บทที่ 7 ผิดเวลา
ตอนที่ 7. ผิดเวลา
"พี่ !! "
"สกาย !! ประตูห้องหัดเคาะบ้าง ไม่ใช่ว่าเป็นน้องแล้วจะทำอะไรก็ได้" ลีวายส์ตำหนิน้องชายของเขา เช่นเดียวกันกับมิลล์ที่รีบผลักให้ลีวายส์ออกไปให้พ้นตัวเอง
“นั่นใคร ? ” สกายถามพร้อมกับชี้ไปที่มิลล์เพราะเห็นว่าพี่ชายตัวดียังคงจับมือหญิงสาวคนนี้เอาไว้แน่น ผิดกับเมื่อก่อนถ้าเขามาแบบนี้ผู้หญิงพวกนั้นต้องโดนพี่ชายเขาไล่ตะเพิดออกไปด้านนอกเป็นแน่
“มีอะไรหรือเปล่า ไปรอข้างนอกก่อนนายมาผิดเวลา”
“ก็รู้ว่ามันผิดเวลา แต่ว่าตอนนี้มีเรื่องด่วนนิดหน่อย” สกายยักไหล่และบอกกับพี่ชายของเขา อย่างไม่ยี่หร่าเพราะกลัวที่ไหนพี่ก็พี่เถอะคนเป็นพี่ต้องดูแลน้อง และเสียสละไม่ใช่เหรอ คำนี้สกายมักจะเอามาพูดบ่อย ๆ ตั้งแต่เล็กจนโตกระทั่งตอนนี้ไม่พูดแต่ว่าพี่ชายก็ยังทำแบบนั้น
“10นาทีนายไปอยู่ข้างนอกรอ พี่ขอจัดการเรื่องที่นี่ก่อน”
“โอเคงั้นอยู่หน้าประตูรอ หากนาทีที่11ยังไม่เรียบร้อยจะเข้ามาใหม่ก็แล้วกันนะ” ว่าแล้วสกายก็เดินออกไปและปิดประตูห้องในทันที ลีวายส์หันมามองมิลล์
“ย้ำอีกครั้งนะ พรุ่งนี้เจอกันที่ตึก9.00น ถ้าไม่มาก็เตรียมหางานใหม่ได้เลย กลับไปได้แล้วเดี๋ยวจะให้คนไปส่งที่บ้าน” ลีวายส์พูดและลุกขึ้น มิลล์รีบลุกตามและมองหน้าทำเอาชายหนุ่มถึงกับอดใจไม่ไหว ริมฝีปากอวบอิ่มที่เขาจ้องมองเมื่อก่อนหน้านี้มันช่างเย้ายวนซะเหลือเกิน
“ไม่ต้องไปส่งฉันกลับ...” พูดยังไม่ทันจบลีวายส์ก็รวบเอวบางของมิลล์เอาไว้แน่นพร้อมกับมืออีกข้างที่ล็อกท้ายทอยของเธอเอาไว้และรีบ ประกบจูบแนบริมฝีปากของมิลล์ในทันที และเพราะถูกเขาจับเอาไว้หมดทุกทางเลยทำให้เธอไม่สามารถ ที่จะขัดขืนเขาได้แม้แต่น้อย
ลิ้นสากตวัดอยู่ภายในช่องปากทั้งตวัดทั้งดูดดึง สองลิ้นพันกันไปเสียหมด
ลีวายส์จูบแทบจะกระชากวิญญาณของมิลล์ ทำเอาเธอหายใจหายคอแทบจะไม่ทัน ร่างกายตอนนี้เปรียบเหมือนโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงไปในทันที
“จำไว้นะว่าเธอมีพี่เป็นผัวแค่คนเดียวเท่านั้น” พูดจบก็จูงมือของมิลล์ออกมาหน้าห้อง และมองหากิตติ มือขวาของเขา และได้พบว่ากิตติกำลังยืนคุยกับสกายนั่นเอง
“กิตติไปส่งให้ถึงที่บ้าน” คำพูดของเขาทำเอาทั้งกิตติและสกายต่างก็สงสัย ยิ่งกิตติด้วยยิ่งแล้วใหญ่เพราะเขาไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร และรู้จักกับเจ้านายของเขาได้ยังไงกัน
“ได้ครับนาย เชิญครับคุณผู้หญิง”
กิตติผายมือให้มิลล์โดยที่เธอเองก็เดินตามอย่างว่าง่ายๆ สกายมองหน้าพี่ชายแต่ก็เดินตามเข้าไปในห้อง เมื่อเข้าไปในห้องแล้วนั้นทั้งสองนั่งตรงข้าม สกายรินเหล้าแบบเพียว ๆ ให้กับพี่ชาย
“ขอบใจ ว่าแต่มีอะไรหรือเปล่า”
“มีสิ ถ้าไม่มีก็ไม่โผล่มาหรอกนะ ไม่น่าถาม”
“ไอ้สกายถ้าไม่ติดว่าเป็นน้องจะถีบให้ร่วงเลย”
“พี่คือว่าอย่างนี้นะ แม่โทรมาบอกว่าให้ไปเยี่ยมที่บ้านบ้าง แต่พอดีว่าช่วงนี้ผมต้องไปอิตาลี ไปโน่นไปนี่หลายที่เลยไม่ค่อยมีเวลา หากพี่ว่างก็ไปเยี่ยมแม่บ้างนะ ”
“เออรู้แล้ว ไปอิตาลีก็อย่าลืมแวะไปทักทายพ่อหน่อยก็แล้วกัน ไม่รู้จะหวงงานอะไรหนักหนาบอกให้เลิกทำก็ไม่ยอมเลิก แค่วางมือลูกสองคนก็เลี้ยงได้ป่าว แทนที่จะได้มาอยู่กับแม่”
