บทที่ 5 พิษรักพญามาร EP4
“ผมขอโทษที่มารายงานตัวสายครับ” บอกอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกผิด ก้มหน้าก้มตาเพราะรู้ว่าถ้าจ้องหน้าในตอนนี้ อาจจะโดนสวนด้วยหมัดหนักๆ สักหมัดโทษฐานจ้องหน้าโดยไม่ได้รับอนุญาต
“ตอนนี้กี่โมง”
ถามกลับไปทั้งที่รู้เวลาในขณะนี้อยู่แล้ว เมื่อนาฬิกาเรือนใหญ่บอกเวลาอยู่ที่ผนังห้อง ซึ่งเด่นหราอยู่ข้างหน้า แต่ทว่าก็อยากจะถามอีกฝ่ายเพราะเขาไม่ชอบคนไม่ตรงต่อเวลา ทำงานหรือก็ต้องรักษาเวลาไม่ใช่คิดจะมาเมื่อไหร่ก็ได้ ถ้าคิดแบบนั้นก็เตรียมไสหัวไปทำงานที่อื่น
“เก้าโมงสิบห้านาทีครับ” ก้มหน้ามองนาฬิกาข้อมือก่อนจะตอบผู้เป็นนายกลับไป
“แกสายกี่นาที”
“สิบห้านาทีครับ” ตอบด้วยน้ำเสียงสั่น พร้อมทั้งทบทวนคำตอบของตัวเองว่าถูกต้องหรือไม่ ก่อนจะเหลือบไปเห็นวัตถุบางอย่างลอยมาตรงหน้า จนแทบจะหลบเกือบไม่ทัน นั่นแหละถึงได้รู้ตัวว่าตัวเองตอบผิด
“แน่ใจ” จากนั่งด้วยท่วงท่าสบายๆ ก็ยืดตัวตรงทำราวกับบิดกล้ามเนื้อที่เมื่อยขบ มือหนาทั้งสองข้างประสานกันบิดเพื่อยืดเส้นยืดสาย แค่นั้นคนตอบผิดก็รีบถอยกรูดไปเสียแทบจะติดกับผนังห้อง
“ขอโทษครับนาย วันนี้ผมต้องมารายงานตัวตอนแปดโมงครึ่ง”
“แล้วไง” ถามด้วยน้ำเสียงไม่ยี่หระ จะถามว่าเขาโกรธไหมที่ลูกน้องมาผิดเวลา ไม่! เขาไม่โกรธแต่กับเจ้าลูกน้องคนนี้ เวลาเห็นท่าทางกลัวเสียจนลนลาน มันมีความสุขจนนึกอยากจะแกล้งอยู่ทุกวันก็แค่นั้น
“ผมผิดไปแล้วครับ ต่อไปผมจะไม่ผิดเวลาแบบนี้อีกแล้ว”
โทมัสลอบยิ้มอย่างพอใจที่เห็นอีกฝ่ายหวาดกลัวจนเสียขวัญ เขาเห็นเจ้าเลียมเหมือนน้องชาย ที่มีไว้คอยใช้งานและแกล้งเล่นเมื่อยามเบื่อหน่าย ในเมื่อเขาเป็นลูกชายคนเดียว จึงไม่มีพี่หรือน้องให้เล่นด้วยตั้งแต่เด็ก จะมีก็แต่คนรับใช้และผู้ติดตามเท่านั้น ที่จะทำให้เขาคลายเหงาไปได้บ้าง
“เดี๋ยววันนี้แกไม่ต้องตามติดฉัน แต่อยู่รับรองคณะผู้จัดงานประกาศรางวัลที่จะมาดูห้องจัดงานให้เรียบร้อย อำนวยความสะดวกอย่าทำให้เสียชื่อฉันเด็ดขาด”
“ได้ครับนาย”
“อ้อ เดี๋ยวช่วยเลื่อนนัดกับคุณพราวพรรณรายให้ฉันด้วย บอกว่าติดธุระอะไรก็ได้ ฉันไม่มีอารมณ์จะเจอ”
เมื่อทราบว่าตัวเองมีนัดกับพราวพรรณราย หญิงสาวที่มารดาหาให้ หมายว่าจะให้แต่งงานเพื่อมีทายาทสืบสกุล ก็รู้สึกเบื่อหน่ายขึ้นมาทันที ก็จะไม่ให้รู้สึกได้อย่างไร ในเมื่อสาวเจ้านั้นช่างตีสองหน้าได้เก่งยิ่งกว่าดาราตุ๊กตาทองเสียอีก ทำราวกับเป็นสาวบริสุทธิ์อ่อนต่อโลก พูดจาคะขาน่ารำคาญหูทุกครั้งที่เจอหน้า
ทั้งที่จริงๆ แล้วพราวพรรณรายนั้นต้องเรียกว่าเป็นสาวปาร์ตี้ตัวยงถึงจะถูก เที่ยวไนต์คลับเป็นว่าเล่น ทำราวกับว่าเป็นบ้านหลังที่สองก็ไม่ปาน พอคลับปิดก็เที่ยวหิ้วบรรดาผู้ชายหน้าตาละอ่อนกลับ ทำตัวอย่างกับพวกสาวแก่แม่หม้ายที่ขาดผู้ชายมาปรนเปรอความสุขไม่ได้ ผู้หญิงแบบนี้เขาไม่ต้องการ และไม่อยากจะเสวนาให้เสียเวลาอีกด้วย
