บทที่ 1 ปฐมบท

“ฮือ ไม่นะ! อย่า อย่าทำหนูเลย!” 

“แฮ่ก ลั่นทมของข้า เอ็งงามเหลือเกิน ลั่นทม ข้าอยากได้เอ็งเป็นเมียเสียเดี๋ยวนี้ ข้ารอเวลานี้มานานแล้ว” เสียงกระซิบแหบพร่ามาพร้อมกับปลายจมูกที่สูดดมไปตามกลิ่นกายหอมหวานของน้องสาว มันน่ารังเกียจเพราะสิ่งเหล่านั้นมาจากคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพี่ชายแท้ๆ ของตัวเอง ลมหายใจหอบถี่ระคนพิษสวาทนั้นสร้างความหวาดผวาราวกับเสียศูนย์ต่อเด็กสาวใต้ร่าง 

ราวกับโลกใบนี้กำลังล่มสลาย 

‘ลั่นทม’ เด็กสาววัยสิบแปดปีบริบูรณ์ร้องไห้ยกมือร้องขอศักดิ์ศรีด้วยความสิ้นหวังเมื่อประเพณีอันน่ารังเกียจของวงศ์ตระกูลได้เริ่มขึ้นเมื่อเธออายุครบสิบแปดปี นั่นก็คือคืนนี้... คืนที่เป็นเหมือนวันคล้ายวันเกิดของเธอ 

มันเป็นวันเกิดที่เลวร้ายและไม่อยากให้มาถึงมากที่สุด 

ต้นตระกูลของเธอ ‘ปุณณ์เตชะ’ คือตระกูลหมอผีที่สืบทอดของทางเหนือให้กับทายาท และเลี้ยงดู ‘ของ’ ที่ได้รับสืบทอดมาด้วยความเคร่งครัด วงศ์ตระกูลนี้นับถือไสยศาสตร์และส่งต่อขันธ์ผี หรือมนต์ดำมากันรุ่นสู่รุ่น ลั่นทมไม่เคยรู้ว่ามันคืออะไร เพราะคนที่จะรับมาถือและสืบดำรงประเพณีนี้ต่อได้ ต้องเป็นตอนที่ทายาทคนเดิมถึงแก่กรรมเท่านั้น และมีเพียงผู้ชายในบ้านที่จะสามารถร่วมประเพณีรับขันธ์ ผู้หญิงที่เกิดในวงศ์ตระกูลมีหน้าที่เป็นแม่พันธุ์คลอดลูกเท่านั้น 

เพราะประเพณีที่ ‘ขันธ์ผี’ จะมีอาณุภาพสูงสุด นั่นคือภาวะ ‘เลือดชิด’ หรือการสมสู่จากสายเลือดเดียวกัน เมื่อภาชนะรับขันธ์ผีสมสู่กันในวงศาคณาญาติ หรือไม่ก็อาจจะเป็นลูกแท้ๆ ของตัวเอง มีเพียงเลือดของตระกูลโดยไม่มีเลือดของครอบครัวอื่นมาเจือปน นั่นจึงเรียกได้ว่าเลือดบริสุทธิ์โดยแท้จริง 

พ่อสมสู่ลูกสาว แม่สมสู่ลูกชาย พี่น้องสมสู่กันเอง ประเพณีวิปริตเหล่านี้ดำรงอยู่มาเป็นหลายสิบปีได้แล้ว ในยุคสมัยนั้นไม่มีใครสามารถหนีพ้นไปจากประเพณีนี้ได้แม้ว่าจะมีคนไม่เต็มใจจะรับจนต้องหนีตายหัวซุกหัวซุน แต่สุดท้ายก็ล้มหายตายจากอย่างเป็นปริศนากันหมด 

การตายที่ราวกับจะเป็นคำเตือนว่าอย่าริอาจหาญกล้าหนีไปจากประเพณีประจำตระกูลนั้นทำให้ผู้หญิงที่เกิดมาในครอบครัวไม่ต่างกับตกนรกทั้งเป็น 

