียเมื่อไหร่ กว่าจะได้งานนี้มาเลือดตาแทบกระเด็น ต้องแข่งขันกับคู่แข่งนับร้อยกว่าจะได้มาเป็นผู้จัดการส่วนตัว เรื่องอะไรจะยอมเสียไปง่ายๆ
“เธอออกไป แล้วให้ไอ้เลียมมันเข้ามา” เมื่อคนตรงหน้าหมดหน้าที่ ก็สั่งการให้ตามคนด้านนอกเข้ามาพบ
“นายไปกินรังแตนอะไรมาถึงได้โมโหร้ายแต่เช้าแบบนี้”
เลียมเอ่ยเสียงเบาราวกับเสียงกระซิบกับคนที่เพิ่งจะออกมา ซึ่งตอนนี้นัยน์ตาคลอหน่วยไปด้วยน้ำใสๆ ทั้งสองข้าง
“เมย์คงจะทำอะไรไม่ถูกใจคุณโทมัสอีกตามเคยนั่นแหละ เลียมรีบเข้าไปเถอะ ก่อนที่จะโดนดุ” มารตีเอ่ยบอกชายตรงหน้าเสียงสั่น หยดน้ำตาหลั่งออกจากดวงตาข้างซ้ายเมื่อไม่อาจหักห้ามได้
นิ้วเรียวยาวช่วยเกลี่ยน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน โดยที่มือหนาอีกข้างก็สัมผัสไปที่ซีกหน้าข้างขวาแผ่วเบาราวกับว่าจะปลอบประโลม
“เมย์ไม่เป็นอะไรหรอก” บอกชายหนุ่มกลับไปสั้นๆ ยิ้มบางๆ ให้อีกฝ่ายสบายใจ
“คุณโทมัสถึงจะดุ ปากร้าย แต่ท่านก็ใจดีในบางครั้ง ยังไงเมย์ต้องอดทนนะ” พูดปลอบโยนแบบนี้ทุกครั้งที่อีกฝ่ายซึมเศร้าต่อการถูกเจ้านายตำหนิ แต่สำหรับเขาแล้วเรื่องแบบนี้มันเป็นปกติ นับตั้งแต่ทำงานกับเจ้านายมา ก็ไม่เคยมีครั้งไหนจะไม่ถูกต่อว่า แต่มันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร คราวดีเจ้านายหรือก็ดีใจหาย ถ้าคราวร้ายก็อาจจะร้ายเสียจนน่ากลัวไปสักนิด
ไม่มีคำตอบรับ มีแต่การพยักหน้าส่งกลับว่าหญิงสาวเข้าใจ ก่อนจะเดินกลับไปนั่งยังโต๊ะประจำตำแหน่ง เช็ดน้ำตาออกแบบลวกๆ เพื่อไม่ให้ใครเห็น
ประตูห้องทำงานถูกเปิดออก พร้อมกับนิตยสารเล่มหนาลอยละลิ่วเฉียดหน้าคนเข้ามาใหม่ชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด ร่างสูงใหญ่ยืนแข็งทื่อราวกับหินเพราะยังตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“จะยืนแข็งเป็นหุ่นอีกนานไหม”
สิ้นเสียงเจ้าของห้อง เลียมก็รีบปิดประตูจากนั้นก็ก้มลงเก็บหนังสือตรงหน้าขึ้นมา เดินตรงไปหาเจ้านายซึ่งนั่งหน้าเครียดไร้รอยยิ้มอยู่บนโซฟา