แต่ครั้นจะให้ปฏิเสธทันทีก็กลัวจะโดนมารดาตำหนิ ใช่ โทมัสเกรงและกลัวมารดาจะโกรธเป็นที่สุด แต่กับบิดานะหรืออย่าหวังว่าจะบังคับคนอย่างเขาได้ เพราะขนาดตัวท่านเองยังไม่ชอบให้ใครมาบังคับ ยกเว้นเสียแต่ผู้ให้กำเนิดเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น
“ได้ครับ ตอนนี้นักข่าวมาที่ห้องแถลงข่าวเรียบร้อยแล้วนะครับ นายจะลงไปเลยไหมครับ”
เมื่อเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ ที่บ่งบอกว่าตอนนี้เลยเวลาแถลงข่าวมาห้านาทีแล้ว จึงเอ่ยปากบอกเจ้านายออกไป เพื่อย้ำกำหนดการแต่ไม่บอกว่าเลยเวลา เพราะถ้าบอกมีหวังได้หัวแบะจริงๆ แน่ในรอบนี้
“ฉันต้องให้สัมภาษณ์กี่คำถาม” ถามกลับไปเพื่อเช็กข้อมูล จะได้รู้ว่ามีคำถามไหนนอกเหนือ ซึ่งเขาจะไม่ตอบเด็ดขาด
“สามคำถามครับ ข้อแรกทำไมถึงได้ให้การสนับสนุนเรื่องโรงแรม ข้อสองคิดว่าปีนี้จะได้รางวัลนายแบบแห่งปีหรือไม่ ข้อสามเร็วๆ นี้จะมีผลงานอะไรให้แฟนๆ ได้ติดตามกันบ้างครับ”
เป็นคำถามพื้นๆ ที่เขาพอจะตอบได้ แต่ถ้ามากกว่านี้คงไม่ตอบให้เสียเวลา เนื่องจากเป็นที่รู้กันดีในแวดวงนักข่าว ว่านายแบบหนุ่มพ่วงด้วยเจ้าของธุรกิจสองแห่ง มักจะหวงตัวสงวนคำพูดในการตอบคำถามต่อนักข่าว ถ้าเรื่องส่วนตัวก็อย่าหวังว่าจะกระเด็นออกจากปากของชายหนุ่มได้ เพราะสำหรับโทมัสแล้วเรื่องส่วนตัวไม่ใช่ส่วนรวม ถึงจะเป็นคนของประชาชนแต่ก็ไม่จำเป็นต้องไปตีแผ่ให้คนอื่นรู้ถึงชีวิตประจำวันหรือเรื่องราวส่วนตัวทั้งในอดีตและปัจจุบัน
ร่างสูงสง่าลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พร้อมกับกระชับเสื้อสูทให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนจะสาวเท้าเดินออกจากห้องหลังจากที่เลขาฯ ส่วนตัวเปิดประตูให้ โดยที่ด้านนอกมารตีเองก็ลุกขึ้นยืนหอบเอกสารไว้ในอ้อมกอดเรียบร้อยแล้วเช่นกัน
บนชั้นที่สี่สิบแปดของโรงแรมเอ็มไพร์ท กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นชั้นส่วนตัวสำหรับนั่งทำงานของนายแบบและนักธุรกิจหนุ่มนามว่าโทมัส ภายในชั้นนี้จะมีเพียงพนักงานสองคนเท่านั้น ที่สามารถเข้าออกได้ตามต้องการ นั่นก็คือมารตีและเลียมนอกนั้นจะไม่สามารถเข้าออกได้ตามอำเภอใจ
ส่วนบนชั้นที่สี่สิบเก้าจะเป็นในส่วนห้องพักส่วนตัวของโทมัส ที่ภายในถูกสร้างให้เป็นอาณาจักรส่วนตัว มีทุกอย่างพร้อมสรรพในชั้นเดียว ไม่ว่าจะเป็นห้องฟิตเนส สระว่ายน้ำ สวนหย่อมขนาดย่อมที่ถูกสร้างจำลองเสมือนจริง ครั้นจะให้ไปเดินเล่นตามสวนสาธารณะก็ใช่ที่ ดังนั้นชายหนุ่มจึงจำลองเสมือนจริงมาไว้ในชั้นนี้เสียเลย
และสำหรับลูกน้องสองคนนั้น จะได้พักอาศัยอยู่ในห้องของโรงแรมบนชั้นสี่สิบเจ็ด ซึ่งเป็นชั้นสำหรับลูกน้องและเพื่อนสนิทของโทมัส ที่มาเยี่ยมเยือนจากแดนไกล เพราะถือเป็นชั้นพิเศษจะมีห้องอยู่จำนวนหกห้อง และแต่ละห้องถูกตกแต่งไว้อย่างหรูหราตามรสนิยมเจ้าของ