หากแต่การสมสู่จากครอบครัวด้วยกันเอง จะเกิดภาวะที่เมื่อคลอดเด็กออกมา เด็กอาจจะมีอาการไม่สมประกอบ* หรือมีภาวะออทิสติก* จึงมีเด็กบางส่วนที่ถูกเลี้ยงดูไว้ในฐานะ ‘ทายาทที่ไร้ประโยชน์’ พวกเขาเลี้ยงเด็กเหล่านั้นรวมกันเป็นคอกในกรงไม่ต่างกับหมูหมา เมื่อตายก็จบสิ้นในวังวนแห่งกรรม เด็กๆ เหล่านั้นไม่เคยรับรู้ชะตากรรมของตัวเอง จนกระทั้งสิ้นลมหายใจ 

พี่ชายแท้ๆ และลั่นทมนั้นเป็นหนึ่งในทายาทที่หลุดพันธุกรรมไม่สมประกอบมาได้ แม่คลอดพวกเขาออกมาอย่างปลอดภัย แต่นั่นก็ไม่ต่างจากฝันร้าย พี่ชายถูกเลี้ยงดูมาด้วยการปลูกฝังแบบผิดๆ ในขณะที่ลั่นทมถูกบ่มเพาะให้ยินยอมการสัมผัสจากพี่ชายตั้งแต่ยังเด็กเพื่อฝึกความคุ้นเคยที่จะได้กลายเป็นเมียที่ผลิตทายาทคนต่อไป 

ใช่แล้ว... ชีวิตเธอถูกกำหนดให้เป็นแบบนั้นมาตั้งแต่ยังตัวแดงๆ แต่ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในจิตใต้สำนึกของลั่นทมร้องบอกอยู่เสมอว่านี่มันไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง 

ทั้งสายตาของพี่ชาย การกระทำของพี่ชาย พ่อแม่ที่เนื้อแท้เป็นคนในครอบครัวและมีลูกด้วยกันเอง ทั้งประเพณีที่แปลกประหลาดนั่นด้วย 

มันผิด มันดูผิดไปหมด และคนปกติคงไม่สามารถยอมรับได้ 

ไม่สิ ไม่มีใครยอมรับมันได้หรอก นี่มันผิดปกติเกินไป ถึงเธอจะยังเด็ก แต่ก็เข้าใจดีว่านี่ไม่ใช่เรื่องอันน่ายินดี 

ในขณะที่ ‘สันต์’ พี่ชายของเธอที่ถูกเลี้ยงดูจากพ่อนั้นถูกปลูกฝังความคิดบิดเบี้ยวที่มีต่อน้องสาวตนเองตั้งแต่เด็กจนโต จนกระทั่งทั้งคู่ถึงวัยที่จะสามารถออกเหย้าออกเรือนได้ 

สันต์แอบลอบเข้ามาในห้องนอนของน้องสาว ยามเมื่อหล่อนโตขึ้น น้องสาวแท้ๆ ของเขานั้นงดงามมาก ถึงจะยังเยาว์วัยแต่แตกเนื้อสาวแล้ว ลั่นทมนั้นมีผิวกายขาวเนียนละเอียด ผมยาวหยักศกธรรมชาติสีดำสนิทไม่ต่างจากแพรไหม ริมฝีปากอมชมพู ร่างกายสมส่วนมีสัดมีส่วนสมกับเป็นผู้หญิง นั่นอาจเพราะแม่ของเรานั้นมีผิวพรรณที่ดีและหน้าตาที่สะสวยเป็นทุนเดิม สันต์แอบถูกใจหล่อนมานานและไม่คิดจะปิดบังทางสายตา ยามเมื่อเห็นน้องสาวแท้ๆ ของตัวเองกำลังทำกิจกรรมต่างๆ ภายในบ้าน แววตากะลิ้มกะเหลี่ยนั้นจะถูกส่งมาให้เธอเสมอ 

พยายามจะปลุกปล้ำหลายครั้ง แต่คำสั่งของพ่อใหญ่ถือเป็นเด็ดขาด เมื่ออดทนรอจนครบวัยที่หล่อนจะอายุสิบแปด พ่อจึงส่งเขาเข้าห้องน้องสาวแท้ๆ ในที่สุด 

มันไม่ได้มีพิธีรีตองอะไรมากนัก แค่ทำให้เป็นเมีย ทำให้มีลูกได้ก็จบ 

เขาคิดโดยไม่ได้ไต่ตรองเลยสักนิดว่า ‘ผู้หญิงคนนี้ที่เขาคิดย่ำยี’ คือน้องสาวของตัวเอง 