“พี่ก็พูดไป พ่อก็จะบอกว่าแล้วทำไมแม่ไม่มาอยู่กับพ่ออีก พี่อยากให้สองคนทะเลาะกันเหรอ ผมไม่เอาด้วยหรอกนะ แค่นี้แหละที่จะมาบอก”
สกายพูดและลุกขึ้นยืนเต็มความสูงสองมือล้วงกระเป๋าด้วยใบหน้าที่หล่อเหลาเป็นใครก็ต้องมอง เพราะสองพี่น้องคู่นี้ ไม่ว่าจะเป็นหน้าตา ชาติตระกูล อีกทั้งยังหล่อ รวยอีกสาวๆมีแต่จ้องจะจับกันทั้งนั้น ไม่ว่าได้พี่หรือน้อง ก็นับว่าเป็นโชควาสนาแล้วชาตินี้
“เดี๋ยวสกายพี่ว่าความจริงแกแค่โทรมาก็ได้ไหมวะ ทำไมต้องมาด้วยตัวเองด้วย”
“ทำไมอะ ก็คิดถึงอยากมาเห็นหน้าหล่อ ๆ ของพี่อีกอย่าจะมาจับผิดแทนพ่อกับแม่ด้วย ฮ่า อ่า ไปก่อนนะบาย”
เช้าวันต่อมา
“นายครับมีเรื่องด่วนครับ” กิตติเดินเข้ามายังห้องทำงานของลีวายส์ภายในคอนโดหรูของเขาด้วยท่าทีที่ตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก
“มีอะไรว่ามา ทำไมทำหน้าอย่างนั้นเกิดอะไรขึ้น” ลีวายส์ถามทั้งที่กำลังจิบกาแฟนั่งอ่านข่าวอยู่หน้าจอไอแพดอยู่นั่นเอง
“คนของเรารายงานมาว่า วันนี้นายเสือจะไปที่สนามแข่งครับ เห็นว่าจะไปดูว่าที่สนามของนาย มีใครมาเป็นสปอนเซอร์หรือว่านักแข่งคนไหนมาร่วมบ้างครับ”
กิตติรายงานทันทีที่ทราบเรื่อง เพราะรู้ว่าลีวายส์นั้นกิจวัตรประจำวันและความชื่นชอบของเขาก็คือการแข่งรถนั่นเอง
“งั้นไปสนามแข่งกัน แต่นายไปเปลี่ยนชุดซะนะ ขืนไปทั้งแบบนี้เดี๋ยวไอ้เสือมันรู้ตัวเสียก่อน อยากจะรู้นักว่ามันคิดจะทำอะไรกันแน่”
สนามแข่งรถยนต์ Levi's Race Track.
“นายครับคิดยังไงถึงมางานนี้แบบลับ ๆ ครับ” หลายชั่วโมงต่อมาเมื่อลีวายส์และกิตติมาถึงสนามแข่งด้วยชุดลำลองปกติเหมือนคนคนทั่วไปที่เข้ามาชมการแข่งขัน
กิตติมือขวาของลีวายส์ คาเซียโน ชายหนุ่มที่มีรูปร่างสมส่วนแทบจะไม่มีที่ติดเบ้าหน้าฟ้าประทาน และที่มาพร้อมกับฉายา เยดุจนต้องร้องขอชีวิต แต่ทว่าสาว ๆ ทุกคนต่างก็ยังคงต้องการที่จะปืนขึ้นเตียงกับเขาให้ได้ ด้วยเพราะเงิน อำนาจ รวมไปถึงหน้าที่การงานที่เขาจะมอบให้ถ้าทุกคนอยู่ภายใต้การปกครองของเขา
ลีวายส์หันมาหาคนถามพร้อมกับดึงหมวกแก็ปให้ปิดบังใบหน้าของตนที่แม้จะใส่หมวก ปิดแมส แต่ทว่าก็ไม่สามารถบดบังคงความหล่อบนใบหน้าเขาได้เลยสักนิด แต่ทว่าสิ่งที่เขาสนใจเป็นอย่างมากนั่นก็คือผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าของเขานั่นเอง เหล่าบรรดา พริตตี๊
“ไม่มีอะไรหรอกแค่อยากจะมาดูในแบบของคนดูเท่านั้นอยากรู้ว่ามันมีอะไรผิดปกติไหม ว่าแต่พริตตี้พวกนั้นมาจากไหนกันใครเป็นคนพามา” ลีวายส์เอ่ยถามกับคนสนิทของเขา
“น่าจะเป็นเด็ก ๆ ของคุณเสือครับนายเห็นว่าเอามาโชว์เผื่อว่าสปอนเซอร์จะมองเห็นว่าเขามีเด็กเยอะ และอาจจะย้ายฐานไปที่สนามของเขาครับ”
กิตติรีบรายงานตามที่เขารู้ข่าวมาทั้งหมด โดยที่สายยตาทั้งสองคู่ของกิตติจับจ้องไปที่นายเสือ และมองดูรอบ ๆ สนามแข่ง
“แต่ว่านายครับนั่น นั่นใช่”
กิตติไม่รู้ว่าจะพูดหรือว่าถามอะไร ก็เลยได้แต่ชี้นิ้วไปที่หน้าจอที่กำลังจับภาพผู้คนที่เริ่มเข้ามาในงาน ลีวายส์หันไปมองตามมือของกิตติ ก่อนจะเห็นว่าหนึ่งในคนที่เดินเข้ามาในงานในตอนนี้นั้นก็คือ
“มิลล์” นั่นเอง
