บทที่ 4 กลิ่นของพวกเขา
“ไม่!” เลิ่กลั่กปฏิเสธ โดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องการตอบคำถามข้อไหนของเขากันแน่ ซึ่งเมษาได้รับคำตอบไม่ตรงจุดประสงค์ก็ไล่บี้
“...ไม่ของพี่ หมายความว่า ไม่ชอบเด็ก หรือว่า ที่ทำกับไอ้ตะวัน...”
“ไม่ใช่อะไรทั้งนั้น ที่นายเห็นนะ ตะวันมันเมาต่างหาก เราไม่ได้มีความสัมพันธ์เกินเลยในทางไหนทั้งนั้น อีกอย่างฉันก็ไม่ชอบเด็กด้วย”
ใช่ที่ไหน เธอน่ะชอบเด็ก ไม่งั้นจะเอ็นดูตะวันมันขนาดนั้นหรือ?
ทว่าพอมองสายตาแพรวพราวของเมษา ตอบว่าไม่ชอบจะดีที่สุด เพราะเธอมีลางสังหรณ์บางอย่างผุดขึ้นในหัว หากตอบไม่ดีวันนี้อาจจะเสียซิงก็ได้
“อ้อ ไม่ชอบเด็กงั้นเหรอ...อืม...ไม่เป็นไร ผมเองก็ไม่ใช่เด็กแล้ว...พี่ไม่คิดงั้นเหรอ?”
กวาดตามองชายหนุ่มเร็วๆ ทีหนึ่ง ก่อนเสมองกระจก “นายไม่เด็กก็จริง แต่ก็ยังเป็นน้องฉันอยู่รุ่นหนึ่งพอดีเลย”
เพราะงั้นเลิกทำเธอลำบากใจสักที ขอบคุณ!
ชะเอมรำพึงในใจ เริ่มรู้สึกอึดอัด ร่างกายจะขยับทีก็ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดราวกับโดนสนิมเกาะ ซึ่งเมษาเห็นท่าทางนั้นของเธอก็อมยิ้มบอก
“ก็ไม่ได้เด็กมากสักหน่อย...ผู้ใหญ่น่ะ กินอะไรอ่อนๆ มันดีต่อสุขภาพนะ เช่น อะไรสักอย่างที่รสอ่อน ย่อยง่ายๆ” คำพูดชวนคิดลึกอย่างยิ่ง เล่นเอาชะเอมหน้าเปลี่ยนสี จากขาวเป็นแดง จากแดงเป็นดำ เห็นเช่นนั้นมุมปากชายหนุ่มก็ยกยิ้มแล้วเสริมอีกประโยค “อย่างเมื่อกี้ที่พี่...เพิ่งจะกินอ่ะ”
ฉ่าาา
เสียงพวงแก้มที่ร้อนขึ้นอย่างผิดปกติ ชะเอมอยากยกขาอีกข้างขึ้นมาปิดหน้าเหลือเกิน เพราะเพียงแค่มือสองข้างน่าจะไม่พอ เธอถูกเมษาหยอกเอา หยอกเอา จนตัวแดงเป็นกุ้งต้มสุก อับอายจนกลายเป็นโกรธในที่สุด จึงกัดฟันว่า
“หุบปาก นั่นมันเหตุสุดวิสัยต่างหาก ตะวันมันเมานะ และฉันก็ไม่ได้ให้ความร่วมมือขนาดนั้นสักหน่อย เพราะงั้นที่กินไป...ไม่ใช่สิ ที่กลืนไป ไม่นับเข้าใจมั้ย”
“หึหึ ผมก็ยังไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย ทำไมพวกพี่ถึงทำท่าร้อนตัวขนาดนั้นด้วยล่ะ”
ชะเอมค้อนขวับ ไม่ร้อนตัวได้หรือ ก็เขาเล่นพูดเสียขนาดนี้ อีกอย่างเหตุการณ์นั้นเพิ่งจะเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ ตอนนี้เธอเลยเปรียบได้กับแมวที่โดนเมษาเหยียบหางเข้า
“นั่นแหละ ห้ามพูดถึงอีก ฉันไม่อยากฟัง”
เห็นเมษาเลี้ยวเข้าซอยพอดีเธอก็ถอนหายใจโล่งอก พอจอดรถปุ๊บก็วิ่งฉิวเข้าลิฟต์ ขณะจะกดปิดก็เจอกับสายตาวาววับของเมษา เธอจึงเกิดอาการเกร็งกะทันหัน กดปิดประตูไม่ทันจนอีกฝ่ายแทรกตัวเข้ามาได้
“หืม รอกันซะด้วย ว่าไงครับ อยากสานต่อกับผมเหรอ”
ชะเอมส่ายหน้าแรงๆ “อยากสานต่อก็บ้าแล้ว ฉันไม่ชอบเด็ก เข้าใจมั้ย”
“เข้าใจครับ” ปากบอกเข้าใจ แต่กลับเบียดร่างเธอจนชิดผนัง จากนั้นค่อยๆ ก้มหน้าลงจนอยู่ในระดับเดียวกัน “แต่ผมก็อยากเสนอตัวเองอยู่ดี พี่น่ะไม่สนผมบ้างเหรอ นะพี่ ชิมหน่อยก็ดี”
ทำไมถึงมีแต่คนอยากให้เธอชิม?