หากครรภ์แรกคลอดเด็กไม่สมประกอบขึ้นมา ก็จงให้อีลั่นทมอุ้มท้องต่อไปจนกว่าจะคลอดเด็กที่ปกติสมบูรณ์ได้เพื่อเป็นทายาทรับขันธ์ต่อจากเอ็ง จำใส่หัวไว้ว่าพวกข้านั้นมีพื้นที่เพียงพอสำหรับทายาทที่ไร้ประโยชน์เสมอ ไม่ต้องสนใจอย่างอื่น คิดเพียงทำลูกกับอีลั่นทมให้ได้มากที่สุดก็พอ’ 

คำสอนของคนเป็นพ่อแท้ๆ นั้นส่งต่อความคิดอันสกปรกโสโครกและบิดเบี้ยวของพี่ชายจนไม่สามารถเยียวยาได้อีก ยิ่งไม่มีใครคอยห้ามปรามความคิดวิปริตนั่นก็ยิ่งเลยเถิด พวกเขาเห็นผู้หญิงที่เกิดในครอบครัวนี้เป็นเพียงเครื่องจักรผลิตเด็กเลือดชิด และพวกหล่อนมีค่าไม่ต่างจากพื้นดินที่ต้องพร้อมรองรับทุกอย่างที่ผู้ชายกำหนด 

หากสั่งให้เอากับญาติพี่น้อง ก็ต้องเอา หากสั่งให้ตายเมื่อหมดความจำเป็น ก็ต้องตาย 

ลั่นทมนั้นหวาดผวามาตั้งแต่กลางดึกเมื่อคืน ราวกับทุกวันเวลาความอดทนของพี่ชายเหมือนจะสิ้นสุดอยู่ตลอด สายตาคุกคามแทบจะเก็บกลั้นไว้ไม่อยู่อีกต่อไป วันนี้เขาหาเรื่องเข้าประชิด สัมผัสเธอบ่อยเป็นพิเศษ วันที่แสนสงบสุขภายในบ้านหลังนี้ไม่มีอยู่จริง แม่ของเธอมีบาดแผลอยู่เสมอ ทุกครั้งที่สอนสั่งให้เธอนั้นปรนนิบัติพี่ชายราวกับทาสรับใช้ ดวงตาของแม่นั้นเศร้าหมองไม่ต่างจากซากศพที่ยังหายใจ 

ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าการที่ต้องให้กำเนิดลูกร่วมกับสามีที่เป็นพ่อแท้ๆ ของตนเองมันรู้สึกเช่นไร แม่ของเธอมีศักดิ์เป็นพี่สาวของเธอ ในขณะเดียวกันก็เป็นแม่ของเธอด้วย 

ลั่นทมไม่สามารถกอดปลอบประโลมแม่ได้ เพราะแผลภายในของท่านนั้นฝังรากลึกราวกับแผลฉกรรจ์ที่ไม่มีวันหายไป เธอสัมผัสได้ว่าแม่เองก็เจ็บปวดที่ต้องให้เธอมีอะไรกับพี่ชายของตนเอง แต่ที่แม่ยังคงมีชีวิตอยู่ ก็เพราะไม่อยากทอดทิ้งเธอไว้กับเดรัจฉานเหล่านั้นที่เรียกตนเองว่าครอบครัว 

จะประเพณีอะไรเธอก็ไม่เข้าใจ เพราะประเพณีสำคัญของวงศ์ตระกูลนั่นมันทำให้เธอ แม่ และผู้หญิงทุกคนที่เกิดขี้นมาในตระกูลนี้มีชีวิตราวกับตกนรกทั้งเป็น 

เราต้องกอดก่ายกับผู้ชายที่เราไม่ได้รัก และผู้ชายที่เราเรียกเขาเต็มปากว่า ‘พ่อ’ หรือ ‘พี่ชาย’ 

แค่คิดก็รังเกียจ เดียดฉันท์แสนขยะแขยงจนแทบทนไม่ไหว 

แต่คืนที่ภาวนาให้ความสุขมาเยือนนั้นไม่มีจริง เธอถูกพี่ชายแท้ๆ ตะกายขึ้นเตียงและขึ้นคร่อมอย่างคุกคาม ลั่นทมยังเด็กนักจึงไม่สามารถแยกแยะว่าสิ่งไหนคือความรักกันแน่ แต่สิ่งที่เธอเรียนรู้ได้จากค่ำคืนนี้ มันมีเพียงแต่ความหวาดกลัว ความขยะแขยง อาการรังเกียจและผวาอย่างหนัก 