ให้ตายเถอะ ถ้าชิมของหมอนี่อีกจะไม่อิ่มจนตายหรือ?
ส่ายหน้าพร้อมปฏิเสธ “ไม่มีทาง ฉันไม่ใช่นักชิมสักหน่อย นายไปหาคนอื่นเถอะ”
คราวนี้เป็นเมษาที่ส่ายหน้าบ้าง “ไม่มีทาง ให้ผู้หญิงคนอื่นชิมก็ไม่เหมือนพี่อ่ะ นะครับ นิดเดียวก็ได้”
“ไม่ๆๆ พอสักที ฉันจะบ้าตายอยู่แล้ว”
มองปากแดงๆ ที่อ้าๆ หุบๆ นัยน์ตาชายหนุ่มก็ขรึมลง ไม่รอให้เธอพูดอะไรอีกก็กดจูบลงบนปากนุ่มนิ่ม ไม่ใช้สัมผัสแบบผิวเผิน แต่เป็นจูบแบบ Deep Kiss จูบดูดดื่มเหมือนจะดึงวิญญาณเธอออกมา
ชะเอมไม่เคยโดนอะไรแบบนี้มาก่อนเลยได้แต่อึ้งค้าง ตาเบิกกว้าง ทั้งปากทั้งลิ้นโดนเขาโลมเลีย ดูดคลึงจนเจ็บขึ้นมาเล็กน้อย แต่ก็นั่นแหละ เจ็บนิดเดียว ต่อไปกลับเป็นความรู้สึกประหลาดแทรกเข้ามา
มันนุ่มนวล อ่อนหวาน เจือกลิ่นอายเสน่ห์หาที่แตกต่างจากบุคลิกกวนๆ อยู่ไม่สุขของเมษาอย่างยิ่ง
“อื้อ อืมม”
เพลินมาก ซ้ำยังผ่อนคลายสุดๆ จึงเผลอเอื้อมแขนไปกอดรัดลำคออีกฝ่ายอย่างช้าๆ ตอนนี้ช่องว่างระหว่างกันไม่มีอีกแล้ว เธอและเขาแทบรวมตัวกันเป็นเนื้อเดียว นี่ถ้าไม่ใช่เพราะเสียงลิฟต์ดังขึ้นในเวลาต่อมา ชะเอมก็ไม่รู้เลยว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป
ระหว่างที่เดินอย่างงงๆ ไปไขประตูห้อง เสียงของเมษาก็ดังตามหลังมา
“ผมให้เวลาพี่คิดนะ เอาไว้วันหลังจะมาขอคำตอบ”
ปัง!!
ปิดประตูตัดเสียงรบกวนไป ถึงตอนนี้ค่อยมารู้สึกขาอ่อนไร้เรี่ยวแรง สูดหายใจได้สักพักค่อยพยุงตัวเองไปห้องน้ำ ส่องกระจกดูสภาพใบหน้าที่แตกต่างจากปกติอยู่มาก
ไม่ว่าจะเป็นพวงแก้มแดงเรื่อ ริมฝีปากบวมแดง หรือดวงตากลมโตฉายประกายหยาดเยิ้ม
ชะเอมสั่นหัวยกมือมากุมแก้ม พอกลืนน้ำลายลงคอไปอึกหนึ่งเท่านั้น สมองคล้ายประมวลผลอะไรสักอย่างย้อนหลังออกมาให้
อ่าาา คล้ายๆ ว่าในปากจะยังหลงเหลือรสสัมผัสของพวกเขาอยู่เลย
กลิ่นของผู้ชายสองคนนั้น...