“กลิ่นเอ็งหอมยั่วข้าจังวะ เพราะรู้ใช่ไหมว่าคืนนี้เอ็งต้องตกเป็นของข้า จึงอาบน้ำพรมแป้งจนหอมฟุ้งเช่นนี้” 

“พี่สันต์ หนูไม่ตลกด้วยนะ ออกไปจากตัวหนูได้ไหม อย่าทำเช่นนี้เลย ฮึก หนูกลัว” 

“อย่ามาทำใสซื่อหน่อยเลย เอ็งก็รู้ว่าคืนนี้เป็นคืนอะไร แม่ไม่ได้บอกเอ็งก่อนเข้านอนหรอกรึ” 

“ฮึก แต่หนูก็ไม่อยากสืบต่อประเพณีนี้ หนูกลัว หนูไม่ชอบเอาเสียเลย พี่สันต์ มันผิดปกติ เราเป็นพี่น้องกันไม่ใช่หรือ...!” 

เพี้ยะ! 

แรงกระทบจากฝ่ามือลั่นเพี้ยะจนดวงหน้างามหันไปอีกข้างด้วยแรงโมโห ไอ้สันต์ทั้งโกรธทั้งขัดใจเมื่อน้องสาวตัวเองขัดแข้งขัดขาไม่ยอมตกเป็นเมียเสียโดยดี ทั้งๆ ที่ก็น่าจะรู้ชะตากรรมของตนเองดีอยู่แล้ว 

“หากลบหลู่ประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์ของวงศ์ตระกูล พ่ออนุญาตให้ข้าตบเอ็งได้ตามใจชอบ เดี๋ยวเอ็งก็ชินเอง แรกๆ มันก็เช่นนี้แหละ!” 

“ฮึก” 

“พ่อใหญ่เคยเล่าว่าแม่ของเราก็ดีดดิ้นจาบจ้วงประเพณีเหมือนเอ็งในตอนนี้เหมือนกัน แต่สุดท้ายก็โอนอ่อนไปตามแรงสวาทอยู่ดี ร่างกายเอ็งก็ไม่ได้โกหกนี่ว่าอยากเป็นของข้า ไม่เช่นนั้นจะหอมฟุ้งเช่นนี้ได้อย่างไร” 

หลังจากตบหน้าน้องสาวแท้ๆ ของตัวเอง ไอ้สันต์ยังคงผรุสวาทถ้อยคำหยาบโลนน่ารังเกียจถึงแม่ของตนเอง ใช้คำพูดจาบจ้วงล่วงเกินศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี สันต์ถูกพ่อปลูกฝังมาให้มองผู้หญิงในครอบครัวเป็นเพียงสัตว์ที่สั่งอะไรได้ตามอำเภอใจ แม่ที่ไม่มีท่าทีขัดขืนคำสั่งของพ่อ รวมถึงน้องสาวหน้าตาสะสวยที่รอประเคนใส่พานถวายมาเป็นเมียเขาถึงที่ 

เขาไม่ได้สำนึกอะไรเลยสักนิด ที่พูดจาเลวร้ายถึงแม่ของตนเองเช่นนี้ 

ลั่นทมสะอื้นไห้ราวกับจะขาดใจ ยิ่งได้รู้เรื่องราวแสนรันทดหดหู่ของแม่ที่ออกมาจากปากพี่ชายตนเองก็เจ็บปวดจนเจียนบ้า แม่ไม่เคยเล่าอะไรให้ฟัง ดีแต่ก้มหน้ารับชะตากรรมราวกับคนที่สิ้นหวังต่อชีวิต แทบไม่ต้องถามก็รู้ว่าแม่คงเจออะไรมาหนักหนาสาหัส เพราะตอนนี้เธอได้ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันแล้ว 

สถานการณ์อันร้ายแรง สัมผัสหยาบโลนของพี่ชายที่มือไม่อยู่สุขคอยจับนู่นแตะนี่เธอเป็นพัลวัน ชวนให้ลั่นทมทั้งขนลุกและขยะแขยงจนไม่สามารถครองสติเอาไว้ได้ ความรู้สึกภายในมีแต่ถ้อยคำสกปรกด่าทอโชคชะตาตนเอง ความคิดแย่ๆ ถึงพี่ชายที่พยายามยัดเยียดความเป็นผัวให้ ลั่นทมดีดดิ้นสุดเสียง ตะเกียกตะกายจนหายใจไม่ออกเพราะต้องการหลุดพ้นจากพันธนาการ หากแต่ไอ้สันต์กลับโน้มหน้าลงไซร้คอน้องสาวตนเองด้วยความหี่นกระหายโดยไม่รีรอการใดให้เสียเวลา ลั่นทมกรีดร้องสุดเสียง น้ำตาอาบนองดวงหน้า ในขณะที่ฝ่ามือปัดป่ายสะเปะสะปะจนคว้าด้ามมีดสั้นใต้หมอนที่ซ่อนเอาไว้ 

ตั้งแต่แรกที่เธอเอามันมาเก็บไว้ เธอไม่คิดว่าจะต้องถึงขั้นฆ่าพี่ชายของตนเอง เสี้ยวความคิดแรก มันมีไว้เพื่อป้องกันตัวยามฉุกเฉินเท่านั้น 

แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ สติสตังของเด็กสาววัยเพียงสิบแปดนั้นมืดแปดด้าน มีเพียงความคิดต้องดิ้นรนเอาตัวรอดเท่านั้น 

กว่าที่ไอ้สันต์ที่กำลังซุกไซร้ซอกคอหอมกรุ่นของน้องสาวจะรู้สึกตัว ก่อนที่ฝ่ามือหยาบกร้านน่ารังเกียจจะลูบไล้ถลกผ้าถุงของน้องขึ้น มีดสั้นก็กระแทกปักเข้าที่ซอกคอของมันในทันที 

“อั่ก...! อีลั่นทะ... อั่ก ค่อก” ภาพของพี่ชายที่ผงะออกจากร่างกายของหล่อนในทันทีราวกับถูกไฟลวก ล้มลงไปนอนชักดิ้นชักงอกับพื้น เกิดภาวะช็อกเพราะโดนจุดตายพอดี พยายามตะเกียกตะกายเอามีดที่ปักคาอยู่ที่คอตรงเส้นเลือดใหญ่ออกอย่างทรมาน แต่นั่นคือความคิดที่ผิดมหันต์ เพราะทันทีที่มันดึงมีดออกเลือดก็พุ่งราวกับน้ำตก กระเซ็นเปรอะดวงหน้างามที่กำลังเบิกตาโพลงสุดขีด มือของหล่อนสั่นเทิ้ม ร่างกายของพี่ชายเต็มไปด้วยเลือด พร้อมกับกระตุกอย่างรุนแรงเหมือนคนที่กำลังจะตาย 

“มะ... ไม่ ไม่นะ” ลั่นทมตกอยู่ในสภาวะช็อกถึงขีดสุด ร่างกายของพี่ชายแน่นิ่งไปในบัดนั้น เลือดจากปากแผลเจิ่งนองอยู่ท่วมพื้นไม้ของกระท่อมเล็กๆ ในป่า แสงไฟจากตะเกียงสว่างวาบผ่านหน้าต่างในห้องที่มืดมิด มันสว่างมาจากบ้านข้างๆ ที่เป็นบ้านใหญ่ที่พ่อนอนอยู่ ทำให้เธอยิ่งหวาดผวา สองเท้าน้อยๆ จ้ำอ้าวอย่างรวดเร็ว หล่อนวิ่งและวิ่ง วิ่งเพื่อหนีความเป็นจริง ทั้งเรื่องที่เกือบจะถูกพี่ชายแท้ๆ ข่มขืน ทั้งเรื่องที่พลั้งมือฆ่าเขา 

ทั้งเรื่องที่ได้เกิดมาในตระกูลวิปริตนี่ 

“ไอ้สันต์ลูกพ่อ!! หมอ! ตามหมอมาที แล้วไปตามหาอีลั่นทมให้เจอ!!” 

เฮือก เฮือก...! 

เสียงตะโกนกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งของพ่อดังลอดมาจากเพิงบ้านไม้ที่เคยเป็นที่นอนของเธอ น้ำเสียงของพ่อเต็มไปด้วยความเสียใจ เจ็บแค้น และโกรธเกรี้ยว เขาสบถด่าทอลูกสาวในไส้ของตนเอง ในขณะที่ลั่นทมยังคงตั้งหน้าตั้งตาวิ่งหนีต่อไปจนหายเข้าไปในป่าลึก

บทถัดไป